หาหุ้นขี่ในยาม FUND FLOW ต่างชาติไหลเข้า
HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นราว 0.3% - 1.5% ทำให้ผลตอบแทนใน 2Q69 ดีสุดใน รอบ 6 ปี ขณะที่ช่วงสั้นยังคงได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ น่ากังวล หลังมีรายงานตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOB OPENINGS) จาก JOLTS เดือน พ.ค 69 และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน มิ.ย. 69 เพิ่มขึ้น
• อย่าไรก็ตาม แรงกระตุ้นเงินเฟ้อที่ยังไม่หมดไป อาจทำให้ FED เดินหน้านโยบายการเงิน ที่ตึงตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง
• วันนี้ (1 ก.ค. 69) ในงานเสวนา ECB SINTRA FORUM จะมี KEVIN WARSH ประธาน FED ขึ้นเวทีร่วมกับ CHRISTINE LAGARDE จาก ECB , ANDREW BAILEY จาก BOE และ TIFF MACKLEM จาก BOC รอจับตาสัญญาณ นโยบายการเงิน และทิศทาง ดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด
REGION RADAR
• การเริ่มเข้ามาของ AGENTIC AI (ระบบ AI ที่สามารถทำงานได้ด้วย ตัวเอง) ในปีนี้ เป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรม CPU โดยเฉพาะ SERVER CPU แนะนำเก็งกำไรหุ้น DR: DELL19, INTEL03 และ AMD80
• TESLA (TSLA US) +11% ในสัปดาห์นี้ หลังบริษัทได้ปล่อยระบบ ขับเคลื่อนอัตโนมัติ FSD เวอร์ชันใหม่ให้กับกลุ่มผู้ใช้รถรุ่นเก่าได้เข้าใช้ งานล่วงหน้า ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญของเทคโนโลยีไร้คนขับที่ นักลงทุนรอคอยมานาน
THAI FOCUS
• การปรับหุ้นในดัชนี SET50-100 รอบครึ่งปีหลัง (มีผล 1 ก.ค. 69) ทำ ให้กองทุนประเภท PASSIVE FUND ต้องเร่งปรับพอร์ต ณ ราคาปิด (ATC) ของวันที่ 30 มิ.ย.69 ทำให้ราคาหุ้นผันผวนชั่วคราว โดยหุ้นเข้า ใหม่ พุ่งแรงจากการไล่ซื้อ (เช่น MRDIYT, TFG, THAI, BCP) ส่วนหุ้นที่ ถูกคัดออก ร่วงแรงจากแรงเทขาย (เช่น BTS)
• คำแนะนำการลงทุน เนื่องจากราคาที่แกว่งตัวแรงไม่ได้เกิดจาก ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยน จึงเป็นโอกาสสำหรับหุ้นที่ถูกคัดออกแต่พื้นฐาน ยังดี (เช่น CBG, CENTEL, SAWAD) เพื่อลงทุนระยะกลาง-ยาว
SYNAPSE STRATEGY
• ตั้งแต่ต้นปีต่างขาติซื้อสุทธิเพียง 2 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น (+6.4 หมื่นล้าน เหรียญ) และ ไทย (+881 ล้านเหรียญ หรือราว 2.7 หมื่นล้านบาท) ส่งผลให้ผลตอบแทนตลาดหุ้นพุ่งแรง (+41.9% และ +26.3% ตามลำดับ)
• ขณะที่ช่วง 5 วันทำการล่าสุด เงินต่างชาติยังไหลเข้าไทยต่อเนื่องอีก 1.5 หมื่นล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นฟื้นตัวชัดเจน ดังนั้นเน้นหุ้นที่ ต่างชาติไล่ซื้อสุทธิในช่วง 5 วันนี้ ได้แก่ SCB, KTB, BDMS, TRUE, PTT, PTL, OSP, GPSC, TTB และ WHA
HORIZON MARKET VIEW
แรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ รอดูท่าทีประธานธนาคารกลางต่างๆ คืนนี้
วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นราว 0.3% - 1.5% ทำให้ผลตอบแทนใน 2Q69 ดีสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่ช่วงสั้น ยังคงได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่น่ากังวล หลังมีรายงานตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOB OPENINGS) จาก JOLTS เดือน พ.ค 69 ขยังสูงขึ้นเป็น 7.59 ล้านตำแหน่ง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือน มิ.ย. 69 ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 91.2
