Market Wrap-Up
- SET วันที่ 6 ส.ค.69 ปิด +4.86 จุด อยู่ที่ 1,614.64 จุด มูลค่าการซื้อขาย 84,135 ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,061 ลบ. สถาบันซื้อ 746 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 667 ลบ. และรายย่อยขาย 3,475 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 4,119 ลบ. โดยมียอดซื้อ ADVANC,SCB,BBL,GULF,TOP และยอดขาย KCE,PTT,HANA,TRUE,KTC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,355 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น WORLDA01,CATL01,ASML01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 26,561 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 74,265 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 9,036 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.85%, S&P500 -0.18%, Nasdaq -0.06% จากแรงขายกลุ่มอุต ฯ และอสังหา -0.83% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +1.59%, บริการสุขภาพ +0.14% หลังราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ +2.75% จากข่าวคณะกรรมาธิการรัฐสภาอิหร่านกำลังร่าง กม.ที่ห้ามเรือของสหรัฐ, อิสลาเอล และชาติที่ปฏิปักษ์เลื่อนผ่านช่องแคบฮฮร์มุซ ห้ามฝ่าฝืนจะถูกค่าปรับ 1/5 ของมูลค่าสินค้าที่ขนส่ง ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อภาวะเงินเฟ้อสูง โดย CME FedWatch ชี้มีโอกาส 57% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. และมีโอกาส 84% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยใน ธ.ค. ส่วนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป Western Digital -13%, Sandisk -6.8% หลังนักลงทุนผิดหวังต่อคาดการณ์รายได้ในไตรมาสถัดไป ทางด้านข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 1,000 อยู่ที่ 199,000 ต่ำกว่าคาดที่ 203,000 ราย และค่ำวันนี้ติดตามตัวเลขจ้างงานอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.ค.คาด 88,000 & มิ.ย. 57,000 ราย, อัตราว่างงาน ก.ค. คาดทรงตัวที่ 4.2%
- ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.16% ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ได้แรงหนุนจากกลุ่มโทรคมนาคม +2.9% นำโดย Deutsche Telecom +6.3% หลังบริษัทได้ขยายวงเงินซื้อหุ้นคืนอีก 3 พัน ล.ยูโร รวมเป็นวงเงิน 5 พัน ล.ยูโร, กลุ่มสื่อ +3% นำโดย WPP +28.6% หลังรายได้ดำเนินงานออกมาสูงกว่าคาด และกลุ่มกลาโหม Renk +5.8% หลังได้รับคำสั่งซื้อใน Q2 สูงกว่าที่คาดไว้ โดยภาพรวม Stoxx600 ยังได้ปัจจัยหนุนจาก LSEG คาดการรณ์กำไร บจ.Q2/69 จะเติบโต +21% สูงกว่าเดิมคาดไว้ที่ +12.5%
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัชนีนิเกอิ -1.56% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI ที่ปรับลดลงตามหุ้นกลุ่มเทค ฯ ของสหรัฐ หลังผิดหวังต่อประมาณการณ์รายได้ของ Western Digital และ Sandisk แต่ยังได้แรงหนุนจากกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์หลังเงินเยนเริ่มอ่อนค่าลง ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -4.58% นำโดย Samsung Electronics -6.3%, SK Hynix -10.3% และ SK Square -13.3% ถูกกดดันจากการปรับลดลงของหุ้นกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ เช่น Alphabet, AMD ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.57% ได้แรงหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองทองคำที่ปรับขึ้นตามราคาทองคำ ได้ปัจจัยหนุนจากดอลลาร์สหรัฐ & อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับลดลง โดยวันนี้ติดตามรายงานตัวเลขส่งออก – นำเข้าจีน ก.ค. และวันอาทิตย์ติดตามข้อมูล CPI & PPI จีน ก.ค.
