สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(18 กันยายน 2569)--------------บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เปิดเผยว่างานแถลงนำเสนอโดยคุณโทนี่ เฟอร์นานเดส ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา แอร์เอเชียกรุ๊ป เบอร์ฮาด กลุ่มแอร์เอเชียชี้แจงยืนยันความแข็งแกร่งทางการเงินโดยเน้นการบริหารต้นทุนและกระแสเงินสด โดยมีแผนระดมเงินกู้ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อ Refinance หนี้เดิมในช่วง ธ.ค. 26 – ม.ค. 27 สถานการณ์ปัจจุบันดีกว่าช่วงโควิด-19 มากเนื่องจากความต้องการเดินทางยังแข็งแกร่งและคาดว่าผลประกอบการ 4Q26 จะโดดเด่น
สำหรับประเด็นลูกหนี้การค้าระหว่างกลุ่มและ AAV ได้ชี้แจงว่าเป็นรายการปกติจากการขายตั๋วและการซ่อมบำรุงภายใต้กลุ่ม ที่คาดว่าจะลดลงชัดเจนในครึ่งแรกของปี 2027 การชี้แจงนี้คลายความกังวลที่มีก่อนหน้า แต่ประเด็นเรื่องการบริหารสภาพคล่องเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เป็น Low season
คงคำแนะนำ NEUTRAL ต่อ AAV ราคาเป้าหมาย 1 บาท
1. สถานการณ์ปัจจุบันแข็งแกร่งกว่าช่วงโควิด-19: ธุรกิจยังคงดำเนินได้ตามปกติและมีความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่ง ต่างจากช่วงโควิดที่ต้องหยุดบินโดยสิ้นเชิง
2. สภาพคล่องและแนวโน้มผลประกอบการ: สภาพคล่องของกลุ่มบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าผลประกอบการใน 4Q26 จะโดดเด่น เนื่องจาก Capacity การบินเริ่มกลับมาเต็มรูปแบบมากขึ้น
3. การระดมทุนและการสนับสนุนจากรัฐบาลมาลเซีย: คุณโทนี่ยืนยันว่า กลุ่มไม่เคยขอรับเงินช่วยเหลือ (Bailout) จากรัฐบาลมาเลเซีย โดยมีแผนระดมทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อ Refinance หนี้เดิมที่มีดอกเบี้ยสูง ซึ่งขณะนี้มีธนาคารหลายแห่งให้ความสนใจ คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงเดือน ธ.ค. 2026 – ม.ค. 2027
4. จุดแข็งที่ยั่งยืน: กลุ่มมั่นใจใน 3 เสาหลัก คือ โครงสร้างต้นทุนที่ต่ำที่สุด (Cost Leadership), เครือข่ายเส้นทางบินที่ครอบคลุม (Network)และ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ (Brand) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทอยู่รอดและเติบโต
5. ประเด็นลูกหนี้การค้าระหว่างกันระหว่างกลุ่มและ AAV: ชี้แจงว่าเป็นรายการปกติทางธุรกิจที่เกิดจากระบบการจองตั๋วรวมศูนย์และค่าซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ ซึ่งมีความ mismatch กันเรื่องของระยะเวลา ซึ่งคาดว่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญภายในครึ่งแรกของปี 2027
6. มุมมองต่อตลาดหลัก: ตลาดไทยมีความแข็งแกร่งส่วนตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและกำลังอยู่ในช่วงขยายตัว
7. กลยุทธ์รับมือความเสี่ยง (สงคราม/ต้นทุนน้ำมัน): หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อ กลุ่มบริษัทจะใช้ 2 มาตรการหลัก คือ การปรับราคาค่าโดยสาร (Airfare) ให้สะท้อนต้นทุนจริง และ การปรับโครงสร้างเส้นทางบิน (Network Optimization) โดยยกเลิกเส้นทางที่ไม่ทำกำไรเพื่อรักษาประสิทธิภาพของกระแสเงินสด