PR9 : ความแข็งแกร่งของผู้ป่วยต่างชาติช่วยพยุงผลประกอบการในไตรมาสที่ได้รับผลกระทบจากสงครามบล.ทิสโก้ :
ผู้ป่วยต่างชาติเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโต
PR9 รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 184 ล้านบาท ทรงตัวทั้ง YoY และ QoQ และใกล้เคียงกับประมาณการของเราที่ 186 ล้านบาท แม้จะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านตลอดทั้งไตรมาส แต่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น 11% YoY เป็น 378 ล้านบาท และต่ำกว่าระดับสูงสุดใน 3Q25 เพียง 1% เท่านั้น การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของผู้ป่วยตะวันออกกลาง และโมเมนตัมรายได้ที่แข็งแกร่งจากผู้ป่วยเมียนมา ปัจจัยดังกล่าวช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 36.6% จาก 36.2% ใน 1Q26 เราคาดว่าจำนวนผู้ป่วยตะวันออกกลางจะฟื้นตัวต่อเนื่องใน 3Q26 และเมื่อรวมกับการฟื้นตัวของรายได้จากผู้ป่วยไทยในช่วง 2H26 จะช่วยสนับสนุนให้รายได้ปี 2026F เป็นไปตามประมาณการของเรา นอกจากนี้ PR9 ยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งสอดคล้องกับที่เราคาดการณ์ไว้ โดยคาดว่าการจ่ายเงินปันผลจะกระจุกตัวมากขึ้นในช่วง 2H26 ตามการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน ทั้งนี้ วันขึ้นเครื่องหมาย XD คือวันที่ 25 สิงหาคม 2026
สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 29%
รายได้จากธุรกิจโรงพยาบาลอยู่ที่ 1,311 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 2% QoQ ใกล้เคียงกับประมาณการของเรา แม้ว่าสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะออกมาดีกว่าคาดก็ตาม รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น 11% YoY และ 14% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากผู้ป่วยตะวันออกกลางและเมียนมาเป็นหลัก ทั้งนี้ รายได้จากผู้ป่วยเมียนมาทำสถิติสูงสุดรายไตรมาส ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติต่อรายได้รวมของโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็น 29% จาก 26.7% ใน 2Q25 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยไทยทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน เมื่อแยกตามประเภทบริการ รายได้จากผู้ป่วยใน (IPD) เพิ่มขึ้น 6.8% YoY เป็น 628 ล้านบาท คิดเป็น 48% ของรายได้โรงพยาบาล ส่วนรายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) ลดลง 0.8% YoY เหลือ 683 ล้านบาท จากจำนวนผู้เข้ารับบริการที่ลดลง แม้ว่ารายได้ต่อครั้งจะเพิ่มขึ้นก็ตามสำหรับการแบ่งตามประเภทผู้ชำระเงิน รายได้จากกลุ่มประกันเพิ่มขึ้น 20.2% YoY และรายได้จากลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้น 5.1% YoY ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยจ่ายเอง (Self-pay) ลดลง 4.3% YoY ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยจ่ายเองต่อรายได้ค่ารักษาพยาบาลลดลงเหลือ 58% จาก 63% ในปีก่อน
การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นถูกหักล้างบางส่วนด้วยค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น
สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้นช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้น 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ QoQ มาอยู่ที่ 36.6% อย่างไรก็ตาม ระดับดังกล่าวยังต่ำกว่า 37.3% ใน 2Q25 เนื่องจากค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 17.8% YoY เป็น 90 ล้านบาท หลังการลงทุนในระบบหุ่นยนต์ผ่าตัด da Vinci Xi และโครงการเชิงกลยุทธ์อื่น ๆ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 1% YoY จากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แต่เพิ่มขึ้น 7% QoQ จากค่าใช้จ่ายครั้งเดียวที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงหอผู้ป่วยพยาบาล EBITDA Margin อยู่ที่ 23.3% เพิ่มขึ้น 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ YoY แต่ลดลง 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์ QoQ
2Q26 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี
เราคาดว่า 2Q26 จะเป็นจุดต่ำสุดของผลประกอบการปี 2026 และมองว่ากำไรจะปรับตัวดีขึ้น QoQ ตั้งแต่ 3Q26 เป็นต้นไป จากการฟื้นตัวของรายได้ อย่างไรก็ตาม กำไรใน 3Q26 ยังมีแนวโน้มลดลง YoY เมื่อเทียบกับฐานสูงใน 3Q25 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 223 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยตะวันออกกลางยังไม่ฟื้นตัวกลับสู่ระดับปกติอย่างเต็มที่ และการแข่งขันในตลาดผู้ป่วยไทยยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ PR9 โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 22.70 บาท