- SET +0.30% ปริมาณการซื้อขาย 4 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,061 ลบ. สถาบันซื้อ 746 ลบ.พอร์ตโบรกซื้อ 667 ลบ. และรายย่อยขาย 3,475 ลบ. โดยดัชนียังได้แรงหนุนจาก Fund Flow ที่ไหลเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่ม Value & Defensive Play นำโดยกลุ่มไอซีที +1.16% หลัง ADVANC รายงานกำไร Q2/69 อยู่ที่ 1.37 หมื่น ลบ. +1.6%QoQ, +25%YoY ได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ของโทรศัพท์เคลื่อนที่, อินเตอร์เน็ต และลูกค้าองค์กรเติบโตได้ ซึ่งช่วยชดเชยรายได้เชื่อมต่อระบบ 2100 MHz ที่สิ้นสุดลง กอปรกับบริษัทยังบริหารจัดการค่าใช้จ่ายดำเนิน & ค่าเสื่อมได้ดี ส่งผลให้ ADVANC มีกำไรงวด 1H/69 อยู่ที่ 2.72 หมื่น ลบ. +26% YoY และประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 8.69 บาท/หุ้น จะขึ้น XD ในวันที่ 19 ส.ค. ส่วนกลุ่มโรงไฟฟ้า +1.1% นำโดย GULF รายงานกำไร Q2/69 อยู่ที่ 1.24 หมื่น ลบ. +36.5% QoQ ,-80.5%YoY ได้ปัจจัยหนุนจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน ทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนที่เติบโตได้ดี ส่วนกลุ่มธนาคาร +1.14% ยังได้ปัจจัยหนุนจากอัตราจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ 5% และอยู่ระหว่างรอการจ่ายปันผลระหว่างกาลในช่วง ก.ย. โดยภาพรวมดัชนี SET ยังได้ปัจจัยหนุนจาก คาดการณ์ผลประกอบการของ บจ.ปีนี้ยังขยายตัวได้ดี โดยล่าสุด Bloomberg Consensus ได้ปรับเพิ่ม EPS ของ SET ปีนี้ไปที่ 102 บาท
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,600 แนวต้าน 1,620 – 1,630 คาดดัชนีทรงตัวรอผลการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และยังได้แรงหนุนจากรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ.ขนาดใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,CPALL,BH,BDMS เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensive Play
- SCGP* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 35.75 บาท) บริษัทตั้งงบลงทุนปี 69 ที่ 1 หมื่นล้านบาท มีเป้าหมาย EBITDA 1.83 หมื่นล้านบาท (+6%YoY) มองหาโอกาสขยายการลงทุนในเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดียที่ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตสูง รวมถึงลงทุนในระบบอัตโนมัติเพื่อลดต้นทุน และค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงาน ผลประกอบการ 2Q69 มีกำไรสุทธิ 3 พันล้านบาท เติบโต +128%YoY +47%QoQ ดีกว่าที่ตลาดคาดหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในไทยและอาเซียน ด้านผลประกอบการของ Fajar กลับมากำไรหลังปรับโครงสร้างต้นทุนและการแข่งขันด้านราคาที่ผ่อนคลายลง แนวโน้ม 3Q69 คาดเติบโตต่อเนื่อง YoY จากผลประกอบการของ Fajar ที่เป็นบวก แต่ QoQ อาจถูกกดดันจากต้นทุนวัตุดิบและค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 69-70 ราว 6.64 พันล้านบาท +63%YoY และ 7.13 พันล้านบาท +7%YoY
- OSP* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 53 บาท) มีปัจจัยหนุนจากราคาพลังงานที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบโลก รวมถึงได้ประโยชน์จาก มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐฯ สำหรับกำไรปกติ 1Q69 +YoY +QoQหนุนจากการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ขณะที่การดำเนินงานใน 2Q69 ยังจะมีแรงหนุนจาก “ไทยช่วยไทยพลัส”และสภาพอากาศร้อน ด้านผู้บริหารวางเป้ารายได้ปี69 เติบโต +Mid Single Digit% วางงบลงทุน 400-500 ลบ.สนับสนุนนวัตกรรมต่างๆ ทั้งเทคโนโลยี ปรับปรุงระบบกระจายสินค้า และ ESG ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรปี69 และ 70 ของ OSP* ที่ 3,720 ลบ.+1%YoY และ 3,850 ลบ.+3%YoY ตามลำดับ ในเชิง Valuation ยังน่าสนใจจาก Forward 69F PE ที่ 14x, และ Dividend Yield ที่ 5%
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI ก.ย. +$2.07 อยู่ที่ $77.29 / บาร์เรล, Brent ต.ค.+$3.04 อยู่ที่ $82.49/บาร์เรล หลังคณะกรรมมาธิการรัฐสภาเตรียมร่าง กม.ที่ห้ามเรือของสหรัฐ, อิสราเอล และประเทศที่เป็นปฏิปักษ์แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กอปรกับกลุ่มกบฏฮูตีได้โจมตีกองกำลังของซาอุฯ ในเยเมน
Gold Update (-) Comex Gold ธ.ค. -$5.60 ปิดที่ 4,299.60 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังอิหร่านเตรียมออก กม.ห้ามเรือของสหรัฐ & อิสราเอลแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นและเงินเฟ้ออาจสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบกดดันต่อสัญญาทองคำ
Fund Flow(+)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +41.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +62.32 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -15.26 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -5.32 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.677 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -6 จุด อยู่ที่ 3,057
(-) BitCoin เช้านี้ -0.38% อยู่ที่ 64,330 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่2 ตลท.แถลงสรุปภาพรวมตลาดหลักทรัพย์
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
สัปดาห์ที่3 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
กระทรวงพาณิชญ์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส2/2569
ต่างประเทศ
07 ส.ค. US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) ( ก.ค.)
US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร ( ก.ค.)
US อัตราการว่างงาน ( ก.ค.)
12 ส.ค. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)
13 ส.ค. US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ( ก.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
14 ส.ค. US ดัชนียอดขายปลีก ( ก.ค.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th