Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

17

Market Wrap-Up

·      SET วันที่ 14 ส.ค.69 ปิด -5.30 จุด อยู่ที่ 1,609.06 จุด มูลค่าการซื้อขาย 81,758 ลบ.  ต่างชาติซื้อ 1,353 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 669 ลบ. สถาบันขาย 330 ลบ. และรายย่อยขาย 353 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 1,275 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTT,AOT,HANA,KCE,BH,CBG และยอดขาย PTTEP,GULF,CPALL,KTB,SCB มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,690 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CPF,OR,CPN โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 9,195 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 39,091 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 6,621 ลบ.

Market View

·     ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.20%, S&P500 -0.17%, Nasdaq -0.28% จากแรงขายกลุ่มบริการสุขภาพ -0.6%, เทคโนโลยี -0.42% หลังข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐ ก.ค. -0.6% & คาด +0.1% MoM และ ม.มิชิแกนเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ส.ค. ลดลงอยู่ที่ 51.0 & คาด 54.5 ส่งผลให้ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 67% ที่เฟดจะคงดอกเบี้ย และ 33% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม ก.ย. สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -0.56%, S&P500 +0.36%, Nasdaq +0.14% WoW ได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป หลัง US CPI ก.ค. ชะลอตัวอยู่ที่ 3.4% & มิ.ย. 3.5% YoY ส่งผลให้เฟดชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่กำไร บจ. ใน S&P500 Q2/69 +52% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากกำไรของบริษัทที่เกี่ยวกับ AI เช่น Amazon, Microsoft เติบโตได้ดี สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูลตลาดอสังหา ฯ สหรัฐ ก.ค., Fed Minutes, ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และ US PMI ภาคการผลิต & บริการ เบื้องต้น ส.ค.   

·     ตลาดหุ้นยุโรป -0.21% และ -0.36% WoW ถูกแรงขายทำกำไรหลังดัชนีปรับขึ้น 4 สัปดาห์ตอบรับกับรายงานกำไร Q2/69 บจ. Stoxx600 ยุโรป +23.4% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากกำไรของกลุ่มพลังงานและวัสดุที่เติบโตดี โดยนักลงทุนรอติดตามผลการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบผันผวน และ CPI ยูโรโซน ก.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 2.9% & มิ.ย. 2.8% YoY ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ใน ก.ย. สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูล UK CPI ก.ค., PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซน ส.ค.

·      ตลาดหุ้นเอเชียวันศุกร์นิเกอิ +0.59% นำโดยกลุ่มขนส่งทางเรือ, เหมืองแร่ และสารสนเทศ & สื่อสาร หลังข้อมูล US CPI & PPI ก.ค. ชะลอตัวลง ส่งผลให้เฟดอาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม ก.ย. และกลุ่มผู้ผลิตเมมโมรี่ชิป ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +2.42% นำโดย Samsung Electronics +2.4%, SK Hynix +3.2% ฟื้นตัวเข้าสู่ Bullish Zone ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.01% ได้ปัจจัยหนุนหลัง SMIC +2.65% ตอบรับรายงานกำไร Q2/69 ทีปรับขึ้น +260% YoY บ่งชี้อุปสงค์ของชิปเซมิคอนดักเตอร์ยังอยู่ในระดับสูง สัปดาห์ที่ผ่านมา MSCI Asia Pacific Index +2.6% WoW นำโดย Kospi +11.5% WoW ฟื้นตัวตามหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปของสหรัฐ สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูล GDP ญี่ปุ่น Q2/69, CPI ญี่ปุ่น ก.ค. และผลผลิตภาคอุต, ยอดค้าปลีก, อัตราว่างงานจีน ก.ค., ดอกเบี้ย LPR จีน 1 & 5 ปี

·     SET -0.18% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 7.28 หมื่น ลบ. -6.7% WoW สถาบันขาย 1,221 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 2,632 ลบ. ต่างชาติซื้อ 418 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,433 ลบ. WoW ดัชนีปรับลดลงนำโดยกลุ่มไฟแนนท์ -5.1%, รับเหมาก่อสร้าง -4.4%, ธนาคาร -2.3% WoW ถูกแรงขาย Sell on Fact หลังการรายงานงบ Q2/69 และกลุ่มค้าปลีก -2.6% WoW ยังถูกกดดันจากกำไร Q2/69 ของ CPALL,CPAXT ที่ยังฟื้นตัวได้ช้า ขณะที่กลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนี คือ อิเล็ก ฯ +3.5% WoW ฟื้นตัวตามกลุ่มเทคสหรัฐ และกลุ่มขนส่ง & ท่องเที่ยวได้ปัจจัยหนุนจากคาดรัฐบาลจะเตรียมออก ม.กระตุ้นการท่องเที่ยวและเริ่มเข้าสู่ช่วง High Season  ซึ่งโดยภาพรวมดัชนี SET ยังได้ปัจจัยหนุนจาก คาดการณ์ผลประกอบการของ บจ.ปีนี้ยังขยายตัวได้ดี จาก Bloomberg Consensus ได้ปรับเพิ่ม EPS ของ SET ปีนี้ไปที่ 107 บาท กอปรกับช่วง Q4 นี้คาดจะได้เม็ดเงินลงทุนใหม่เพิ่มเติมจากบัญชี TISA หากมีความชัดเจนในเรื่องการหักลดหย่อนภาษี สำหรับผล MSCI รีบาลานท์รอบ ส.ค. มีเม็ดเงินลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น +14.3 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้สภาพัฒน์จะรายงาน GDP ไทย Q2/69 คาด +1.7% & Q1/69 +2.8% YoY และการพิจาณาแผน PDP 2026 

