Market Wrap-Up
- SET วันที่ 18 ส.ค.69 ปิด -4.82 จุด อยู่ที่ 1,621.62 จุด มูลค่าการซื้อขาย 83,309 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 755 ลบ. สถาบันขาย 913 ลบ. ต่างชาติซื้อ 201 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,467 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 1,278 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTT,PTTEP,BCP,CRC,HANA,PTTGC และยอดขาย DELTA,SCB,KBANK,BBL,ADVANC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,724 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNTECH01,BAM,LH โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 23,212 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 48,869 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 97 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.22%, S&P500 -0.69%, Nasdaq -1.33% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี -1.93%, อุตสาหกรรม -1.44% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +1.8% ปรับขี้นตาม WTI วานนี้ +0.5% หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิหร่านได้สิ้นสุดลง และอิหร่านไม่ต้องการเจรจากับสหรัฐที่ได้ละเมิดข้อตกลง MOU ส่งผลให้ US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.70% ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่ม Growth เช่น เซมิคอนดักเตอร์ -5% นำโดย Nvidia -2.3%, Micron Tech -7% ส่วน Home Depot -0.1% แม้รายงานกำไร Q2/69 ดีกว่าคาด และรอการรายงานกำไร Q2/69 ของ Lowes, Warmart ข้อมูลเศรษฐกิจค่ำวันนี้ติดตาม Fed Minutes วันที่ 28 – 29 ก.ค. , วันพฤหัส ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันศุกร์ US PMI ภาคการผลิต & บริการ เบื้องต้น ส.ค.
- ตลาดหุ้นยุโรป -0.69% ต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์จากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง, ภาวะเงินเฟ้อสูง และฐานการคลังของแต่ละประเทศ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเยอรมันอายุ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 3.261% สูงสุดนับตังแต่ เม.ย. 2554 ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี -2.5% นำโดย Infineon ผู้ผลิตชิป -7.6% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +0.4% และกลุ่มบริการสุขาภาพ +1.2% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ ZEW เผยดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเยอรมัน ส.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 34.2 & คาด 30.1 และค่ำวันนี้ติดตาม UK CPI ก.ค. คาด 2.9% & มิ.ย. 2.6% YoY และวันศุกร์ติดตาม PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซน ส.ค.
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัขนีนิเกอิ -2.54% จากแรงขายกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า, ผลิตภัณฑ์โลหะ และเซรามิก หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิหร่านสิ้นสุด และอิหร่านไม่ต้องการจะเจรจากับสหรัฐ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น กอปรกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 2.945% สูงสุดนับตั้งแต่ ต.ค. 2539 ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -1.6% นำโดย Samsung Electronics -2.19%, Hyundai Motor -3.97% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.19% หลังนายก ฯ จีนเผยรัฐบาลมุ่งเน้นการลงทุนโครงการใหญ่เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ หลังข้อมูลเศรษฐกิจจีน มีสัญญาณชะลอตัว สัปดาห์นี้วันพฤหัสติดตามอัตราดอกเบี้ย LPR จีน 1 & 5 ปี คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.0%, 3.5% ตามลำดับ / วันศุกร์ Core CPI ญี่ปุ่น ก.ค. คาด 1.8% & มิ.ย. 1.6% YoY
- SET วานนี้ -0.30% ปริมาณการซื้อขาย 3 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกขาย 775 ลบ. สถาบันขาย 913 ลบ. ต่างชาติซื้อ 201 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,467 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ -2.38% นำโดย DELTA -2.53% ส่งผลลบต่อดัชนี -6.9 จุด ถูกกดดันจาก US Bond Yield 10 ปี & 30 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.7% และ 5.28% ตามลำดับ ส่งผลให้ต้นทุนด้านการเงินสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลลบต่อ Valuation ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐ และกลุ่มผู้ผลิตชิปในตลาดเอเชียเหนือ ส่วนกลุ่มธนาคาร -0.89% เริ่มถูกแรงขาย Sell On Fact หลังผ่านช่วงการรายงานงบ Q2/69 และอยู่ระหว่างรอการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลใน ก.ย. นี้ ขณะที่ Bloomberg รายงานข่าววันนี้ ING Bank NV ผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ของ TTB เตรียมเสนอขายหุ้นราว 6.14 พัน ล.หุ้น คิดเป็น 6.3% ของหุ้นทั้งหมดของ TTB โดยกำหนดช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้นที่ 2.64 – 2.70 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นราคาต่ำกว่าราคาปิดวานนี้ 6.9 – 8.9% และคาดจะส่งผลลบเชิงจิตวิทยาการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยเม็ดเงินลงทุนได้สลับเข้าไปในกลุ่มพลังงาน, โรงกลั่น, ปิโตรเคมี ที่ได้ปัจจัยหนุนจากภาวะอุปทานตึงตัว หลังสหรัฐ – อิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในเการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยภาวะการซื้อขายวันนี้คาดหุ้นกลุ่มอิเล็ก ฯ มีแนวโน้มปรับลดลงระหว่างรอการประมูลพันธบัตรสหรัฐอายุ 20 ปี วงเงิน 1.6 หมื่น ล.ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อประเมินอุปสงค์ของนักลงทุน
