Market Wrap-Up
- SET วันที่ 10 ส.ค.69 ปิด +12.36 จุด อยู่ที่ 1,624.36 จุด มูลค่าการซื้อขาย 61,741 ลบ. ต่างชาติขาย 51 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 442 ลบ. สถาบันขาย 773 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,266 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 942 ลบ. โดยมียอดซื้อ DELTA,PTT,TOP,BCP,PTTEP,BH และยอดขาย BBL,CPALL,KTB,KTC,ADVANC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,618 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น WORLDA01,BEM,AMATA โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 3,343 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 62,270 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,343 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.11%, S&P500 -0.06%, Nasdaq -0.32% จากแรงขายกลุ่มอสังหา ฯ -1.23%, สาธารณูปโภค -1.1% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +4.5% ปรับขึ้นตาม WTI วานนี้ +5.05% หลัง ปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้เสียชีวิตจากสงคราม ส่งผลให้การเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจยืดเยื้อ และนักลงทุนอาจกลับมากังวลต่อภาวะเงินเฟ้ออีกครั้ง ส่วนข่าวรายตัวหุ้น Intel -4.1% เผยเตรียมระดมทุนผ่านการขายหุ้นมูลค่า $5 หมื่น ล. เช่นเดียวกับ Nvidia -2.9% หลัง Apollo Global และ Blackstone ร่วมกับ Nvidia ในการจัดหาเงินทุน $ 5 แสน ล. ในพัฒนาด้าน AI โดยนักลงทุรอการรายงานงบ Q2 ซึ่งทาง LSEG เผย 436 บริษัทใน S&P500 ที่ส่งงบแล้ว 85.1% รายงานกำไร Q2/69 ดีกว่าคาด ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 68% สัปดาห์นี้วันพุธติดตาม US Core CPI ก.ค. คาด 2.5% & มิ.ย. 2.6% YoY , วันพฤหัส US PPI ก.ค. คาด 0.2% & มิ.ย. -0.3% MoM และวันศุกร์ยอดค้าปลีกสหรัฐ ก.ค. คาดทรงตัว 0.2% MoM
- ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.03% ได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน +1.3% ปรับขึ้นตาม Brent วานนี้ +4.99% อยู่ที่ $87.72/บาร์เรล หลังการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจยืดเยื้อ, กลุ่มทรัพยากรพื้นฐาน +0.9% ปรับขึ้นตามราคาทองแดง และกลุ่มเทคโนโลยี +0.3% โดยดัชนีหุ้นยุโรปได้ปัจจัยหนุนจาก LSEG คาดการรณ์กำไร บจ.ใน Stoxx600 Q2/69 คาดจะเติบโต +22% สูงกว่าเดิมคาดไว้ที่ +5% สัปดาห์นี้วันพุธติดตาม CPI เยอรมัน ก.ค. คาด 2.8%, วันพฤหัส UK GDP Q2/69 คาด 0.4% & Q1/69 0.6% QoQ
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัชนีนิเกอิ +2.08% ได้แรงหนุนจากกลุ่มบริการ, โลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก และหุ้น Recruit Holding +22.8% ตอบรับรายงานกำไรไตรมาสที่ผ่านมาดีกว่าคาด ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าช่วยหนุนหุ้นกลุ่มยานยนต์ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +0.65% ฟื้นตัวตามดัชนีหุ้นสหรัฐ หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.ค. ชะลอตัว ส่งผลให้เฟดอาจชะลอการขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. ขณะที่ Samsung Electronics -0.43%, SK Hynix -0.14% จากความกังวล Apple อาจเริ่มหันไปใช้ชิปจากผู้ผลิตจีน CXMT ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.67% หลังรายงาน CPI จีน ก.ค. ชะลอตัวอยู่ที่ 0.5% ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน สาเหตุมาจากราคาอาหารปรับลดลง และต้นทุนที่ไม่ใช่อาหารก็ขยายตัวในอัตราที่ลดลง
- SET +0.77% ปริมาณการซื้อขาย 17 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 51 ลบ. สถาบันขาย 773 ลบ.พอร์ตโบรกขาย 442 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,266 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ นำโดย DELTA +6.49% ส่งผลบวกต่อดัชนี +16.8 จุด ซึ่งเป็นการฟื้นตัวตามบริษัทแม่ DELTA Taiwan วานนี้ +10.0% ตอบรับข่าวการเร่งจัดหาวัตถุดิบเพื่อรอบรับความต้องการของอุปกรณ์อิเล็ก ฯ ที่ใช้ใน Data Center และพัฒนาเทคโนโลยี 800V ที่ใช้ในระบบชาร์ตไฟในรถยนต์ EV ที่เร็วขึ้น และสามารถลดความร้อน เมื่อเทียบกับระบบ 400V ส่วนกลุ่มบรรจุภัณฑ์ +0.61% และปิโตรเคมี +0.25% ได้ปัจจัยหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ กอปรกับรายงานกำไร Q2/69 ของ PTTGC, BCP ออกมาดีกว่าที่ Consensus คาดไว้ ขณะที่กลุ่มขนส่ง & ท่องเที่ยวก็เริ่มฟื้นตัว หลังรัฐบาลเตรียมพิจารณา ม.กระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสในช่วง Q4 นี้ ซึ่งคาดจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ภายในเดือน ส.ค. นี้ ส่วนกลุ่มที่ปรับลดลง เช่น รับเหมาก่อสร้าง, โรงไฟฟ้า, นิคม ฯ หลังมีประเด็นข่าวรัฐบาลเตรียมออกเกณฑ์ควบคุมการใช้ทรัพยากรของโครงการลงทุนด้าน Data Center ในไทย กอปรกับ WHA รายงานกำไร Q2/69 อยู่ที่ 659 ลบ. -56% QoQ, -32.7% YoY สาเหตุมารายได้จากธุรกิจขายที่ดินปรับลดลง -52% YoY ส่วนภาวะการซื้อขายวันนี้คาดดัชนี SET ทรงตัวในช่วงก่อนวันหยุดกลางสัปดาห์ และรอผล MSCI รีบาลานท์รายไตรมาสในช่วงเช้าวันพฤหัสนี้
