Market Wrap-Up
- SET วันที่ 1 ก.ค.69 ปิด -3.01 จุด อยู่ที่ 1,588.23 จุด มูลค่าการซื้อขาย 64,073 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 257 ลบ. ต่างชาติขาย 1,592 ลบ. สถาบันขาย 1,231 ลบ. และรายย่อยซื้อ 2,565 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 1,469 ลบ. โดยมียอดซื้อ AOT,TOP,BBL,COM7,KTB และยอดขาย PTTEP,GULF,ADVANC,TRUE,KCE มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,042 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น BCH,THAI,JMART โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 13,226 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 103,290 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 4,327 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.03%, S&P500 -0.22%, Nasdaq -0.66% จากแรงขายกลุ่มเทค ฯ -1.84%, กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ -6.3% โดยนักลงทุนกังวลต่อมูลค่าหุ้นกลุ่ม AI ที่อยู่ในโซนสูง รวมถึงเงินลงทุนด้าน Capex ในช่วงแรกที่อยู่ในระดับสูง ส่วนถ้อยแถลงของ ปธ.เฟด เควิน วอร์ชในการประชุมประจำปีของ ECB ชี้ปัจจัยเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ปรับลดลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยเฟดยังคงมุ่งเน้นที่เงินเฟ้อเป้าหมายที่ 2% โดย CME FedWatch ชี้มีโอกาส 65% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม ก.ย. ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ ADP เผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ มิ.ย. เพิ่มขึ้น 98,000 น้อยกว่าคาดที่ 118,000 ราย และค่ำวันนี้ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ มิ.ย. คาดเพิ่มขึ้น 114,000 & พ.ค. 172,000 ราย และอัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.3% ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่เฟดใช้ประเมินนโยบายการเงิน และวันพรุ่งนี้ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการในวัน Independence Day
- ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 -0.38% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี -1.2% นำโดย ASML -4.6% และ Schneider Electronic ผู้ผลิตอุปกรณ์ด้าน AI -3.1% จากความกังวล FED & ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้ กอปรกับรอผลการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิหร่านที่กาตาร์ หลัง ปธน.ทรัมป์เผยผลการเจรจาอยู่ในทิศทางบวก ส่วนข้อมูล CPI ยูโรโซน มิ.ย. ปรับลดลงอยู่ที่ 2.8% & พ.ค. 3.2% & คาด 3.0% YoY และ Core CPI ยูโรโซน มิ.ย. ปรับลดลงอยู่ที่ 2.4% & พ.ค. 2.6% YoY ซึ่งเป็นผลจากราคาพลังงานที่ปรับลดลง
- ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ Kospi เกาหลีใต้ -2.04% นำโดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป Samsung Electronics -5.8%, SK Hynix -3.4% ถูกแรงขาย Sell on Fact หลังรายงานยอดส่งออกเกาหลีใต้ มิ.ย. +70.9% YoY ได้ปัจจัยหนุนยอดส่งออกชิป +199.5% YoY ขณะที่หุ้นกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าปรับขึ้นรับข่าวการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ของรัฐบาลเกาหลีใต้ ส่วนดัชนีนิเกอิ +0.59% ได้แรงหนุนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ, เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักร โดยนักลงทุนรอผลการเจรจาหยุดยิงรอบ 2 ระหว่างสหรัฐ – อิหร่านและตัวเลขจ้างงานของสหรัฐ เช่นเดี่ยวกับดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.44% นำโดย China Merchants Bank +1.1%, Ping An Insurance +3.7% หลัง Rating Dog รายงาน PMI ภาคการผลิตจีน มิ.ย. อยู่ที่ 51.7 & พ.ค. 51.8 ซึ่งอยู่ในโซนขยายตัว
SET -0.19% ปริมาณการซื้อขาย 6.4 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 1,592 ลบ. สถาบันขาย 1,231 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 257 ลบ. และรายย่อยซื้อ 2,565 ลบ. โดยดัชนี SET วานนี้ทรงตัวอยู่ระหว่างผลการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน และรอฟังถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดในการประชุมประจำปีของ ECB ที่โปรตุเกส ชี้ว่าปัจจัยเสี่ยงจากเงินเฟ้อกำลังปรับลดลง และเฟดยังคงเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ส่งผลให้เฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม ก.ย. นี้ โดยภาพรวมการซื้อขายวานนี้มีแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่ม Domestic Play ที่ปรับขึ้นมาในช่วงวันก่อน เช่น ค้าปลีก, ท่องเที่ยว, ไอซีที และอาหาร ขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์, ปิโตรเคมี & โรงกลั่นมีแรงซื้อเก็งกำไรจากคาดการณ์กำไรในงวด Q2/69 หากไม่รวมผลขาดทุนด้านสต็อค ยังได้ประโยชน์จากต้นทุน Feed Stock ที่ลดลง ซึ่งส่งผลบวกต่อสเปรดราคาขายผลิตภัณฑ์ ส่วนผลการหารือของสภา ฯ วานนี้มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 วงเงิน 3.788 ล.ลบ. ในวาระแรกแล้ว โดยงบของกระทรวงดิจิทัลมีอัตราเพิ่มขึ้นมากสุดราว +30% YoY ซึ่งเป็นงบในการพัฒนาทางด้านระบบคลาวด์ ซึ่งส่งบวกต่อหุ้นกลุ่มงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น AMATA,WHA,STECON,CNT,INSET,FTE,ITEL,INET
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,570 – 1,580 แนวต้าน 1,600 คาดดัชนีมีโอกาสผันผวนตามแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชียเหนือเช้านี้นิเกอิ -1.9% , Kospi -4.5% ซึ่งคาดเม็ดเงินมีโอกาสสลับเข้าพักในหุ้นกลุ่ม Domestic & Defensive Play แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก ม.ส่งเสริมการลงทุน เช่น BBL,KBANK,SCB,GULF,AMATA,WHA,STECON,CK / กลุ่มที่ประโยชน์จากงบประมาณปี 70 ใน ก.ดิจิทัล & สาธารณสุข เช่น ADVANC,INSET,PIS,SKY,INET และ BCH,CHG,RJH
- CPN* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 75.50 บาท) บริษัทคงเป้าหมายรายได้ปี 69 เติบโต high single digit ตามการเติบโตของธุรกิจศูนย์การค้า แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโตต่อเนื่อง YoY จำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าในเดือน เม.ย.เติบโตได้ 4%YoY รายได้ค่าเช่าเติบโตจากโครงการเดิมและโครงการใหม่ที่จะมีการเปิดในเดือน พ.ค.(Central ขอนแก่น แคมปัส) ขณะที่ 2H69 ยังมีปัจจัยหนุนจากการเปิดศูนย์ฯ ใหม่ในเดือน ก.ค.(Central Northville) และรับผลดีจากยอดโอนธุรกิจอสังหาฯ เพิ่มขึ้น (คอนโดขอนแก่น นครปฐม) โดยมีการเปิดตัวโครงการใหม่ที่บางนา ภูเก็ต และอุบลฯ ส่วน 4Q68 มีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องจากตามฤดูกาลและคาดได้ข้อสรุปเรื่องขายทรัพย์สินเข้ากอง REIT เพิ่มในต้นปีหน้า อิง Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69 อยู่ที่ 95 หมื่นล้านบาท +4%YoY
- MINT* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 31 บาท) ธุรกิจโรงแรมมี Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงในตะวันออกกลาง ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารคึกคักจากบอลโลกและร้านในไทยคาดหวัง Multiple Effect จาก “ไทยช่วยไทยพลัส” สำหรับกำไรปกติ 1Q69 +YoYจากฐานต่ำปีก่อน แต่ -QoQ จาก Low Season โรงแรมในยุโรป ส่วนการดำเนินงาน 2Q69มีโอกาส+YoY +QoQได้ปัจจัยหนุนตามฤดูกาลของโรงแรมในยุโรปและการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาคของชาวยุโรปเอง นอกจากนี้ Story เพิ่มเติมของ MINT* ยังจะมีมาจากการจัดตั้งREITโรงแรมเพื่อIPO ที่ตลาดสิงคโปร์ในช่วง 4Q69รวมถึงการ IPO ของMinor Food ในช่วงถัดไป ทั้งนี้ ทางMINT* ตั้งเป้า 3 ปี (ปี 68-71) CAGR รายได้ +High Single Digit%ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ MINT* ปี69และ70 จะอยู่ที่ 9,856 ลบ.(+9%YoY) และ 10,949 ลบ.(+11%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ส.ค. -$0.92 อยู่ที่ $68.58 / บาร์เรล, Brent ก.ย.-$1.38อยู่ที่ $71.57/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์เผยผลการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐ – อิหร่านที่กาตาร์ มีแนวโน้มบวก ขณะที่ EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลง 3.7 ล.บาร์เรล & คาดลดลง 2.9 ล.บาร์เรล
Gold Update (+)Comex Gold ส.ค. +$43.90 ปิดที่ 4,082.40 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้ปัจจัยจากถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดที่ชี้ปัจจัยเสี่ยงจากเงินเฟ้อกำลังปรับลดลง ส่วนค่ำวันนี้ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ มิ.ย. ที่เป็นดัชนีที่เฟดใช้วัดเงินเฟ้อ
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -81.16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -47.71 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -32.16 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -1.29 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.482 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +61 จุด อยู่ที่ 2,562
(+) BitCoin เช้านี้ +2.04% อยู่ที่ 59,751 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
30 มิ.ย. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่5 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ
ภูมิภาค,ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ต่างประเทศ
01 ก.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มิ.ย.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (มิ.ย.)
US การจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม (ADP) (มิ.ย.)
02 ก.ค. US อัตราการว่างงาน (มิ.ย.)
US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) (มิ.ย.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (มิ.ย.)
06 ก.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (มิ.ย.)
09 ก.ค. US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) (มิ.ย.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BH, MINT*, CPALL
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th