Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

44

 

Sentiment Tracker Sentiment ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และไทยอ่อนแอลง
KEY FINDINGS:

สหรัฐฯ: ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 2.5% จากสัปดาห์ก่อนหน้า กดดันจากแรง เทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และการปรับมุมมองของตลาดต่อนโยบายดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่ Sentiment Indicator ส่งสัญญาณอ่อนแอลง โดยดัชนี CNN Fear & Greed อ่อนแอลงจากโซน Neutral สู่โซน Fear คะแนนลดลงจากระดับ 54 จุดสู่ 30 จุด สอดคล้องกับผลสำรวจ AAII ที่สะท้อนมุมมองที่แย่ลงในหมู่นักลงทุน โดย Bull-Bear Spread ปรับลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

ไทย: ดัชนี SET ย่อตัวลงหลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ 1,607 จุด โดยปิดลดลง 1.4% เมื่อเทียบสัปดาห์ก่อนหน้า ท่ามกลางแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนเชิงลบของตลาดหุ้นทั่วโลก สอดคล้องกับดัชนี BLS Greed & Fear Barometer ที่แม้จะยังคงอยู่ในโซน Greed แต่ตัวเลขปรับลดลงถึง 16 จุด จาก 80 จุด มาอยู่ที่ 64 จุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เริ่มชะลอตัวลง
US MARKET SENTIMENT TRACKER:
ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 2.5% จากสัปดาห์ก่อนหน้า จากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และการปรับมุมมองของตลาดต่อนโยบายดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่เหลือของปี ขณะที่ Sentiment Indicator ส่งสัญญาณอ่อนแอลง โดยดัชนี CNN Fear & Greed อ่อนแอลงจากโซน Neutral สู่โซน Fear คะแนนลดลงจากระดับ 54 จุดสู่ 30 จุด ฉุดจาก Market Momentum ที่ปรับตัวลงแรงจากโซน Extreme Greed และ Put/Call Ratio ที่กลับมาปรับขึ้นจากระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2025 ที่ 0.58 สู่ระดับ 0.81 และความผันผวนของตลาดที่พุ่งขึ้นแรงจากระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสู่ระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย
สอดคล้องกับ ผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนของ AAII ที่สะท้อนมุมมองที่แย่ลงในช่วง 6 เดือนข้างหน้า โดยสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่มีมุมมอง Bullish ลดลงจาก 36.3% สู่ 30.4% (และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 37.5%) และสัดส่วนฝั่ง Bearish เพิ่มขึ้นจาก 37.0% สู่ 47.4% (และยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 31.0%) ส่งผลให้ Bull-Bear Spread ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าจาก -0.7% เป็น -17.0%
THAI MARKET SENTIMENT TRACKER:
ตลาดหุ้นไทย: ดัชนี SET ย่อตัวลงหลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ 1,607 จุด โดยปิดสัปดาห์ปรับลดลง 1.4% ท่ามกลางแรงกดดันจากทิศทางเชิงลบของตลาดหุ้นโลก สอดคล้องกับดัชนี BLS Greed & Fear Barometer ที่ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์ โดยร่วงลงถึง 16 จุด จาก 80 จุด มาอยู่ที่ 64 จุด แต่ยังคงประคองตัวอยู่ในโซน Greed ทั้งนี้ มาตรวัดถูกฉุดโดยดัชนี Bull-to-Bear ที่ย่อตัวลงจากโซน Upper Bound ประกอบกับ Market Momentum ที่ลดลงจาก 35.0 จุด สู่ 27.6 จุด รวมถึงความผันผวนของตลาดที่เร่งตัวขึ้น


IMPLICATION:
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากสัญญาณ Market Momentum ที่เริ่มอ่อนแรงลง ประกอบกับความผันผวนที่เร่งตัวขึ้นจนทะลุค่าเฉลี่ย อย่างไรก็ดี ประเมินว่าดัชนีมีโอกาสเกิดภาพ Technical Rebound ได้ในระยะสั้น ก่อนที่ตลาดจะพลิกกลับไปเผชิญแรงกดดันรอบใหม่
ส่วนทางด้านตลาดหุ้นไทย แม้เครื่องชี้วัดสำคัญอย่างดัชนี Bull-to-Bear, Momentum Strength และ Volume Index จะย่อตัวลงมาบ้างแล้ว แต่สัญญาณชี้ว่ายังมีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่อได้อีก ขณะที่ความผันผวนเริ่มดีดตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ปัจจัยลบเหล่านี้จะกลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่จำกัดอัพไซด์ของตลาด และส่งผลให้ดัชนี SET ยังไม่น่าจะสามารถฝ่าด่านแนวต้านที่ 1,620 จุดไปได้ในระยะสั้นนี้


