Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

27

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 11 ส.ค.69 ปิด -11.74 จุด อยู่ที่ 1,612.62 จุด มูลค่าการซื้อขาย 69,950 ลบ. ต่างชาติขาย 112 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,375 ลบ. สถาบันขาย 14 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,501 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 606 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTT,PTTEP,TOP,BCP,PTTGC และยอดขาย DELTA,KTC,AOT,CPALL,CPN มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,638 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น LH,M,AOT โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 11,701 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 50,569 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,365 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.04%, S&P500 +0.26%, Nasdaq +0.54% โดยกลุ่มอสังหา ฯ +1.08%, เทคโนโลยี +1.6% ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือย -1.4%, วัสดุ -1.2% หลังรายงาน US CPI ก.ค. ลดลงอยู่ที่ 3.4% & มิ.ย. 3.5% YoY และ US Core CPI ก.ค. ลดลงอยู่ที่ 2.5 % YoY ตามคาดการณ์ ส่งผลให้ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 40% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. ซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่ม Growth และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดฟิลาเดลเฟีย +2.5% นำโดย Nvidia +3%, Micron Tech +4.9% โดยนักลงทุนยังรอผลการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และค่ำวันนี้ติดตาม US PPI ก.ค. คาด 4.9% & มิ.ย. 5.5% YoY , ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 -0.16% จากแรงขายกลุ่มบริการสุขภาพ -1.2% นำโดย Essilor -4.3% ผู้ผลิตแว่นตาฝรั่งเศสถูกฟ้องในกรณี กม.คุ้มครองความเป็นส่วนตัวของแว่น AI, สินค้าส่วนบุคคล -1.9% และสินค้าหรูหรา -2.9% โดยดัชนีหุ้นถูกแรงขายทำกำไร หลังปรับขึ้นทำ New High ตอบรับกับ LSEG คาดการรณ์กำไร บจ.ใน Stoxx600 Q2/69 คาดจะเติบโต +22% สูงกว่าเดิมคาดไว้ที่ +5% ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจค่ำวันนี้ติดตาม UK GDP Q2/69 คาด +1.1% & Q1/69 +0.9% YoY และคาด +0.4% & Q1/69 +0.6% QoQ
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้นิเกอิ +0.83% ได้แรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร, เหมืองแร่, โลหะที่ไม่มีเหล็กผสม และกลุ่มผู้ผลิตชิป หลังความเห็นของคณะกรรมการ BOJ ในการประชุม ก.ค. บางส่วนมีการเรียกร้องให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อกำไรหุ้นกลุ่มธนาคาร ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +3.68% นำโดย Samsung Electronics +6.7%, SK Hynix +5.5% หลังมีรายงานข่าวกองทุนเทมาเส็กของสิงค์โปร์มีความสนใจที่จะลงทุนในบริษัทผู้ผลิตชิปทั้ง 2 แห่ง และยังได้ปัจจัยหนุนจากรายงานผลประกอบการของกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ เช่น CoreWeave ผู้ให้บริการด้านคลาวด์ และ Super Micro ออกมาดีกว่าคาด ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.32% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทค ฯ จีน เช่น Cambricon Tech +1.35% และ SMIC +2.0% รอการรายงานกำไร Q2/69 ในวันนี้เพื่อวัดอุปสงค์ของตลาดชิป
  • SET วันอังคารปิด -0.72% ปริมาณการซื้อขาย 9 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 112 ลบ. สถาบันขาย 14 ลบ.พอร์ตโบรกขาย 1,375 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,501 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายหุ้นกลุ่มอิเล็ก ฯ นำโดย DELTA -3.58% ส่งผลลบต่อดัชนี -10 จุด หลังนักลงทุนยังไม่แน่ใจต่อการฟื้นตัวของ Capex ด้าน AI ของกลุ่ม Big Tech สหรัฐในปีหน้า ส่วนกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง -3.2% หลังรัฐบาลกำลังพิจารณาออกเกณฑ์ควบคุมการใช้ทรัพยากรน้ำ, ไฟฟ้าของกลุ่ม Data Center ซึ่งอาจส่งผลให้การอนุมัติโครงก่อสร้างใหม่ชะลอตัว และเป็นผลลบต่อ Backlog งานก่อสร้างของกลุ่มรับเหมา ขณะที่กลุ่มค้าปลีก -1.18% หลัง CPAXT รายงานกำไร Q2/69 ชะลอตัว -33%QoQ, -18%YoY สาเหตุมาจาก SSSG ลดลง และค่าใข้จ่าย SG&A ปรับสูงขึ้น กอปรกับยังมี่ค่าใช้จ่ายจากการเปิดโครงการ Happitat ในชวง Q3 นี้ โดยเม็ดเงินลงทุนได้สลับเข้าไปเก็งกำไรในกลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี ได้ปัจจัยหนุนจากการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่มโรงกลั่น และ PTTGC ออกมาดีกว่าคาด โดยภาพรวมดัชนี SET ยังได้ปัจจัยหนุนจาก คาดการณ์ผลประกอบการของ บจ.ปีนี้ยังขยายตัวได้ดี โดยล่าสุด Bloomberg Consensus ได้ปรับเพิ่ม EPS ของ SET ปีนี้ไปที่ 102 - 107 บาท ส่งผลให้ SET Forward P/E ปีนี้ลดลงอยู่ที่ 15.1 – 15.8 เท่า กอปรกับคาดในช่วง Q4 นี้คาดจะได้เม็ดเงินลงทุนเพิ่มจากบัญชี TISA ส่วนผล MSCI รีบาลานท์รอบ ส.ค. ไม่มีหุ้นไทยเข้า – ออกจาก Global Standard Index / ขณะที่หุ้นที่เข้า Small Cap Index คือ GUNKUL, HANA / ออก คือ CHG, JAS จะมีผลในช่วงปิดตลาดวันที่ 31 ส.ค. นี้ 

