Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

145

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 16 มิ.ย.69 ปิด -3.67 จุด อยู่ที่ 1,588.05 จุด มูลค่าการซื้อขาย 67,471 ลบ. สถาบันซื้อ  1,100 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 252 ลบ. ต่างชาติซื้อ 630 ลบ. และรายย่อยขาย 1,983 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 1,193 ลบ. โดยมียอดซื้อ KBANK,SCB,PTT,SCC,CPALL,MINT และยอดขาย DELTA,ADVANC,BBL,GULF,CPF มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,069 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น TU,LH,BJC โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 10,177 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 73,406 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,916 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.64%, S&P500 -0.57%, Nasdaq -1.15% ได้แรงหนุนจากกลุ่มการเงิน +1.49%, อุตสาหกรรม +0.7% หลังสหรัฐ – อิหร่านเตรียมลงนามข้อตกลงหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซในวันศุกร์นี้ ขณะที่กลุ่มพลังงานปรับลดลง หลังราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ -5.8% อยู่ที่ $76.05/บาร์เรล และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดฟิลาเดลเฟีย -5.7% นำโดย AMD -7%, Broadcom, Micron -4% ส่วน SpaceX +4.8% อยู่ที่ $201.8 ตอบรับข่าวซื้อกิจการ Anyshere บริษัท AI Coding มูลค่า 6 หมื่น ล.ดอลลาร์ ประเด็นสำคัญค่ำวันนี้ติดตามผลการประชุมเฟดคาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% และมุมมองดอกเบี้ยสหรัฐจาก ปธ.เฟด คนใหม่ เควิน วอร์ช ว่าจะส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้หรือไม่
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.25% ตอบรับข่าวสหรัฐทำ MOU กับอิหร่านเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อเป็นเวลา 3 เดือน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ -5.0% อยู่ที่ $78.96/บาร์เรล ส่งผลบวกต่อกลุ่มธนาคาร +1.7%, อุตสาหกรรม +1.1% และกลุ่มวัฏจักรเศรษฐกิจ เช่น ก่อสร้าง, ธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยี -1.7% นำโดย STMicroelectronics -4.1% หลังประกาศแผนออกหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 1.5 พัน ล.ดอลลาร์
  • ตลาดหุ้นเอชีย ดัชนีนิเกอิ +0.13% หลัง BOJ มีมติ 7 – 1 ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% อยู่ที่ 1.00% เป็นตามคาดการณ์เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อและค่าเงินเยนที่อ่อนค่า โดยดัชนียังได้แรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยี ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +2.1% นำโดย Samsung Electronics +1.8%, SK Hynix +4.1%, SK Square +6.2% และกลุ่มอุต ฯ ป้องกันประเทศ Hanwha Aerospace +9.1% หลังช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอีกครั้งในวันศุกร์นี้ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.11% จากแรงขาย China Construction Bank -1.0%, Cambricon Tech -1.1%, BYD -0.98% หลัง NBS เผยยอดค้าปลีกจีน พ.ค. -0.6% YoY ลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ ธ.ค. 2565 สาเหตุมาจากผู้บริโภคลดการใช้จ่าย แม้ว่าจะอยู่ในช่วงหยุดยาวในวันแรงงาน กอปรกับการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร พ.ค. -4.1% ต่ำกว่าคาด -2.0% YoY บ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจจีนยังฟื้นตัวได้ช้า
  • SET -0.23% ปริมาณการซื้อขาย 7 หมื่น ลบ. สถาบันซื้อ 1,100 ลบ. ต่างชาติซื้อ 630 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 252 ลบ. และรายย่อยขาย 1,983 ลบ. โดยดัชนีถูกกดดันจากกลุ่มอิเล็ก ฯ -2.6% นำโดย DELTA -2.49% ส่งผลลบต่อดัชนี -8.9 จุด เนื่องจากในช่วงสิ้นเดือนนี้จะเข้าสู่ช่วงการรีบาลานท์ของ SET50 ส่งผลให้ DELTA ถูกปรับลด Weight จากปัจจุบันอยู่ที่ 12% ลงมาอยู่ที่ 10% ตามเกณฑ์ Capped Weight ของ ตลท. กอปรกับเม็ดเงินลงทุนได้สลับออกจากกลุ่ม Growth เข้าสู่กลุ่ม Domestic Play เช่น ธนาคาร, ไฟแนนท์, ค้าปลีก, ท่องเที่ยว และ รพ. ที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัว หลังสหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ปรับลดลงอยู่ที่ $ 76.0/บาร์เรล ซึ่งจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสเติบโตได้สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ 2.0% โดยวานนี้เม็ดเงินหลัก ๆ ไหลเข้าลงทุนในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ จากคาดการณ์ยอดปล่อยสินเชื่อปีนี้มีโอกาสกลับมาขยายตัวตามความต้องการสินเชื่อของภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่คุณสินทรัพย์ NPL คาดอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาธนาคารค่อนข้างระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ และได้กันสำรองหนี้เสียไว้ในระดับสูง ส่วนผลการประชุม ครม.วานนี้ยังไม่มีประเด็นใหม่ โดยนายก ฯ ได้บินเยือนรัสเซีย 16 – 19 มิ.ย. ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน – รัสเซีย คาดจะมีหารือความร่วมมือในภาคเกษตร, อุตสาหกรรม, พลังงาน และการท่องเที่ยว ส่วนค่ำวันนี้ติดตามผลการประชุมเฟดที่จะมีผลกระทบต่อ Fund Flow ที่ลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่