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดูดี อาจเป็นอีกตัวแปรหนึ่ง ที่ทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวลงช้ากว่าคาด และมีโอกาสที่ FED จะยังเดินหน้านโยบายการเงินที่ตึงตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง
นอกจากนี้ ยังมีภัยจากซูเปอร์เอลนีโญ เสี่ยงดันราคาอาหารพุ่ง ซ้ำเติมเงินเฟ้อโลก ล่าสุดหน่วยงาน NOAA เตือน ว่า สภาพอากาศมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นทั้ง ภัยแล้ง น้ำท่วม คลื่นความร้อนและอุณหภูมิผิวน้ำทะเลอาจสูงกว่าค่าปกติ ≥ 2°C ซึ่งราคาสินค้าเกษตรตั้งแต่ มี.ค. – มิ.ย. 69 พุ่งแรงหลายรายการ อาทิ โกโก้ +77.5%, ผ้าฝ้าย +15.7%, น้ำตาล +13.6% เป็นต้น ทั้งนี้ ประเทศอินเดียเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำตาล ฝ้าย และข้าวรายใหญ่ของโลก กำลัง เสี่ยงเผชิญภัยแล้งหนัก ฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อาจเป็นปัจจัยเร่ง FOOD SHORTAGE
วันนี้ (1 ก.ค. 69) ในงานเสวนา ECB SINTRA FORUM จะมี KEVIN WARSH ประธาน FED ขึ้นเวทีร่วมกับ CHRISTINE LAGARDE จาก ECB , ANDREW BAILEY จาก BOE และ TIFF MACKLEM จาก BOC รอจับตา สัญญาณ นโยบายการเงิน และทิศทางดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด
REGION RADAR
ความต้องการ CPU มีแนวโน้มเติบโตมากกว่าที่ตลาดคิดไว้
การเริ่มเข้ามาของ AGENTIC AI (ระบบ AI ที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเอง) ในปีนี้ เป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรม CPU โดยเฉพาะ SERVER CPU ที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมากจนกระทั่งสินค้าของผู้ผลิต SERVER CPU อย่าง DELL และ HPE มีสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ซึ่งการมาของ AGENTIC AI คาดว่าจะ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของ CPU เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งปัจจุบันสัดส่วนการใช้ CPU ต่อ GPU อยู่ที่ ประมาณ 1:4 อย่างไรก็ตาม ในอนาคตคาดว่าสัดส่วนการใช้ CPU ต่อ GPU จะอยู่ที่ 1:1 แนะนำเก็งกำไรหุ้น DR: DELL19, INTEL03 และ AMD80
TESLA ปรับตัวขึ้นเด่นสุดใน MAG7 สัปดาห์นี้
TESLA (TSLA US) +11% ในสัปดาห์นี้ หลังบริษัทได้ปล่อยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ FSD เวอร์ชันใหม่ให้กับกลุ่ม ผู้ใช้รถรุ่นเก่าได้เข้าใช้งานล่วงหน้า ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญของเทคโนโลยีไร้คนขับที่นักลงทุนรอคอยมา นาน นอกจากนี้ยังมีข่าวการขยายตลาด FSD เข้าสู่ภูมิภาคยุโรปหลังจากได้รับการอนุมัติในหลายประเทศ ซึ่งทำ ให้นักลงทุนกลับมาเชื่อมั่นในแผนระยะยาวอย่าง ROBOTAXI อีกครั้ง สำหรับยอดส่งมอบรถยนต์ EV ในไตรมาส 2 มีแนวโน้มแข็งแกร่ง จากการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของยอดขายรถ EV ในจีนและยุโรป
THAI FOCUS
เจาะลึกปรากฏการณ์ ATC ผ่านการปรับพอร์ต SET50 / SET100 ครึ่งหลังปี 2569