 

  

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,600 – 1,610 แนวต้าน 1,630 คาดดัชนีได้แรงหนุนจากคาดการณ์จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. หลัง US CPI ก.ค. ชะลอตัวลงตามคาด กอปรกับยังได้แรงหนุนจากรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ.ขนาดใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี ระหว่างรอผลการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,CPALL,BH,BDMS เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensive Play / เก็งกำไร GUNKUL, HANA ที่ถูกนำเข้าคำนวณใน MSCI Small Cap Index ในช่วงปลายเดือนนี้ และเก็งกำไร DELTA, KCE คาดฟื้นตัวตามหุ้นกลุ่มผลิตชิปสหรัฐ

 

  • TIDLOR* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 23.60 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโต YoY หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิเติบโตตามสินเชื่อรวมและ NIM ขณะที่การตั้งสำรองลดลงสะท้อนคุณภาพสินเชื่อที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง สำหรับแนวโน้มปี 69 คาด QoQ ชะลอตัวจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและ ECL แต่ YoY ยังพอโตได้จาก NII และ non-NII ที่เพิ่มขึ้น ส่วนแนวโน้มปี 69 บริษัทตั้งเป้าการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม 5-10%YoY คุมระดับ Credit Cost 2.2-2.8% และได้ประโยชน์จาก NIM ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้อิงจาก consensus ปี 69-70 ตลาดคาดกำไรสุทธิ 66 พันล้านบาท +15%YoY และ 6.13 พันล้านบาท +8%YoY

 

  • SPALI* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 75 บาท) รายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 1,647 ลบ.(+49%YoY, +310%QoQ) โดย แม้รายได้จากการโอนจะ Flat YoY แต่มีแรงหนุนของกำไรจาก ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วมที่ +99%YoY ตามยอดโอนของโครงการร่วมค้า SSRCP Holdco Pty Ltd ในออสเตรเลีย โดย SPALI* ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.55 บ./หุ้น คิดเป็น Dividend Yield จากราคาปัจจุบันที่ 3.46% จะ XD วันที่ 25 ส.ค.69 ทั้งนี้ ภาพรวม เราคาดว่าหุ้นกลุ่มอสังหาฯยังพอป้องกันความผันผวนได้จากปันผลสูงและมีปัจจัยสนับสนุนจากครม.ขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีราคาซื้อขายและวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ลบ. ถึงวันที่ 30 มิ.ย.70 ด้าน SPALI* เอง ณ สิ้น 30 มิ.ย.69 ยังมี Backlog แข็งแกร่งที่ 15,838 ลบ. ขณะที่ครึ่งปีหลังนี้ คาดจะเปิดโครงการใหม่ 19 โครงการ มูลค่ารวม 22,660 ลบ. ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภูมิภาค

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ก.ย. +$0.07 อยู่ที่ $83.27 / บาร์เรล, Brent ต.ค.+$0.07 อยู่ที่ $88.98/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบบับเอลมัมเดบ และโจมตีเรือรรทุกยุทโธปกรณ์ทางการทหารของซาอุ ฯ ขณะที่ IEA คาดการณ์อุปสงค์น้ำมันตลาดโลกปีนี้ลดลง 1.6 ล.บาร์เรล/วัน

 

Gold Update (+) Comex Gold  ธ.ค. +$26.40 ปิดที่4,467.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงหนุนจากข้อมูล US CPI ก.ค. ชะลอตัวอยู่ที่ 3.4% & มิ.ย. 3.5% YoY ส่งผลให้โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. ลดลง

 

Fund Flow(+)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +40.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ซื้อหุ้นอินโด ฯ  +40.57 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +0.22 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.06 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.682 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -107 จุด อยู่ที่ 2,939

(-) BitCoin เช้านี้  -0.34% อยู่ที่ 63,588 ดอลลาร์สหรัฐ

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

สัปดาห์ที่2  ตลท.แถลงสรุปภาพรวมตลาดหลักทรัพย์

  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

สัปดาห์ที่3  ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

                  กระทรวงพาณิชญ์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                  สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส2/2569

 

ต่างประเทศ

12 ส.ค.      US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)

13 ส.ค.      US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ( ก.ค.)

  US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

14 ส.ค.      US ดัชนียอดขายปลีก ( ก.ค.)

  

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

  

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้