Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

89

 

3 เรื่องเดิม กระแทกชิ่งมาที่ SET ต่อในวันนี้


HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เกิดแรงขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป (SEMICONDUCTOR)ทำให้ดัชนี NASDAQ -1.3% ทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ และ ยังสร้าง SENTIMENTเชิงลบต่อตลาดหุ้นฝั่งเอเชียเช้านี้ โดยเกาหลีใต้ -3.9% และญี่ปุ่น -2.0%
• ขณะเดียวกันตลาดยังเผชิญกับความเสี่ยงหลักๆ ได้แก่ ไฟสงครามในช่องแคบฮอร์มุซยังระอุ หลัง ปธน. ทรัมป์ใช้ท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน และอิหร่านประกาศปิดฮอร์มุซ จนกว่าสหรัฐทำตามเงื่อนไข ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงผันผวนในระดับสูง พร้อมกับเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ, ความเสี่ยงเรื่องหนี้สะท้อนจาก BOND YIELD ระยะยาวของสหรัฐฯ ทั้งอายุ 10 ปี และ 30 ปี ยังเร่งตัวขึ้นต่อ อีกทั้ง CDS ของบริษัทหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งสูง,NET SHORT / PUT CALL มีปริมาณการ NET SHORT ที่เร่งขึ้นใน NASDAQ100และPUT CALL RATIO NASDAQ100 เร่ง ต่ออยู่ที่ 1.18 เท่


REGION RADAR
• XIAOMI (1810 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 รายได้รวมอยู่ที่ 1.09 แสนล้านหยวน (สูงกว่าคาด 0.6%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.24(ต่ำกว่าคาด 0.6%) โดยรายได้รวมที่ออกมาดีกว่าคาดได้แรงหนุนจากยอดขาย SMARTPHONE ที่ชะลอตัวลงน้อยกว่าที่ตลาดคาด
• BAIDU (9888 HK) เผยงบไตรมาส 2 อ่อนแอ โดยรายได้รวมอยู่ที่3.13 หมื่นล้านหยวน -4% YOY (ต่ำกว่าคาด 1%) ขณะที่ EPS อยู่ที่7.22 หยวน -47% YOY (ต่ำกว่าคาด 26%) หลังได้รับแรงกดดันจากธุรกิจหลักอย่างรายได้จากโฆษณาที่อ่อนแอต่อเนื่อง


THAI FOCUS

• ดุลบัญชีเดินสะพัด 2Q69 ขาดดุล 1.77 หมื่นล้านเหรียญฯ (12% ของGDP) สาเหตุหลักมาจากต้นทุนนำเข้าพลังงานและค่าระวางเรือที่พุ่งสูง บวกกับความท้าทายเชิงโครงสร้างผ่านมุมมองของอดีตนายกฯทั้งด้านเทคโนโลยีและความมั่นคง / ภูมิรัฐศาสตร์และทรัพยากร /สังคมและระบบราชการ
• ดังนั้นจึงเห็นต่างชาติขาดความเชื่อมั่น (ตลาดทุน) โดยมีสถานะSHORT สุทธิใน TFEX 2.3 หมื่นสัญญาในวันเดียว ซึ่งอาจส่งผลให้มีแรงเทขายของต่างชาติต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงสั้นได


SYNAPSE STRATEGY

• เช้านี้ตลาดหุ้นเอเชียถูกเทขายนำโดยเกาหลีใต้ -5.46% และญี่ปุ่น -2.37% จาก 3 ปัจจัย 1.ภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด 2.บอนด์ยีลด์สหรัฐฯพุ่งสูง 3.นักลงทุนหนีความเสี่ยงแห่เทขายและเก็งกำไรขาลง (SHORT)ในหุ้นกลุ่มเทคฯ
• กลยุทธ์การลงทุน (เน้น SELECTIVE BUY 3 กลุ่ม) กลุ่มรับอานิสงส์น้ำมัน/ค่าระวางเรือสูง(PTTEP, PSL, RCL, PRM) กลุ่มงบ Q3 ฟื้นตัวเด่นและรับอานิสงส์บาทอ่อน (CPF, ITC, DELTA, HANA, BDMS)กลุ่มบริโภคในประเทศและท่องเที่ยว (CPALL, CENTEL, ERW, VGI)

 

HORIZON MARKET VIEW
ปัจจัยเสี่ยงวนเวียนกดดันตลาดหุ้น
วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เกิดแรงขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป (SEMICONDUCTOR) ทำให้ดัชนี NASDAQ -
1.3% ทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ และ ยังสร้าง SENTIMENT เชิงลบต่อตลาดหุ้นฝั่งเอเชียเช้านี้โดยเกาหลีใต้ -3.9% และญี่ปุ่น -2.0% ขณะเดียวกันตลาดยังเผชิญกับความเสี่ยงหลักๆ ดังนี้

1. ไฟสงครามในช่องแคบฮอร์มุซยังระอุหลัง ปธน. ทรัมป์ใช้ท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน โดยยืนยันว่า"ไม่มีการเจรจาหรือการสนทนาใดๆ กับอิหร่าน และไม่มีการกำหนดการเจรจาในอนาคต" ขณะที่อิหร่านประกาศปิดฮอร์มุซจนกว่าสหรัฐทำตามเงื่อนไข ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงผันผวนในระดับสูง พร้อมกับเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ

2. ความเสี่ยงเรื่องหนี้สะท้อนจาก BOND YIELD ระยะยาวของสหรัฐฯ ทั้งอายุ 10 ปี และ 30 ปี ยังเร่งตัวขึ้นต่ออีกทั้ง CREDIT RISK ของบริษัทหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง NVIDIA, META, ORACLE ยังมี CDS เพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดย CDS NVIDIA เพิ่มขึ้นเป็น 82 BPS. ในช่วง 2 เดือน


3. NET SHORT / PUT CALL โดย CFTC ชี้ว่า SHORT POSITION NASDAQ100 รวมเพิ่มจากราว 77.8Kเป็น 109.7K สัญญา หรือประมาณ +41% ส่งผลให้ NET SHORT ของกลุ่มเก็งกำไรเพิ่มจากราว 9.9Kสัญญา ณ 28 ก.ค. เป็นราว 42.9K สัญญา ณ 11 ส.ค. หรือเพิ่มมากกว่า 4เท่าใน 2 สัปดาห์ และเป็นสัปดาห์ที่ NET SHOT สูงสุดในปีนี้อีกทั้งเดือนนี้ PUT CALL RATIO ยังเร่งขึ้นต่อเนื่อง โดยหลัง 11 ส.ค. – 18 ส.ค.อยู่ระดับเกิน 1 เท่า ทุกวัน ล่าสุด 1.18 เท่า แสดงว่า OPTION นักลงทุนทายดัชนี NASDAQ100 ลงมากกว่าขึ้น

REGION RADAR
XIAOMI กำไรเตรียมฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี
XIAOMI (1810 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาผสมผสาน โดยรายได้รวมอยู่ที่ 1.09 แสนล้านหยวน -6% YOY (สูงกว่าคาด 0.6%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.24 -41% YOY (ต่ำกว่าคาด 0.6%) โดยรายได้รวมที่ออกมาดีกว่าคาดได้แรงหนุนจากยอดขาย SMARTPHONE ที่ชะลอตัวลงน้อยกว่าที่ตลาดคาด และยอดขายจากธุรกิจรถ EV ยังเติบโตแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กำไรที่ออกมาอ่อนแอในครั้งนี้ได้รับแรงกดดันหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำจุดต่ำสุดในรอบหลายปีเนื่องจากต้นทุนชิป MEMORY ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม WEIBING LU ประธาน XIAOMI ระบุว่าในช่วงครึ่งปีหลังอัตราการเพิ่มของ MEMORY COST น่าจะเริ่มชะลอลง เรามองว่า XIAOMI มีแนวโน้มที่งบไตรมาส 2 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีแล้วจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง แนะนำทยอยสะสมหุ้น DR: XIAOMI80 ในช่วงที่ราคาปรับตัวลงจากความกังวลงบไตรมาส 2 ที่อ่อนแอ

 

BAIDU ธุรกิจหลักยังอ่อนแอ ธุรกิจใหม่โตชะลอลง
BAIDU (9888 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยรายได้รวมอยู่ที่3.13 หมื่นล้านหยวน -4% YOY (ต่ำกว่าคาด 1%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 7.22 หยวน -47% YOY (ต่ำกว่าคาด 26%)หลังได้รับแรงกดดันจากธุรกิจหลักอย่างรายได้จากโฆษณาที่อ่อนแอต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจใหม่ที่ตลาดจับตาอย่างธุรกิจ CLOUD มีรายได้อยู่ที่ 7.3 พันล้านหยวน ยังคงเติบโต 50% YOY แต่เริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตที่ชะลอลงโดยมีรายได้หดตัวลงราว-17% QOQ แนะนำหลีกเลี่ยงการเข้าลงทุนหุ้น DR: BIDU80 ก่อนในระยะสั้น หลังผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาอ่อนแอกว่าที่คาด


THAIFOCUS
ดุลบัญชีสะพัดติดลบ สัญญาณเตือนเชิงโครงสร้าง และแรงกดดันจากต่างชาติเริ่มเห็นชัด
เศรษฐกิจมหภาคของไทยกำลังเผชิญแรงกดดัน ล่าสุด 2Q69 ดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกกลับมาขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส โดยขาดดุลสูงถึง 1.77 หมื่นล้านเหรียญฯ (คิดเป็น 12% ของ GDP) ซึ่งถือเป็นการขาดดุลที่รุนแรงที่สุดเมื่อเทียบกับวิกฤตในอดีต (เช่น วิกฤตน้ำมันปี 2548, เศรษฐกิจโลกชะลอตัวปี 2556 และสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2565) สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ไทยต้องเร่งนำเข้าเชื้อเพลิงและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในราคาที่สูงขึ้น ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุลถึง 12.1 พันล้านเหรียญฯ ประกอบกับดุลบริการที่ขาดดุลเพิ่มขึ้นจากค่าระวางเรือที่พุ่งสูง จึงมีความสุ่มเสี่ยงที่จะฉุดรั้งการเติบโตของ GDP และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง

นอกเหนือจากนั้น ประเทศไทยยังมีความท้าทายเชิงโครงสร้างระยะยาว โดยอดีตนายกฯ(ทักษิณ ชินวัตร) ได้สะท้อน 10 จุดเสี่ยงที่ไทยต้องเร่งรับมือ ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่


• ภัยคุกคามทางเทคโนโลยีและความมั่นคง การมาถึงของ AI และหุ่นยนต์กำลังเปลี่ยนโครงสร้างแรงงานและรูปแบบความมั่นคง รวมถึงความเปราะบางทางไซเบอร์ของไทยที่อาจกระทบโครงสร้างพื้นฐาน
• ภูมิรัฐศาสตร์และทรัพยากร ปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนรูปแบบใหม่ การแข่งขันด้านดาวเทียมสื่อสาร ต้นทุนพลังงานที่กระทบการลงทุน และความจำเป็นในการสร้างพันธมิตรบนเวทีโลก
• โครงสร้างสังคมและระบบราชการ การก้าวสู่สังคมอายุยืน (AGING SOCIETY) กฎหมายที่ล้าหลัง และระบบราชการที่ล่าช้า ซึ่งจำเป็นต้องนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงาน และที่สำคัญ คือ ต้องยึดหลักนิติธรรมเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมา


ภาพความอ่อนแอทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนเชิงโครงสร้าง สะท้อนภาพผ่าน MOVEMENT ของเม็ดเงินต่างชาติผ่านตลาดอนุพันธ์ (TFEX) พบว่า ต่างชาติมีสถานะ SHORT สุทธิสูงถึง -23,212 สัญญาในวันเดียว(และมียอด SHORT สะสมต่อเนื่อง) ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่านักลงทุนต่างชาติกำลังป้องกันความเสี่ยง และยังขาดความเชื่อมั่นต่อทิศทางขาขึ้นของตลาดหุ้นไทยในช่วงสั้น จึงทำให้ภาพของตลาดหุ้นอาจเห็นแรงเทขายของเม็ดเงินต่างชาติเพิ่มขึ้นในช่วงนี้


SYNAPSE STRATEGY
รับมือ 3 ปัจจัยเสี่ยงกดดันตลาดหุ้น พร้อมเปิดโผหุ้นเด่น SELECTIVE BUY ช่วงนี้
เช้านี้ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญกับแรงเทขายหนัก นำโดยเกาหลีใต้ (-5.46%), ญี่ปุ่น (-2.37%), ไต้หวัน (-1.20%) และสิงคโปร์ (-1.16%) โดยสาเหตุหลักมีอยู่ 3 ปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ จากท่าทีที่แข็งกร้าวของสหรัฐฯ และความขัดแย้งกับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่งสูงขึ้นแตะ 91.3 เหรียญสหรัฐฯ สูงสุดในรอบ 25 วันความเสี่ยงเรื่องหนี้และดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง (อายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.71%และ 30 ปี อยู่ที่ 5.29%) ผนวกกับญี่ปุ่นและจีนลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ปัจจัยนี้ทำให้ DISCOUNT RATEสูงขึ้น ซึ่งไปกดดัน VALUATION ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีให้มีความเสี่ยงมากขึ้น (เช่น ค่า CDS ของ NVIDIA ขยับขึ้นกว่า40 BPS ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา)

SENTIMENT ตลาดที่อยู่ในโหมดป้องกันความเสี่ยง นักลงทุนเทขายและป้องกันความเสี่ยงในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสะท้อนจากการเพิ่มสถานะ NET SHORT ใน NASDAQ100 FUTURES และค่า PUT/CALL RATIO ยังเร่งขึ้นต่อเนื่อง โดย 11 ส.ค. – 18 ส.ค. อยู่ระดับเกิน 1 เท่าทุกวัน ล่าสุด 1.18 เท่า แสดงว่า OPTION นักลงทุนทายลงมากกว่าขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน เน้น SELECTIVE BUY ใน 3 กลุ่มหลัก 1. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน ค่าระวาง และการขนส่งทางเรือที่สูงขึ้น เช่น PTTEP, PSL, RCL, PRM 2.หุ้นงบ 3Q69 คาดฟื้นตัวเด่น และได้ประโยชน์จากบาทอ่อนค่า เช่น CPF, ITC, DELTA, HANA, KCE, BH, BDMS, PR9 3.หุ้นอิงการบริโภคในประเทศ ท่องเที่ยว และสื่อโฆษณา เช่น CPALL, CENTEL, ERW, VGI


ส่วน TOPPICKS 3 ตัววันนี้เลือก PTT ได้รับผลบวกจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น เป็นหุ้น LAGGARD และมีปันผลสูงCPF รับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า, ราคาเนื้อสัตว์ช่วงครึ่งปีหลังฟื้นตัว และจ่ายปันผลครึ่งปีแรก 0.45 บาท (XD31 ส.ค.69) KLINIQ แนวโน้มครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง และมีลุ้นผู้บริหารปรับเป้ายอดขายขึ้นจากเดิมที่คาดโต 20%YOY

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้