คงคำแนะนำ "ถือ" TP 30.50 บาท
Company Note
SAPPE
แนวโน้มกำไร 2Q26F ฟื้น QoQ แต่ยังหดตัว YoY จากต้นทุน
เรามองบวกต่อการขยายตลาดส่งออกของ SAPPE โดยเฉพาะสหรัฐฯ อินเดีย และยุโรป สัดส่วนส่งออกคิดเป็น 72% ของรายได้รวม แต่ Upside ยังถูกจำกัดจากต้นทุนพลาสติกและพลังงานที่กระทบ COGS ราว 2–3% และความไม่แน่นอนภูมิรัฐศาสตร์ เราคงคำแนะนำ "ถือ" TP 30.50 บาท อิง Forward PER -1SD ที่ 12.8 เท่า ใกล้เคียงราคาซื้อขายปัจจุบันที่ PER ปี 2026F ราว 12.7 เท่า พร้อม Dividend Yield 4.3%
2Q26F กำไรฟื้น QoQ แต่ยังหดตัว YoY จากต้นทุน Packaging และการตลาดส่งออก
เราคาดกำไรสุทธิ 200 ล้านบาท (-19% YoY, +10% QoQ) คาดรายได้ 1,561 ล้านบาท (+1% YoY, +21% QoQ) คาดรายได้ในประเทศทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ หนุนจากฤดูกาลร้อน คาดส่งออกโตทั้ง YoY และ QoQ เติบโตในกลุ่มอเมริกา และ Asia ยกเว้นกลุ่มยุโรปและตะวันออกกลาง Gross Margin คาดทรงตัว 44.3% YoY แต่ลดลง QoQ จากต้นทุน packaging ที่เพิ่มขึ้น และ SG&A to Sale ขยับขึ้นเป็น 29.8% จากการทำการตลาด กด EBITDA Margin เหลือ 201.3% จาก 23.8% YoY
แนวโน้มครึ่งปีหลังเผชิญแรงกดดันต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
หากกำไร 2Q26F เป็นไปตามคาด กำไร 6M26F จะคิดเป็น 53% ของประมาณการทั้งปีที่ 726 ล้านบาท (-6% YoY) คาดครึ่งปีหลังอ่อนตัวเทียบกับครึ่งปีแรก สะท้อนต้นทุนพลาสติก-พลังงานที่ยังกดดัน ตลาดเกาหลีใต้ที่อ่อนตัว และความเสี่ยงฝนตกมากในประเทศ ทั้งนี้บริษัทอาจปรับราคาขายส่งออกช่วงปลาย Q3/26–Q4/26 หากต้นทุนไม่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุน Margin ปลายปี เราคงคาดรายได้ทั้งปีโต 6% ต่ำกว่าเป้าบริษัทที่ 15% โดย Gross Margin ทั้งปีลดลงเหลือ 42.3% และ Net Margin ที่ 13.1%
คงคำแนะนำ "ถือ" TP 30.50 บาท
เราใช้ Forward PER -1SD ที่ 12.8 เท่า ได้ TP 30.50 บาท สะท้อนความเสี่ยงต้นทุนและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย ราคาปัจจุบันซื้อขายใกล้เคียงกันที่ PER 12.7 เท่า พร้อม Dividend Yield 4.3% ช่วยจำกัด Downside Key Catalyst คือความสำเร็จ Distributor อินโดนีเซียและการปรับราคาส่งออกปลายปี ส่วน Key Risk คือค่าใช้จ่ายและต้นทุน Commodities ที่อาจสูงกว่าคาด รวมถึงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว