Market Wrap-Up
- SET วันที่ 16 ก.ค.69 ปิด +5.08 จุด อยู่ที่ 1,635.29 จุด มูลค่าการซื้อขาย 77,418 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 153 ลบ. ต่างชาติซื้อ 3,406 ลบ. สถาบันซื้อ 4.85 ลบ. และรายย่อยขาย 3,564 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 876 ลบ. โดยมียอดซื้อ SCB,SCC,IVL,PTT,BCP,CPN,BBL,OR และยอดขาย DELTA,GULF,HANA,PTTEP,KBANK มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,365 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น WORLD01,BH,CPF โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 13,395 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 100,881 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,094 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.20%, S&P500 -0.51%, Nasdaq -1.47% นำโดยกลุ่มเทค ฯ -1.8%, เซมิคอนฯ -4.3% TSMC -2.3% แม้ว่าจะรายงานกำไร Q2/69 +77% YoY ส่งผลให้ SanDisk, Western Digital และ Intel ปรับลดลงด้วย ส่วน Alphabet -4% หลังบริษัทเลื่อนเปิดตัว Gemini 3.5 Pro ส่วน United Airline -1.8% หลังบริษัทกังวลต่อราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น จะส่งผลกระทบด้านต่อกำไรในปีนี้ ขณะที่กลุ่มบริการสุขภาพปรับขึ้น นำโดย UnitedHealth +1.2% ตอบรับกำไร Q2/69 ดีกว่า และปรับเพิ่มคาดกำไรปีนี้ขึ้น ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ยอดค้าปลีกสหรัฐ มิ.ย. +0.2% & พ.ค. +0.1% MoM และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลง 8,000 อยู่ที่ 208,000 ต่ำกว่าคาดที่ 219,000 ราย โดยนักลงทุนยังรอการรายงานงบ Q2/69 ซึ่งทาง LSEG คาดกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน S&P500 +23.7% YoY และสัปดาห์หน้าติดตามการรายงานงบของกลุ่มเทค ฯ เช่น Alphabet, Intel, IBM, Texax Instruments และ Tesla
- ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.16% ได้แรงหนุนจากกลุ่มสื่อ +1.43% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีทรงตัว ASML +3.1% หลังรายงานกำไร Q2/69 ดีกว่าคาด ขณะที่ STMicroelectronics -4.9%, BESemiconductor -3.2% และกลุ่มทรัพยากรพื้นฐาน -1.38% โดยนักลงทุนรอการรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน Stoxx600 ซึ่ง LSEG คาด +16.7% YoY ได้แรงหนุนจากกำไรของกลุ่มพลังงานคาด +125% และกลุ่มวัสดุพื้นฐาน +45% YoY สัปดาห์หน้าติดตามข้อมูลเงินเฟ้อของอังกฤษ มิ.ย. และ PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซน ก.ค.
- ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ นิเกอิ -2.79% จากแรงขายกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มเซมิคอน ฯ นำโดย Tokyo Electron -4.5%, Advantest -5.9% ปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -6.37% นำโดย SK Hynix -11.5%, Samsung Electronics -8.7% หลังธนาคารกลางเกาหลีใต้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% อยู่ที่ 2.75% เป็นการขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปีครึ่ง เพื่อคุมเงินเฟ้อ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ -1.85% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ จีน เช่น Cambricon Tech -5.0%, SMIC -1.2% โดยนักลงทุนกังวลต่อ GDP จีน Q2/69 ที่ขยายตัวเพียง +4.3% ต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี
- SET วานนี้ +0.31% ปริมาณการซื้อขาย 7 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 153 ลบ. สถาบันซื้อ 4.85 ลบ. ต่างชาติซื้อ 3,406 ลบ. และรายย่อยขาย 3,564 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มปิโตรเคมี +3.85% นำโดย SCC +1.2% จากคาดการณ์กำไรในงวด Q2/69 มีโอกาสฟื้นตัว QoQ ได้ปัจจัยหนุนจากสเปรดปิโตรเคมีฟื้นตัว และได้เงินปันผลจากบริษัทย่อยช่วยหนุน เช่นเดียวกับ PTTGC, IVL คาดจะได้แรงหนุนจากสเปรดปิโตรเคมีที่อยู่ในระดับสูง หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยว +2.4% มีแรงซื้อเก็งกำไร หลังรัฐบาลเตรียมกระตุ้นภาคท่องเที่ยว ผ่านโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส รัฐจ่าย 50% และประชาชนจ่าย 50% ที่จะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ในช่วงปลายปีนี้ โดยเม็ดเงินลงทุนยังกระจายไปยังกลุ่มอสังหา ฯ ที่มี Backlog รอโอนในระดับสูง และมีอัตราจ่ายปันผลดี เช่น AP, SIRI, SPALI ซึ่งภาพรวมดัชนี SET ได้ปัจจัยจาก Fund Flow ต่างชาติที่สลับออกจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปที่เทรดบน Valuation ค่อนข้างแพง และกังวลต่ออุปสงค์ระยะสั้นของชิปเซมิคอนดักเตอร์อาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ดังนั้นจึงมีเม็ดเงินสลับเข้ามาสู่หุ้นกลุ่ม Dividend & Defensive Play ของไทย ซึ่งเทรดบนระดับเพียง 13 เท่า (ในกรณีไม่รวม DELTA) และ SET มีอัตราจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยอยู่ที่ 3.9% ประเด็นที่ต้องตามในสัปดาห์หน้า คือ การรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ วันจันทร์ TTB,KKP,BBL/ อังคาร KBANK,SCB,KTB ซึ่งคาดกำไรมีแนวโน้มทรงตัว QoQ, YoY
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,620 – 1,627 แนวต้าน 1,640 – 1,645 คาดดัชนีทรงตัวในกรอบ แต่ต้องระวังความผันผวนหุ้นกลุ่มชิป และรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ประโยชน์จาก Direct PPA เช่น GULF,GPSC,,AMATA,WHA และพักเงินในกลุ่ม Dividend & Defesive เช่น AP, SIRI, BDMS, BCH, CPN, CPNREIT
- SAWAD* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 30.00 บาท) แนวโน้ม 2Q69 คาดกำไรปกติเติบโต YoY จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงจากการ rollover หุ้นกู้ ส่วนปี 69 บริษัทตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อรวมราว 10-15% (เน้นสินเชื่อจำนำทะเบียน) ส่วน credit cost ลดลงอยู่ในกรอบ 8% NPL ลดลงจากการตัดหนี้สูญสินเชื่อเช่าซื้อไปมากแล้ว รวมถึงทยอยลดผลขาดทุนจากรถยึดลง ประกอบกับคาดต้นทุนทางการเงินบริษัทลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยและรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ใหม่ ส่งผลให้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 5.47 พันล้านบาท +9%YoY และ 6.06 พันล้านบาท +11%YoY
- MAGURO* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 24.10 บาท) ธุรกิจร้านอาหารมีความคาดหวังจาก Multiple Effect หลังเดือน มิ.ย.69 เริ่มใช้จ่าย “ไทยช่วยไทยพลัส” ส่วนกำไรสุทธิ 1Q69 ของ MAGURO* อยู่ที่ 34 ลบ.(+5%YoY, -25%QoQ) อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล ขณะที่ภาพ YoY แม้ SSSG -0.8% แต่มีแรงหนุนจากสาขา/แบรนด์ใหม่ๆ เช่น KIWAMIYA ด้านการดำเนินงานปกติในช่วง 2Q69ยังมีโอกาสบวก YoY ได้ต่อเนื่องหนุนด้วยแบรนด์ใหม่ปีนี้นำโดย IPPE KOPPE และ Chopman ทั้งนี้ MAGURO* วางเป้ารายได้ปี69 +30%YoY และเป้าขยายสาขาไม่ต่ำกว่า 15 ร้าน ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิ MAGURO* ปี69 และ70 ที่ 159 ลบ.(+7%YoY) และ 204 ลบ.(+28%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ส.ค. -$0.65 อยู่ที่ $78.95 / บาร์เรล, Brent ก.ย.-$0.72อยู่ที่ $84.23/บาร์เรล ยังรอประเมินว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนเพื่อปิดช่องแคบบับ เอลมันเดบ ที่เป็นเส้นทางสู่ทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 7% ของกำลังการผลิตทั่วโลก
Gold Update (-) Comex Gold ส.ค. -$59.70 ปิดที่ 3,992.10 ดอลลาร์/ออนซ์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.20% และ US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบกดดันสัญญาทองคำ
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +172.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +101.46 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ +67.86 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +3.16 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.556 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -89 จุด อยู่ที่ 2,840
(-) BitCoin เช้านี้ -1.28% อยู่ที่ 63,897 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์
รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สัปดาห์ที่5 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
14 ก.ค. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มิ.ย.)
15 ก.ค. CN ดัชนีจีดีพี (GDP) ของจีน ไตรมาส 2)
US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (มิ.ย.)
16 ก.ค. US ดัชนียอดขายปลีก (มิ.ย.)
US ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย ( ก.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
17 ก.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มิ.ย.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BH, MINT*, CPALL, STA*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th