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,590 – 1,600 แนวต้าน 1,630 คาดดัชนีเช้านี้โอกาสปรับลดลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลัง US Bond Yied 10 ปี & 30 ปี ปรับสูงขึ้น แนะนำทยอยซื้อบริเวณแนวรับ เช่น KBANK,KTB,GULF,GPSC,GUNKUL,ADVANC,BJC,CRC,BH,BDMS,BCHเป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensive Play / กลุ่มอุปโภค & ท่องเที่ยวคาดได้ปัจจัยหนุนจาก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจและเข้าสู่ช่วง High Season เช่น AOT,CENTEL,ERW,OSP,CBG/ เก็งกำไรกลุ่มพลังงาน PTT,PTTEP,SPRC ได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น
- CENTEL* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 44.80 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 166 ล้านบาท -92%QoQ, +52%YoY ลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ YoY เติบโตจากธุรกิจโรงแรม RevPar (ไม่รวมดูไบ) ยังเป็นบวกจากโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ ส่วนธุรกิจร้านอาหาร TSSG เป็นบวกเล็กน้อย ภาพรวม GPM ทำได้ดีจากฝั่งโรงแรม และถึงคุมค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยจ่าย รวมแล้วกำไรสุทธิ 1H69 อยู่ที่ 3 พันล้านบาท +169%YoY แนวโน้ม 2H69 ยังมีทิศทางบวกจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของโรงแรมและการขยายแบรนด์ร้านอาหารพรีเมียม โดยเฉพาะ 4Q69 เข้าช่วง High season ซึ่งมีงานอีเว้นต์และมาตรการกระตุ้นการท่องเทียวของภาครัฐช่วยเสริม ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ไว้ที่ 2.75 พันล้านบาท +38%YoY) และ 2.45 พันล้านบาท (-11%YoY)
- ITC* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 72 บาท) กำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 844 ลบ. (+21%YoY , -3%QoQ) มีปัจจัยกดดันในส่วนของต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง แต่พอสามารถ Offset ปัจจัยดังกล่าวได้จากยอดขายหลักที่ยังโตดี YoY และมีปัจจัยหนุนจากรายการพิเศษบวก(คืนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ) ส่วนการดำเนินงานปกติในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เบื้องต้น คาดว่าจะยังเห็น Demand ต่อเนื่องทั้งในสหรัฐฯและยูโรป รวมถึงเห็นผลจากการปรับราคาขายขึ้นเพื่อ Offset ต้นทุนได้เต็มที่มากกว่าในช่วงครึ่งปีแรก นอกจากนี้ ITC ยังเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทที่อยู่ในโทนอ่อนค่า ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ ITC* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 3,402 ลบ.(+14%YoY) และ 3,804 ลบ.(+12%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI ก.ย. +$0.44 อยู่ที่ $84.94 / บาร์เรล, Brent ต.ค.+$0.15 อยู่ที่ $91.02/บาร์เรล หลังประธานสภา ฯ อิหร่านเผยช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดต่อไป จนกว่าสหรัฐจะยกเลิก ม.ปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน, ม.คว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน และปลดการอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศ ขณะที่ ปธน.ทรัมป์เผยจะไม่ขยายข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน
Gold Update (-) Comex Gold ธ.ค. -$53.10 ปิดที่4,420.60 ดอลลาร์/ออนซ์ ถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี, 30 ปี ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ
Fund Flow(-)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -32.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ซื้อหุ้นไทย +6.08 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโดฯ -19.89 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -6.53 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับลดลงอยู่ที่ 4.712 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -63 จุด อยู่ที่ 2,815
(+) BitCoin เช้านี้ +0.50% อยู่ที่ 64,506 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
17 ส.ค. สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส2/2569
19 ส.ค. กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
สัปดาห์ที่3 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
สัปดาห์ที่4 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ
ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์
รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
ประชุม กนง. ครั้งที่4/2569
ต่างประเทศ
19 ส.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
20 ส.ค. US รายงานการประชุม FOMC
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
21 ส.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต ( ส.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ ( ส.ค.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*, CRC
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th