Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

90

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 24 มิ.ย.69 ปิด +7.32 จุด อยู่ที่ 1,548.22 จุด มูลค่าการซื้อขาย 58,239 ลบ. สถาบันซื้อ  532 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 293 ลบ. ต่างชาติซื้อ 29 ลบ. และรายย่อยขาย 854 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 777 ลบ. โดยมียอดซื้อ AOT,SAWAD,DELTA,CCET,CPALL และยอดขาย ADVANC,GULF,BBL,PTT,SCB มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,801 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น META01,NVDA01,BTS โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 13,170 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 63,344 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 6,480 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.35%, S&P500 -0.10%, Nasdaq -0.43% ได้แรงหนุนจากกลุ่มอุต ฯ +1.18%, สาธารณูปโภค +1.05% ขณะที่กลุ่มพลังงาน -1.73% ปรับลดลงตาม WTI วานนี้ -3.92% อยู่ที่ $70.34/บาร์เรล และกลุ่มเทค ฯ -0.64% โดยนักลงทุนได้สลับกลุ่มการลงทุนจาก Growth ไปยัง Value Stock จากคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ 2 ครั้ง ส่วนราคาหุ้น Micron Tech หลังปิดตลาด +15.7% หลังรายงานรายได้งวด Q3 อยู่ที่ $14 หมื่น ล. เพิ่มขึ้น 3 เท่า YoY และบริษัทคาดรายได้ Q4 จะอยู่ที่ $4.9 – $5.1 หมื่น ล. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ $4.32 หมื่น ล. ได้ปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ชิปที่ใช้ใน AI Model และเป็นซัพพลายเออร์สำคัญของ Nvidia & Alphabet ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจค่ำวันนี้ติดตาม US GDP Q1/69 คาด +1.6% QoQ, US PCE พ.ค. คาด +4.1% YoY ที่เป็นดัชนีสำคัญที่เฟดใช้วัดเงินเฟ้อของสหรัฐ   
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.1% ขณะที่ DAX เยอรมัน -0.6% หลัง Rheinmetall -18.7% รับข่าวเยอรมันได้ยกเลิกแผนสร้างเรือ Frigates F126 จำนวน 6 ลำ โดยเปลี่ยไปสร้างเรือตรวจการขนาดเล็กของ TKMS ส่งผลให้ราคาหุ้น +16% ส่วนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ -2.5%, พลังงาน -2.3% และกลุ่มเทค ฯ -0.3% นำโดย Infineon -1.2% โดยเม็ดเงินสลับเข้าไปยังกลุ่มอสังหา ฯ +3%
  • ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ดัชนีนิเกอิ -0.88% จากแรงขายกลุ่มประกันภัย, ผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน, กลุ่มเหมืองแร่ และ Tokyo Electron -4.2%, TDK Corp -3.2% ปรับลดลงตามหุ้นกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +3.26% ได้แรงหนุนจาก Samsung Electronics +9.8% ตอบรับข่าว ม.ซื้อหุ้นคืนมูลค่า $5.8 พัน ล. และ SK Hynix +0.98% รับข่าวเตรียมนำหุ้นจำนวน 17.8 หมื่น ล.หุ้นออกตราสาร ADS เพื่อทำการซื้อขายใน Nasdaq ขณะที่ MSCI ยังคงจัดให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ในกลุ่มตลาด EM ต่อไป เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาด & ผลิตภัณฑ์การลงทุน ด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.11% โดยนักลงทุนได้เข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทค ฯ จีนที่วันก่อนปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชียเหนือ เช่น Cambricon Tech +2.8%, SMIC +6.9% โดยสัปดาห์นี้วันศุกร์ติดตามข้อมูล Tokyo Core CPI มิ.ย. คาด 1.6% & พ.ค. 1.3% YoY

SET +0.48% ปริมาณการซื้อขาย 5.82 หมื่น ลบ. สถาบันซื้อ 532 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 293 ล. ต่างชาติซื้อ 29 ลบ. และรายย่อยขาย 854 ลบ. โดยดัชนี SET วานนี้ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Domestic Play เช่น ขนส่ง, ท่องเที่ยว, ไฟแนนท์, ค้าปลีก และอสังหา ฯ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ผลการประชุม กนง.วานนี้มีมติเอกฉันท์ 7 – 0 คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% และได้ปรับประมาณการณ์ GDP ไทยปีนี้ขึ้นอยู่ที่ 2.3% & เดิมคาดที่ 1.5% ได้ปัจจัยหนุนจากภาคส่งออก & การลงทุนที่ปรับดีขึ้นตามวัฏจักรการลงทุนด้านเทคโนโลยี & AI และยังได้ปัจจัยหนุนจาก ม.บรรเทาวิกฤตพลังงานของภาครัฐ  กอปรกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางปรับดีขึ้น จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่ม Domestic Play ของไทย ส่วนค่าเงินบาทวานนี้อ่อนค่าอยู่ที่ 33.34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลัง กนง.ยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งอาจส่งผลให้ Fund Flow ต่างชาติชะลอตัวลงไปบ้าง แต่กลับกันก็ส่งผลบวกไปยังหุ้นกลุ่มส่งออกของไทย เช่น อาหาร, เครื่องดื่ม, ยางพารา และอุปกรณ์อิเล็ก ฯ ที่ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ส่วนประเด็นข่าวในประเทศ วานนี้ ศาล รธน. ได้นัดลงมติวินิจฉัย พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. เข้าข่ายผิด รธน. หรือไม่ในวันที่ 9  ก.ค. ส่วนประเด็นเศรษฐกิจวันนี้ติดตาม ก.พาณิชย์จะรายงานตัวเลขส่งออกไทย พ.ค. คาด +14.3% & เม.ย. +23.1% YoY และนำเข้าไทย พ.ค. คาด +38% & เม.ย. +45% YoY