 

 

  

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,570 – 1,580 แนวต้าน 1,600 คาดดัชนียังได้ปัจจัยหนุนหลังปัจจัยเสี่ยงด้านราคาพลังงานปรับลดลง ซึ่งส่งผลบวกต่อกำลังซื้อในประเทศ และปัจจัยช่วยหนุนกลุ่ม Domestic Play โดยนักลงทุนยังอาจรอประเมินผลการประชุมเฟดในช่วงค่ำวันนี้ แนะนำทยอยซื้อธีม De-escalation เช่น AOT,BA,BH,BDMS,MINT,CENTEL,ERW / กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน GULF,GSPC,BGRIM,AMATA,WHA,WHAUP,CK,STECON / กลุ่ม Domestic Play เช่น CPALL,CRC,TTB,KTB,KTC คาดได้ประโยชน์จากกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว / กลุ่มได้ประโยชน์จากราคาพลังงานลดลง เช่น SCC,BA,TASCO,TOA

 

 

  • GULF* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 73.50 บาท)แนวโน้มกำไร 2Q69 ดีขึ้นต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้าในไทยตามความต้องการใช้ในช่วงฤดูร้อน ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น รับรู้เงินปันผลก้อนใหญ่ของ KBANK และกำไรพิเศษจากการขายสัดส่วนการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าปากลาย ช่วยชดเชยต้นทุนก๊าซที่กระทบต่อโรงไฟฟ้า SPP ในส่วนของการลงทุนทางด้าน data center มีโครงการที่ COD แล้ว 25MW (GSA01 ถือหุ้น 40%) และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 138MW (GSA02 และ GEDC01) ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่3 หมื่นล้านบาท Flat YoY และ 3.6 หมื่นล้านบาท +10%YoY

 

  • SCC* (ซื้อเก็งกำไร/ ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 00 บาท) มี Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงในตะวันออกกลางทำให้ความเสี่ยงในด้านการจัดหาวัตถุดิบลดลง ด้านกำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 6.2พันลบ.(+466%YoY, กลับมามีกำไรหลังจากขาดทุนใน 4Q68 ที่ 3.7 พันลบ.) มีแรงหนุน QoQ ตามฤดูกาล ขณะที่ YoY มาร์จิ้นซีเมนต์ปรับตัวดีขึ้น และมีแรงหนุนจากธุรกิจในอินโดนีเซียของ SCGP* ด้านการดำเนินงานปกติในช่วง 2Q69 นี้ มีแนวโน้มอยู่ในเกณฑ์ดีได้จาก Spread ปิโตรเคมีที่สูง นอกจากนี้ SCC* ยังมีประเด็นบวกจากการขายหุ้น CAP(อินโดฯ) ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้บันทึกเป็นกำไรพิเศษในงบกำไรขาดทุน แต่จะส่งผลให้กระแสเงินสดคล่องตัวมากขึ้น ปัจจุบัน ตลาดประเมินกำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ SCC ที่ 12,592 ลบ.(-11YoY%) และ 14,469 ลบ.(+15YoY%) ตามลำดับ

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ก.ค. -$4.70 อยู่ที่ $76.05 / บาร์เรล, Brent ส.ค. -$4.21 อยู่ที่ $78.96/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านแล้ว โดยรอลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ ที่กรุงเจนีวา ส่วนค่ำวันนี้ติดตาม EIA จะรายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐรายสัปดาห์คาดจะลดลง 4.5 ล.บาร์เรล

 

Gold Update (+)Comex Gold ส.ค. +$2.80 ปิดที่ 4,354.40 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังราคาน้ำมันดิบปรับลดลง ซึ่งช่วยลดความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อสหรัฐ โดยนักลงทุนรอผลการประชุมเฟดในช่วงค่ำวันนี้   

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +34.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +19.38 ล.ดอลลาร์,  ตลาดหุ้นอินโด ฯ ปิดในวันหยุด  และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +15.60 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 32.51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.43 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -50 จุด อยู่ที่ 2,670

(-) BitCoin เช้านี้  -0.66% อยู่ที่ 65,806 ดอลลาร์สหรัฐ

(+)ยอดส่งออกญี่ปุ่น พ.ค. +17.0% สูงกว่าคาด +16.2% & เม.ย. +14.8% YoY

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

24 มิ.ย.     ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/69

สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ

ชิ้นส่วนยานยนต์

 

ต่างประเทศ

16 มิ.ย.     JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

17 มิ.ย.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( พ.ค.)

                US ดัชนียอดขายปลีก ( พ.ค.)

                US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

18 มิ.ย.     US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย 

                US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC

                US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*

 

(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA

 

(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*

 

(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio June 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้