Equality for All
TU : บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป
1Q26 กำไรโตทั้ง y-y และ q-q ตามยอดขายเพิ่มค่าใช้จ่ายลดลง และกลับรายการภาษี : 1Q26 รายงานกำไรสุทธิ 1,113 ลบ. +9% y-y +10% q-q โดยยอดขายโต 8% y-y อยู่ที่ 32,054 ลบ. แยกตามกลุ่มสินค้าดังนี้
กลุ่มอาหารทะเลแปรรูป (48% ของยอดขาย) : ยอดขายอยู่ที่ 15,136 ลบ.เพิ่ม 3% y-y ยอดขายเพิ่มขึ้นจากการปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนและภาษีเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณขายหดตัว 0.1% จากการลดลงของกลุ่มรับจ้างผลิต ขณะที่ในส่วนอัตรากำไรขั้นต้นยังใกล้เคียง y-y ที่ 19.3% จากเปลี่ยนแปลงโครงสร้างลูกค้าในยุโรป
กลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง (29%) : ยอดขายอยู่ที่ 9,420 ลบ. เพิ่ม 12% y-y โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณขายจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง รวมถึงมีปรับราคาขายเพื่อสะท้อนภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น และในส่วนอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 11.3% จากการหดตัวของอัตรากำไรของกลุ่มอาหารสัตว์และการลดลงของอาหารแช่แข็ง
กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง (16%) : ยอดขายอยู่ที่ 5,115 ลบ. เพิ่ม 23% y-y โดยเป็นการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคาขายในตลาดหลักอย่างสหรัฐ, ยุโรป และเอเชีย ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 24.9% จาก 24.5% จากการขายสินค้า premium เพิ่มขึ้น
กลุ่มสินค้ามูลค่าเพิ่ม (7%) : ยอดขายอยู่ที่ 2,383 ลบ.ลดลง 1% y-y จากยอดขายในสหรัฐและญี่ปุ่นลดลงและส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 3.9% y-y อยู่ที่ 24%
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายอยู่ที่ 14.5% ของยอดขายลดลง y-y จากการลดลงของคชจ. ในโครงการ transformation ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายลดลง y-y ตามอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และมีโอนกลับภาษีจำนวน 328 ลบ. (สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 423 ลบหักด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 62 ลบ.)
ผลกระทบต่อราคาพลังงานและบรรจุภัณฑ์ : จากราคาน้ำมันและบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันปรับขึ้นคาดจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบ. ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งตามโครงสร้างต้นทุนประกอบด้วย วัตถุดิบคิดเป็น 70%, บรรจุภัณฑ์ 11% (เหล็กและอลูมิเนียม 8%, พลาสติก 3%) ส่วนผสมอื่น ๆ 3-4% แรงงาน 15% และต้นทุนพลังงาน 1.5% ของยอดขาย เราประเมินว่าหากต้นทุนพลาสติกและพลังงานเพิ่มขึ้น 10% จะส่งผลกระทบต่อกำไรราว 11% ขณะที่ในส่วนค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้นสามารถผลักภาระให้ลูกค้าได้
ภาษีในสหรัฐเริ่มคลี่คลาย : ผบห. แจ้งว่าการจัดเก็บภาษีสหรัฐจาก 19% เป็น 10% มองดีต่อผู้ส่งออกเนื่องจากเท่ากันทุกประเทศ อย่างไรก็ตามบ.มีปรับราคาขายขึ้นเพื่อสะท้อนภาษีที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 1Q26 ที่ผ่านมา ส่วนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั้นจะทยอยปรับราคาขึ้นเช่นกัน ส่วนการขอคืนภาษีนั้นทางศุลกากรสหรัฐได้ยื่นให้ขอเคลมเงินคืนตั้งแต่เม.ย. ที่ผ่านมาและจะได้เงินคืนใน 90 วัน เราคาดว่า
คงประมาณการไว้ดังเดิม : การประชุมวานนี้อาจไม่ได้มีอะไรนอกเหนือความคาดหมาย เราคาดว่าช่วงที่เหลือของปีการดำเนินงานจะดีขึ้น q-q จากเข้าสู่ฤดูกาลส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น บางส่วนจะถูกส่งต่อไปที่ลูกค้าได้
เรามีปรับประมาณการผลการดำเนินงานปี 2026 เล็กน้อยจากยอดขายดีกว่าคาด คาดยอดขาย 136,086 ลบ. +2.5% y-y แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นปรับลงเหลือ 18.9% คาดกำไรสุทธิ 4,769 ลบ. +3.5% y-y
น่าสนใจมากขึ้น
“แม้การเติบโตอาจไม่เด่นมาก แต่เราคาดว่าทุกอย่างกำลังผ่านจุดต่ำสุดแล้วทั้งปัญหาภาษีนำเข้าสหรัฐ และต้นทุนเพิ่มขึ้นซึ่งสามารถปรับราคาขายสะท้อนต้นุทนได้ ขณะที่การจัดการภายในยังคงดูแลทุกส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดีขึ้น
ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน P/E26E 10x และผลตอบแทนเงินปันผลราว 6% น่าสนใจทั้ง valuation และ yield ”
นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th