Equality for All
TOP : บมจ.ไทยออยล์
2Q26 กำไรยังดีตาม GRM ที่ดี แม้จะเผชิญต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น และมีรายการพิเศษ : กำไรออกมาดีกว่าคาดจากรายการพิเศษน้อยกว่าคาด รายงานกำไรสุทธิอยู่ที่ 8,284 ลบ. มีรายการพิเศษ -4,196 ลบ. (ด้อยค่าสินทรัพย์โครงการ CFP -1,000, กำไรการป้องกันความเสี่ยง +5,053 กำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ +37 ขาดทุนจากสต็อก -10,741 กำไรจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ +3,145 และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน +690 ลบ.) ทำให้กำไรปกติอยู่ที่ 12,480 ลบ.
โรงกลั่น การใช้กำลังการกลั่นปรับลงมาอยู่ที่ 107% จากการมีหยุดซ่อม CDU1 ราว 1 เดือน แต่ส่วนต่างราคาน้ำมันเครื่องบิน +26.7, ดีเซล +27.6 แก๊สโซลีน +19.3 เหรียญ/บาร์เรล q-q แต่ต้นทุนนำเข้าน้ำมัน, ประกันภัย, ค่าขนส่งและการลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นส่งผลให้ GRM อยู่ที่ 21.20 เหรียญจาก 12.60 เหรียญ/บาร์เรล q-q
อะโรเมติกส์ การใช้กำลังการผลิต TPX อยู่ที่ 67% แต่ส่วนต่างราคา PX และ BZ ลดลงภายใต้ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ขณะที่ LAB ใช้กำลังการผลิตลดเหลือ 118% แม้ได้ปัจจัยบวกจากอุปทานตึงตัวหนุนให้ราคาขายดีขึ้นแต่ภาพรวม GIM ลดเหลือเพียง 0.8 เหรียญ จาก1.1 เหรียญ/บาร์เรล
LUBE ใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 80% แต่ GIM เพิ่มเป็น 1.9 เหรียญ/บาร์เรลจากอุปทานตึงตัว
รวม 3 ธุรกิจ GIM เพิ่มมาเป็น 23.90 เหรียญ/ บาร์เรล ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 3.3 เหรียญ/บาร์เรล ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 2.3 เหรียญ, ดอกเบี้ยจ่าย 1 เหรียญ/ บาร์เรล
ปรับประมาณการขึ้นจากงบที่ดีกว่าคาด : แม้เราคาดว่าการดำเนินงานได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่ช่วงที่เหลือของปีคาด GRM ทรงตัวระดับสูงจากปัญหาที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางส่งผลให้การส่งออกทำได้ยากขึ้นและยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ เช่นเดียวกับโรงกลั่นที่ได้รับความเสียหายทำให้อุปทานหายไป และหากสถานการณ์คลี่คลายต้องใช้เวลาเพื่อให้ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ อีกทั้งล่าสุดยูเครนโจมตีรัสเซียทำให้อุปทานน้ำมันของรัสเซียหายไปราว 40% ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ยังเป็นบวกต่อค่าการกลั่นให้ทรงตัวได้ ส่วนราคาน้ำมันดิบนั้นคาดจะอยู่ระหว่าง 70-80 เหรียญต่อบาร์เรล
กลุ่มอะโรเมติกส์คาดครึ่งปีหลังส่วนต่างราคาจะดีขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบลดลง
โอเลฟินส์ คาดอุปสงค์ในจีนยังอ่อนแอ และยังได้รับแรงกดดันจากอุปทานใหม่ที่จะทยอยเพิ่มในครึ่งปีหลัง
เรามีปรับประมาณการขึ้นจากการดำเนินงานที่ดีกว่าคาด ภายใต้ GRM 19.81 เหรียญ/บาร์เรล ราคาน้ำมันดิบ 84 เหรียญ ปรับกำไรสุทธิเพิ่มเป็น 35,333 ลบ.
มาตรการลดราคาหน้าโรงกลั่นดีเซลยังดำเนินต่อ : ที่ผ่านมา กบง. ประกาศปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับดีเซลเพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เร่งตัวขึ้นตามช่วงเวลาดังนี้
9 เม.ย.- 23 เม.ย. 2026 ลดราคา 2 บาทต่อลิตร
24 เม.ย. – 9 พ.ค. 2026 ลดราคา 5 บาทต่อลิตร
9 พ.ค. - 19 พ.ค. 2026 ลดราคา 3 บาทต่อลิตร
9 ก.ค. - 29 ก.ค. 2026 ลดราคา 1.40 บาทต่อลิตร
24 ก.ค. – 15 ส.ค. 2026 ลดราคา 2.40 บาทต่อลิตร
16 ส.ค. – 15 ก.ย. 2026 ลดราคา 2.40 บาทต่อลิตร
สำหรับโรงกลั่นของบ. ผลิตน้ำมันดีเซล 40% จากปริมาณการผลิตทั้งหมด คิดเป็น 20 ล้านลิตรต่อวัน โดย 2Q26 ส่งผลกระทบให้ GRM ลดลงไป 2.6 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่เร่งตัวขึ้นทำให้มีการนำมาตรการดังกล่าวมาใช้อีกครั้งตั้งแต่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นการขึ้นครั้งที่ 3 ใน 3Q26 เราคาดว่าหากราคาน้ำมันยังทรงตัวระดับสูงมาตรการดังกล่าวจะเป็นตัวช่วยพยุงราคาขายปลีกให้ปรับขึ้นน้อยลง
ยังเก็งกำไรตาม GRM ได้
“การดำเนินงานยังฟื้นตัวได้ตาม GRM ที่ดีต่อเนื่อง แม้คาดการดำเนินงานจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วก็ตาม แต่คาดยังเป็นช่วงเวลาที่ดีของกลุ่มโรงกลั่นจากอุปทานที่ตึงตัวส่งผลให้ส่วนต่างราคายังทรงตัวระดับสูงได้ แต่ได้รับผลกระทบจากการลดค่าการกลั่นลงเป็นปัจจัยถ่วงต่อการดำเนินงาน
กลยุทธ์การลงทุน ยังเก็งกำไรตาม GRM และราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นได้ ”
นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th