ตลท. ได้มีการประกาศรายชื่อหุ้นชุดใหม่ที่จะใช้คำนวณในดัชนีกลุ่ม SET50 และ SET100 ประจำครึ่งปีหลังของปี 2569 (มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. ถึง 31 ธ.ค. 2569) ซึ่งปัจจัยนี้ทำให้ผู้จัดการกองทุนประเภท PASSIVE FUND ทั้งในและ ต่างประเทศ ต้องคำนวณเม็ดเงินเพื่อเข้าซื้อหุ้นที่ถูกคัดเข้าใหม่ และเทขายหุ้นที่ถูกคัดออก ณ ราคาปิดของวัน สุดท้าย (30 มิ.ย.69) เพื่อให้ได้ราคาต้นทุนเดียวกับดัชนีที่จะเปลี่ยนไปในเช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งกลุ่มหุ้นคำนวณเข้าใหม่ (INFLOW) ปิดบวกอย่างร้อนแรง อาทิ MRDIYT +30.48% TFG +12.82% THAI +9.92% BCP +3.03% ส่วน กลุ่มหุ้นที่ถูกคัดออก (OUTFLOW) เผชิญแรงขายกดดัน อาทิ BTS -6.25% เป็นต้น
ดังนั้นเม็ดเงินรวมของหุ้นกลุ่มเข้าใหม่มี MARKET CAP รวมกัน 3.77 แสนล้านบาท ในขณะที่หุ้นกลุ่มที่ถูกคัดออก มี MARKET CAP รวมเพียง 1.69 แสนล้านบาท ทำให้ดัชนี SET50 มีขนาด MARKET CAP สุทธิเพิ่มขึ้นถึง 2 แสน ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มเสถียรภาพและความน่าดึงดูดให้กับดัชนีในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตามฝ่าย วิจัยประเมินว่าความผันผวนของราคาที่กระโดดขึ้นหรือดิ่งลงแรงในช่วง ATC เป็นเพียงผลกระทบชั่วคราว ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ดังนั้นหลังจากนี้หุ้นที่พุ่งขึ้นไปสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน (เช่น หุ้นกลุ่มเข้าใหม่ที่บวกแรงเกินไป) นักลงทุนสามารถใช้เป็นจังหวะในการทยอยขายทำกำไร (TAKE PROFIT) ส่วนหุ้นที่ถูกเทขายแต่มูลค่าทางพื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลง (เช่น CBG CENTEL SAWAD) ถือเป็นโอกาสในการเข้า สะสม (BUY ON DIP) เพื่อการลงทุนระยะกลางถึงยาว
SYNAPSE STRATEGY
ตลาดหุ้นไทยยังแข็งแกร่งกว่าเพื่อนบ้าน เน้นหุ้นที่ต่างชาติหมายปองในช่วงนี้
ทิศทางนโยบายการเงินทั่วโลก มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น ส่งผลให้ FUND FLOW เริ่มเร่งออกจากตลาดหุ้นภูมิภาค โดยตั้งแต่ต้นปี(YTD) ต่างชาติขายสุทธิหุ้นเกือบทุกประเทศ เริ่มที่เกาหลีใต้ -9.5 หมื่นล้านเหรียญ, อินเดีย -2.9 หมื่นล้านเหรียญ, ไต้หวัน -2.0 หมื่นล้านเหรียญ, อินโดนีเซีย -4.2 พันล้านเหรียญ, เวียดนาม -2.9 พันล้าน เหรียญ, ฟิลิปปินส์ -245 ล้านเหรียญ แต่ซื้อสุทธิ 2 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น +6.4 หมื่นล้านเหรียญ, ไทย +881 ล้าน เหรียญ หรือ 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งทำให้ผลตอบแทนตลาดหุ้น 2 ประเทศนี้ปรับขึ้นแรงกว่า 41.9% และ 26.3% ตามลำดับ
ขณะที่ในช่วง 5 วันทำการล่าสุดกระแสเงินทุนต่างชาติ (FUND FLOW) ยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่องทุกวัน มีมูลค่าสูง ถึง 1.5 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของต่างชาติฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยฯ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน เน้นหุ้น ที่ต่างชาติซื้อสุทธิในช่วง 5 วันนี้ อาทิ SCB KTB BDMS TRUE PTT PTL OSP GPSC TTB WHA เป็นต้น
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์