 

  

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,590 – 1,600 แนวต้าน 1,620 – 1,630 คาดดัชนีได้แรงหนุนจากคาดการณ์จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. กอปรกับได้แรงหนุนจากรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ.ขนาดใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี และคาดภาวะเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วง Q2/69 แล้ว แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,CPALL,BH,BDMS เป็นหุ้นกลุ่ม Value Play / เก็งกำไรกลุ่มที่รายงานกำไร Q2/69 ดีกว่าคาด เช่น AOT,HANA,CRC,ADVICE,GUNKUL

 

  • AOT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 00 บาท) AOT รายงานผลประกอบการ 3Q68/69 (เม.ย.-มิ.ย.69) มีกำไรสุทธิ 4.4 พันล้านบาท -22%QoQ, +15%YoY กำไรลดลง QoQ ถูกกดดันจากการเข้าสู่ช่วง low season ท่องเที่ยว แต่ YoY ดีขึ้นจากค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าคาด แนวโน้ม 4Q68/69 (ก.ค.-ก.ย.69) คาดกำไรกลับมาเติบโตได้ทั้ง QoQ, YoY สถิติการบินเบื้องต้นในเดือน ก.ค.จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารของ AOT แม้ปรับตัวลดลง YoY แต่มีสัญญาณฟื้นตัว MoM โดยกำไรจะกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งเนื่องจากเริ่มรับรู้ค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) เป็น 1,120 บาท/คน เข้ามาเต็มไตรมาส ช่วยชดเชยรายได้ที่สูญเสียจาก King Power และผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง เรามีการปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 68/69 ขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 1.99 หมื่นล้านบาท +10%YoY ส่วนกำไรปี 69/70 เติบโตโดดเด่นที่ 2.94 หมื่นล้านบาท (+47%YoY)

 

  • CRC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 28.75 บาท) รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 2,044 ลบ. (+79%YoY, -27% QoQ ) สูงกว่าคาด ขณะที่ส่วนของกำไรปกติจากการดำเนินงานต่อเนื่องอยู่ที่ 2,114 ลบ. (+124%YoY, -27% QoQ ) อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล แต่ YoY บวกได้เด่น มีปัจจัยหนุนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจ FOOD ที SSSG +0%YoY ขณะที่ส่วนงาน FASHION และ HARDLINE มีพัฒนาการที่ดีขึ้นจาก 1Q69 แม้กำลังซื้อในประเทศยังเปราะบาง โดย SSSG ไตรมาสนี้อยู่ที่ -1% YoY และ Flat YoY ตามลำดับ นอกจากนี้ เมื่อ SSSG กลุ่มธุรกิจ FOOD เป็นบวก และ SSSG กลุ่มอื่นเป็นลบน้อย ประจวบกับProduct Mix, รายได้จากการสาขาใหม่, Economies of Scale ส่งผลให้มาร์จิ้นอยู่ในเกณฑ์ดีได้โดย GPM(from Con. Operation) +154 bpsYoY +166 bpsQoQ อยู่ที่ 27.63% ส่วนการดำเนินงานปกติในช่วง 3Q69 นี้ เบื้องต้น คาดว่าภาพ YoY สามารถบวกได้ต่อเนื่อง ยังมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากหน่วยธุรกิจอาหารที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ก.ย. +$1.15 อยู่ที่ $82.40 / บาร์เรล, Brent ต.ค.+$1.45 อยู่ที่ $88.52/บาร์เรล สัปดาห์ที่ผ่านมา WTI +5.4%, Brent +6.0% WoW หลังเรือ 2 ลำของรัฐบาล UAE ถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ กอปรกับสถานีส่งออกน้ำมันของรัสเซียที่โนโวรอสซีคส์ในทะเลดำถูกโดรนยูเครนโจมตี

 

Gold Update (+) Comex Gold  ธ.ค. +$16.90 ปิดที่4,437.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.3% หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น US CPI & PPI ก.ค. มีสัญญาณชะลอตัว ส่งผลให้เฟดอาจคงดอกเบี้ยในการประชุม ก.ย.

 

Fund Flow(-)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมาขายสุทธิ -135.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ซื้อหุ้นไทย +12.60 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ  -88.44 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -59.52 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 33.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.683 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +19 จุด อยู่ที่ 2,863

(0) BitCoin เช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 63,085 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

17 ส.ค.      สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส2/2569

19 ส.ค.      กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

สัปดาห์ที่3  ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

สัปดาห์ที่4  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

   สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ

   ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

   ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย 

   ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์

   รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

   ประชุม กนง. ครั้งที่4/2569

ต่างประเทศ

19 ส.ค.      EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)

                  US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

20 ส.ค.      US รายงานการประชุม FOMC

  US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

21 ส.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( ส.ค.)

                  US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( ส.ค.)

 

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้