Market Wrap-Up
- SET วันที่ 20 ก.ค.69 ปิด +6.96 จุด อยู่ที่ 1,646.00 จุด มูลค่าการซื้อขาย 93,400 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,819 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 477 ลบ. สถาบันขาย 280 ลบ. และรายย่อยขาย 2,016 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 1,993 ลบ. โดยมียอดซื้อ SCB,ADVANC,TTB,PTT,TRUE และยอดขาย PTTEP,GULF,DELTA,GUNKUL,BGRIM มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,017 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น WORLD01,BH,THAI โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 7,236 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 95,000 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,930 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.59%, S&P500 -0.19%, Nasdaq -0.05% จากแรงขายกลุ่มเฮลธ์แคร์ -1.15%, วัสดุ -0.94% หลังนักลงทุนกังวลต่อสถานการณ์ที่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนประกาศใช้ ม.ปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุ ฯ ซึ่งจะกระทบต่อเส้นทางส่งออกน้ำมันของซาอุ ฯ ส่งผลให้กลุ่มพลังงาน +0.5% ขณะที่กลุ่มบริการสื่อสาร +0.74% ฟื้นตัวตามหุ้นกลุ่มชิปนำโดย Micron Tech +2%, AMD +1.6% และ Alphabet +1.5% ตอบรับข่าว Google กำลังพัฒนาชิปเซิร์ฟเวอร์ที่รวม Gemini ไว้ด้วยเพื่อประสิทธิภาพด้าน AI ประมวลผล โดยนักลงทุนยังรอการรายงานงบ Q2/69 ซึ่งทาง LSEG คาดกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน S&P500 +23.7% YoY และสัปดาห์นี้ติดตามการรายงานงบของกลุ่มเทค ฯ เช่น Alphabet, Intel, IBM, Tesla, Texas Instruments และข้อมูล PMI ภาคผลิต & บริการสหรัฐ เบื้องต้น ก.ค., ADP จ้างภาคเอกชนรายสัปดาห์, ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดขายบ้านใหม่สหรัฐ มิ.ย.
- ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 -30% หลังสหรัฐใช้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นวันที่ 9 ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นอยู่ที่ $89/บาร์เรล ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว & สันทนาการ -0.95% นำโดย Ryanair -4.5% หลังรายงานกำไรไตรมาสแรก -34% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +0.98% และกลุ่มเทคโนโลยี +0.13% เริ่มฟื้นตัวตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ โดยนักลงทุนรอการรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน Stoxx600 ซึ่ง LSEG คาด +16.7% YoY ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ติดตามข้อมูล PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซน ก.ค. และผลการประชุม ECB วันที่ 23 ก.ค. ซึ่งตลาดคาด ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
- ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ Kopsi เกาหลีใต้ -4.46% จากแรงขาย Samsung Electronics -4.3%, SK Hynix -4.2% และ LS Electric -5.6% หลังจีนเปิดตัว AI โมเดลรุ่นใหม่ Moonshot ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน Ai ในระยะถัดไปมีโอกาสชะลอตัวลง กอปรกับกังวลสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐ – อิหร่านมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.85% หลัง ธ.กลางจีนคงดอกเบี้ย LPR 1 ปี, 5 ปี ไว้ที่ 3.0% และ 3.5% ตามลำดับ และยังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคาร ICBC +2.25%, Agricultural Bank of China +3.4% หลังมีรายงานว่า China Reform Holding และ China Chengtong Holding เป็นกองทุนขนาดใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลได้เพิ่มการถือครองหุ้นจีน
- SET วานนี้ +0.42% ปริมาณการซื้อขาย 3 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 477 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,819 ลบ.สถาบันขาย 280 ลบ. และรายย่อยขาย 2,016 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี และโรงกลั่น หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ, ค่าการกลั่น และสเปรดปิโตรเคมีมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากภาวะ Supply Disruption ขณะที่กลุ่มธนาคารวานนี้ +2.18% หลัง TTB รายงานกำไร Q2/69 อยู่ที่ 5,513 ลบ. +8.5% QoQ, +50.6% YoY ซึ่งดีกว่า Consensus คาดไว้ +6% ได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมของธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์, ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และบัตรเครดิตที่เติบโตได้ ส่งผลให้คาดการณ์กำไร Q2/69 ของกลุ่มธนาคารมีแนวโน้มดีกว่าคาด โดยได้ปัจจัยหุนนจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโตได้ดี กอปรกับค่าใช้จ่ายดำเนินงาน & สำรอง ECL มีแนวโน้มลดลง โดยภาพรวมดัชนี SET ยังได้ปัจจัยหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติซื้อสุทธิ 7.1 หมื่น ลบ. YTD จากการสลับเม็ดเงินลงทุนออกจากกลุ่มเทคโนโลยีเข้ามายังกลุ่ม Dividend Play ในตลาดอาเซียน ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ ผลการประชุม ครม.หลังนายก ฯ เยือนจีนและสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนในอุต ฯ ใหม่ มูลค่า 7.0 หมื่น ลบ. และการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่มธนาคาร