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,610 แนวต้าน 1,630 – 1,640 คาดดัชนีทรงตัวในช่วงก่อนวันหยุดกลางสัปดาห์ และรอการรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ.รวมถึงผล MSCI รีบาลานท์ในวันพฤหัสนี้ แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,CPALL,BH,BDMS,BEM เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensive Play / เก็งกำไรกลุ่มที่รายงานกำไร Q2/69 ดีกว่าคาด เช่น CPN,WHAUP,SGP,COCOCO
- BEM* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 8.60 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 ดีขึ้น QoQ, YoY มีปัจจัยหนุนจากจำนวนผู้โดยสาร MRT สายสีน้ำเงินที่เพิ่มขึ้น รายได้เงินปันผลรับจาก TTW และ CKP เข้ามาตามฤดูกาล ส่วน SG&A ลดลงผ่านการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ปริมาณจราจรบนทางด่วนเฉลี่ยในช่วง 1H69 อยู่ที่ 1 ล้านเที่ยว/วัน (+0.9%YoY) จำนวนผู้โดยสาร MRT เฉลี่ยในช่วง 1H69 อยู่ที่ 420,000 เที่ยว/วัน (+2.1%YoY) โดยโมเมนตัมน่าจะดีขึ้นใน 3Q69-4Q69 ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงเปิดเทอมและการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้านนโยบายรัฐโครงการตั๋วร่วม EMV ปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าและมาตรการลดค่าทางด่วนจะช่วยกระตุ้นจำนวนผู้โดยสาร ในอนาคตมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม งาน M&E รถไฟฟ้าสีม่วงใต้ และโครงการ double deck ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 3.96 พันล้านบาท +5%YoY และ 4.11 พันล้านบาท +4%YoY
- KLINIQ (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) คาดว่า KLINIQ จะรายงานรายได้อยู่ที่ 1,083 ลบ. (+27.27%YoY , -28%QoQ) Flat QoQ จากฐานสูงใน 1Q69 แต่ยังสามารถเติบโตเด่น YoY จากจำนวนสาขาที่สูงขึ้น +7 สาขา YoY และ SSSG Cash Sales ที่เราคาดว่าจะอยู่ในโซน + 17-19%YoY หนุนจาก Range การบริการ และ Target ลูกค้าที่กว้าง ด้านต้นทุนค่าใช้จ่าย เราประเมิน GPM และ NPM ในไตรมาสนี้ยังคงปรับตัวดีขึ้น YoY จากรายได้ที่สูง ผลักดันให้เกิด Economies of Scale แต่ภาพ QoQ จะอ่อนตัวจากการขยายสาขาเพิ่มสุทธิราว +2 สาขา QoQ ส่งผลให้เราประเมินกำไรสุทธิ 2Q69 นี้อยู่ที่ 116 ลบ. (+29.73%YoY , -4.40%QoQ) ทั้งนี้ หากกำไรในช่วง 2Q69 ออกมาใกล้เคียงกับที่เราคาด กำไร 1H69 จะคิดเป็นราว 56% ของทั้งปี ส่งผลให้ เรามีโอกาสปรับประมาณการณ์กำไรปีนี้เพิ่มได้ โดย ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ KLINIQ ที่ 426 ลบ.( +17%YoY) และ 470 ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI ก.ย. +$3.95 อยู่ที่ $82.13 / บาร์เรล, Brent ต.ค.+$4.17 อยู่ที่ $87.72/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่านจ่ายค่าชดเชยให้กับผู้เสียชีวิตจากภัยสงคราม ขณะที่อิหร่านมีความพยายามจะเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลให้การเจรจายืดเยื้อ
Gold Update (+) Comex Gold ธ.ค. +$20.0 ปิดที่ 4,419.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้ปัจจัยหนุนจากการเร่งซื้อทองคำของธนาคารกลางจีน และยังรอดูข้อมูล US CPI & PPI ก.ค.ในช่วงกลางสัปดาห์นี้
Fund Flow(+)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +41.51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -1.54 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ +46.62 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -3.57 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 32.96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.712 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -6 จุด อยู่ที่ 3,083
(-) BitCoin เช้านี้ -1.74% อยู่ที่ 64,046 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่2 ตลท.แถลงสรุปภาพรวมตลาดหลักทรัพย์
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
สัปดาห์ที่3 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
กระทรวงพาณิชญ์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส2/2569
ต่างประเทศ
12 ส.ค. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)
13 ส.ค. US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ( ก.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
14 ส.ค. US ดัชนียอดขายปลีก ( ก.ค.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th