10 ส.ค. 2569 11:24:22 76
III : Preview 2Q26F : ค่าระวางสูงขึ้น หนุนกำไรเติบโตโดดเด่น
2Q26F แข็งแกร่งจากค่าระวางขนส่งที่พุ่งขึ้น; คงคำแนะนำ “ซื้อ”เราคาดว่า III จะรายงานกำไรสุทธิ 2Q26F ที่ 125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% YoY และ 31.6% QoQ โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งผลการดำเนินงานหลักและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน หลังอัตราค่าระวางขนส่งทางอากาศปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากผลประกอบการในไตรมาสนี้น่าจะสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกำไร III และความสามารถในการได้รับประโยชน์จากภาวะพื้นที่บรรทุกสินค้าใต้ท้องเครื่องบินที่ตึงตัว แม้จะยังมีความไม่แน่นอนในภูมิภาคก็ตาม
การเติบโตนำโดยธุรกิจขนส่งทางอากาศ; อัตรากำไรขั้นต้นอ่อนตัวเล็กน้อย แต่ยังควบคุมต้นทุนได้ดีเราคาดว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ 728.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% YoY และ 20.4% QoQ โดยรายได้จากธุรกิจขนส่งทางอากาศคาดว่าจะอยู่ที่ 462.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% YoY และ 30.0% QoQ จากอัตราค่าระวางที่เพิ่มขึ้นราว 40% รายได้จากธุรกิจโลจิสติกส์คาดว่าจะลดลง 14.8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 5.0% QoQ มาอยู่ที่ 110.3 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากธุรกิจโลจิสติกส์เคมีภัณฑ์เติบโต 6.1% YoY และ 5.0% QoQ สู่ระดับ 167.3 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 18.0% อ่อนตัวเล็กน้อยจาก 18.2% ในปีก่อน และ 18.5% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี โดยลดลง 3.2% YoY และ 1.0% QoQ ส่งผลให้ EBIT เพิ่มขึ้น 110.4% YoY และ 149.0% QoQ มาอยู่ที่ 33.5 ล้านบาท
แนวโน้ม: สัมปทานสุวรรณภูมิของ AOTGA ยังคงเป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างเราคาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะเพิ่มขึ้น 58.9% YoY และ 26.1% QoQ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกำไรพิเศษประมาณ 50 ล้านบาทจาก ANI ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว ส่วนแบ่งกำไรหลักจาก ANI ยังคงเติบโตในระดับเลขสองหลัก (Double-digit) จากการขยายตัวของธุรกิจขนส่งทางอากาศและการเพิ่มขึ้นของอัตราค่าระวางขนส่ง อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของ AOTGA คาดว่าจะยังอ่อนแอจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก่อนการเริ่มดำเนินงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในระยะยาว สัมปทานบริการภาคพื้นมูลค่า 29.4 พันล้านบาท และสัมปทานคลังสินค้าทางอากาศมูลค่า 37.9 พันล้านบาทของ AOTGA ซึ่งรวมกันเป็นโครงการ PPP อายุ 25 ปี มูลค่ารวม 67.3 พันล้านบาท จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับศักยภาพการทำกำไรของบริษัท โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วง 2H26 นอกจากนี้ BOI อนุมัติการลงทุนมูลค่า 330 พันล้านบาทใน 1Q26 ซึ่งรวมถึงการลงทุนด้านอิเล็กทรอนิกส์และ AI Data Center มูลค่า 40.5 พันล้านบาท ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนความต้องการขนส่งสินค้ามูลค่าสูงทางอากาศในระยะถัดไป
คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ III โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 5.50 บาท; ความเสี่ยงสำคัญจากประมาณการกำไร 1H26F ที่คิดเป็น 53% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา เราจึงยังคงประมาณการผลประกอบการ คำแนะนำ “ซื้อ” และมูลค่าที่เหมาะสมเดิมที่ 5.50 บาทต่อหุ้น (อิง PER ปี 2026F ที่ 10.7 เท่า หรือ -0.5SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี) ซึ่งสะท้อนอัพไซด์ 22% จากราคาปัจจุบันที่ 4.50 บาท เราคาดกำไรสุทธิปี 2026F ที่ 414 ล้านบาท หรือ EPS 0.51 บาท เพิ่มขึ้น 5.1% YoY โดยปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2026F เพียง 8.8 เท่า ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 5.8% และมี P/BV อยู่ที่ 0.9 เท่า ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ 1) ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อจนกระทบความต้องการขนส่งทางอากาศ 2) ความล่าช้าในการเริ่มดำเนินงานของ AOTGA ที่สนามบินสุวรรณภูมิ 3) การปรับตัวลดลงของอัตราค่าระวางขนส่งทางอากาศในอนาคต
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นหุ้นใหญ่ หุ้นโรงไฟฟ้า อย่าง GULF GPSC ปรับตัวขึ้น SCC บวก ทำให้ดัชนีตลาดเช้าวันนี้..
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์