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,630 – 1,640 แนวต้าน 1,650 – 1,660 คาดดัชนีอยู่ในกรอบ Sideway Up หลังความผันผวนในกลุ่มเทค ฯ สหรัฐเริ่มลดลง โดยนักลงทุนรอการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ประโยชน์จาก Direct PPA เช่น GULF,GPSC,,AMATA,WHA /กลุ่มปันผล & ปลอดภัย ADVANC,AP,SIRI,BDMS,BCH,CPN,BEM / เก็งกำไรระยะสั้น DELTA,HANA,KCE ตามการฟื้นตัวของกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ
- TIDLOR* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 23.60 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโต YoY หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิเติบโตตามสินเชื่อรวมและ NIM ขณะที่การตั้งสำรองลดลงสะท้อนคุณภาพสินเชื่อที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง สำหรับแนวโน้มปี 69 คาด QoQ ชะลอตัวจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและ ECL แต่ YoY ยังพอโตได้จาก NII และ non-NII ที่เพิ่มขึ้น ส่วนแนวโน้มปี 69 บริษัทตั้งเป้าการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม 5-10%YoY คุมระดับ Credit Cost 2.2-2.8% และได้ประโยชน์จาก NIM ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้อิงจาก consensus ปี 69-70 ตลาดคาดกำไรสุทธิ 66 พันล้านบาท +15%YoY และ 6.13 พันล้านบาท +8%YoY
- BAM* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย 61บาท) แนวโน้มการดำเนินงานในช่วง 2Q69 มีโอกาสบวก QoQ จากการเก็บเงินสดที่ดีขึ้น รวมถึงการตั้งสำรองและ Cost of Fund ที่ลดลง ทั้งนี้ทางผู้บริหารBAM* วางเป้าหมายต่างๆในปี2569 นี้ มีรายละเอียด คือ1.การซื้อสินทรัพย์ NPL / NPA เข้าพอร์ตในครึ่งปีหลังนี้ที่ราว 10,000 - 20,000 ลบ. (จาก 1H69 ซื้อแล้ว 10,000 ลบ.) 2.ผลเรียกเก็บเงินสดรวม 17,900 ลบ. แบ่งเป็นNPL10,000 ลบ. และNPAราว 7,900 ลบ. 3.การตั้งสำรองหนี้ปรับตัวลดลงเหลือ 1,000 ลบ. 4. Cost of Fund ที่ราว 3.0%(จากเดิมราว 3.5%)และ 5.กำไรที่ราว 2,000 ลบ.ปัจจุบันตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของ BAM* จะอยู่ที่ 1,695ลบ.(-6%YoY) และ 1,838ลบ.(+8%YoY) ในเชิง Valuation ยังดูน่าสนใจ โดยอิงจาก Consensus ปี69Forward PEที่ 14x, PBV ที่ 0.5x และ Dividend Yield ที่ 6%
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI ส.ค. +$0.74 อยู่ที่ $83.23 / บาร์เรล, Brent ก.ย.+$1.12 อยู่ที่ $89.22/บาร์เรล หลังกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนประกาศใช้ ม.ปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุ ฯ ซึ่งจะกระทบต่อเส้นทางส่งออกน้ำมันของซาอุ ฯ ขณะที่กลุ่มประเทศตัวกลางเสนอให้สหรัฐ – อิหร่านหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดการเจรจาข้อตกลงสันติภาพรอบใหม่
Gold Update (-) Comex Gold ส.ค. -$2.90 ปิดที่ 4,015.90 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาทองคำถูกกดดันจากภาวะสงคราม ทีอาจก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูง และธ.กลางหลัก ๆ อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นผลลบต่อทองคำ
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +69.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +54.12 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ +5.38 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +10.38 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี่ทรงตัวอยู่ที่ 33.64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.587 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -81 จุด อยู่ที่ 2,671
(+) BitCoin เช้านี้ +1.5% อยู่ที่ 65,521 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์
รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สัปดาห์ที่5 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
22 ก.ค. US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
23 ก.ค. EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ( ก.ค.)
EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
24 ก.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต ( ก.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ ( ก.ค.)
US ยอดขายบ้านใหม่ (มิ.ย.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BH, MINT*, CPALL, STA*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th