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,530 – 1,540 แนวต้าน 1,560 – 1,570 คาดดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ กอปรกับหุ้นกลุ่ม Domestic Play ได้ปัจจัยหนุนหลัง กนง.ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้อยู่ที่ 2.3% แนะนำซื้อเก็งกำไร DELTA,HANA,KCE คาดมีโอกาสฟื้นตัวตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ กลุ่ม Domestic Play เช่น AOT,MINT,CENTEL,ERW,CRC,CPN,OSP,CBG / กลุ่มได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า เช่น CPF, TU, ITC, STA, BTG, RBF, SAPPE

 

  • SCC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 249.00 บาท) บริษัทรายงานกำไร 1Q69 ที่ 2 พันล้านบาท +466%YoY และพลิกจากขาดทุนใน 4Q68 ดีกว่าที่ตลาดคาด หลักๆ มาจากการรับรู้กำไรสต๊อก ส่วนผลการดำเนินงานหลักมีปัจจัยหนุนจากการปรับขึ้นราคาขายปูนและลดต้นทุน ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ผลประกอบการของ Fajar ดีขึ้น และธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัวตาม product spread แนวโน้ม 2Q69 กำไรชะลอตัวลงแต่ยังอยู่ในระดับสูงมีปัจจัยหนุนจาก spread ปิโตรเคมีที่อยู่ในระดับสูง ช่วยชดเชยกำลังการผลิตที่ลดลงจากการหยุดการผลิตชั่วคราวของโรงงานปิโตรเคมี ช่วงสั้นมีประเด็นบวกจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลายลงหากกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้น่าจะทำให้การจัดหาวัตถุดิบแนฟทาดีขึ้น ส่วนประเด็น SCGC กับ PTTGC ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบริษัท JV ในธุรกิจ Olefins/Polymers ในประเทศไทยคาดชัดเจนใน 3Q69
  • CHG (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 2.00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 248 ลบ.( +10%YoY, +10%QoQ) โดยในเชิงรายได้มีปัจจัยหนุนจากรายได้โครงการสวัสดิการภาครัฐฯที่ +8%YoY เป็นผลจากรายได้ UCEP  โรคซับซ้อน และ บริการเฉพาะทาง เช่น โรคหัวใจ, มะเร็ง, การผ่าตัดกระเพาะอาหาร เป็นต้น ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในช่วง 2Q69 เบื้องต้น เราคาดว่าจะอ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ในภาพ YoY จะสามารถเป็นบวกได้ต่อ โดย 2Q68 มีฐานต่ำจากจำนวนเงินรับจริงต่ำกว่าที่ Accrual ไว้ของ 26 โรคเรื้อรังราว -73 ลบ.จากการเปลี่ยนแปลงช่วงอายุของผู้ประกันตน นอกจากนี้ คาดว่ารายได้โรคซับซ้อนจะทยอยบวกได้ต่อ YoY ตามที่เห็นใน 1Q69 ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ CHG อยู่ที่ 1,037 ลบ. ( +12%YoY )  และ  1,121 ลบ.( +8%YoY ) ตามลำดับ

 

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ก.ค. -$2.87 อยู่ที่ $70.34 / บาร์เรล, Brent ส.ค.-$3.34อยู่ที่ $73.74/บาร์เรล หลังสหรัฐอนุญาตให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบเป็นเวลา 60 วัน

 

Gold Update (-)Comex Gold ส.ค. -$122.95 ปิดที่ 4,026.45 ดอลลาร์/ออนซ์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.2% จากคาดการณ์เฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ และค่ำวันนี้รอข้อมูล US PCE พ.ค. เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐ

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -81.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +0.87 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  ขายหุ้นอินโด ฯ  -65.19 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -16.95 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.407 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -33 จุด อยู่ที่ 2,634

(-) BitCoin เช้านี้  -3.51% อยู่ที่ 60,783 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

24 มิ.ย.     ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/69

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

  ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์

  และชิ้นส่วนยานยนต์

 

ต่างประเทศ

23 มิ.ย.    US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)ภาคการบริการ (มิ.ย.)

                US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)ภาคการผลิค(มิ.ย.)

24 มิ.ย.    US ยอดขายบ้านใหม่( พ.ค.)

                US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

25 มิ.ย.    US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price

        Index) ( พ.ค.)

                US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 1)

                US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

               

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*

 

(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA

 

(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*

 

(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio June 2026: GPSC*, ITC*, BH, MINT*, CPALL

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

  

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้