สรุปภาพตลาดวานนี้ หุ้นไทยบวกเด่นกว่าภาพรวมภูมิภาค โดยไม่ใช่แค่ DELTA CCET ที่นำมา แต่พบว่าการกระขายการบวกไปยังหุ้นใหญ่ เช่น ADVANC PTT KTB TTB PTTEP และที่โดดเด่นในภาพรวมกลุ่ม คือ กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC IVL SCC ขณะที่ฝั่งลบ เป็นแรงขายใน Domestic อย่าง AOT CPALL CPAXT GULF OR CPN เป็นต้น ส่วนหุ้นบวกแรง ที่ชัดเจน มาพร้อม Vol เช่น BAM XO


แนวโน้มตลาดวันนี้ ขอหยุดพัก Sell off
คาดตลาดหุ้นไทยกำลังจะผ่านภาวะ ขายแบบหนักหน่วง “Sell-off”สินทรัพย์ทุกอย่างบนโลกนี้ และเรามองหุ้นไทย “เป็นการพักเพื่อขึ้นต่อ” ท่ามกลางแรงขายทุกอย่างในตลาดโลกที่คาดว่ากำลังจะยุติลงชั่วขณะ หลังจากผ่านการปรับสมดุลจากการเปลี่ยนแนวโน้มของต้นทุนทางการเงิน หรือดอกเบี้ยนโยบายในแต่ละประเทศ ที่ทยอยขยับขึ้นรับมือ เงินเฟ้อ เช่น ECB เมื่อวาน

ขณะที่เงินเฟ้อหลัก หรือ Core CPI ที่ไม่รวมราคาพลังงาน เช่น สหรัฐฯรายงานออกมาต่ำกว่าคาด อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้น การยุติภาวะ Sell off ใกล้ยุติลงชั่วคราว เพราะความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยอาจไม่ได้เร็ว หากไม่รวมต้นทุนพลังงาน เงินเฟ้อยังไม่เกินควบคุม
ดังนั้นหากทิศทางต้นทุนพลังงาน ไม่บานปลายไปกว่านี้ แนวโน้มต้นทุนทางการเงินหลัก โดยเฉพาะจาก สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยังไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง ยกเว้น ยุโรป ที่ทนไม่ไหว และต้องยอมขึ้นไปแล้ว ขณะที่ หลายชาติในภูมิภาคนี้ หากไม่กลัวโดนโจมตีเรื่องค่าเงิน การขยับขึ้นดอกเบี้ย-ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านที่ทุกประเทศต้องเลือกใช้
ระหว่างรอการพักฐาน เราแนะนำ การเลือกสะสมหุ้นที่โมเมนตั้มราคาอยู่โซนกลางๆ ไม่ Overbought (ไล่ราคามีโอกาส ติดดอย) หรือ Oversold จนเกินไป (หุ้นหนักมากซื้อแล้ว ไม่ขึ้นสักที) และใช้พื้นฐานกำไรที่ดีไม่เปลี่ยนแปลงมากำกับการเลือกซื้อหุ้น-ราคาหุ้นปรับลดลงสวนทางกำไร (ดูจาก กำไรที่เท่าเดิม เทียบปีก่อนๆ แต่ ราคาหุ้นเล่นต่ำกว่ากำไร และราคาปีก่อนๆ)

ปัจจัยที่ต้องติดตาม คาดยังส่งผลกระทบจำกัดต่อตลาดหุ้นไทย: ได้แก่ การแทรกแซงค่าเงินของธนาคารกลางอินโดนีเซีย ขณะที่เกาหลีใต้ออกโรงเตือนการเก็งกำไรที่ผิดปกติ ทั้งในตลาดค่าเงินและตลาดหุ้น, ความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจอินโดนีเซีย, การโจมตีระหว่าง อิหร่านกับชาติพันธมิตรสหรัฐฯ จะยังมีอยู่เป็นระยะ และไม่จบ แต่จะเริ่มส่งอิทธิพลน้อยลง-ต่อราคาน้ำมันตลาดโลก

ในประเทศ: ใกล้ครบกรอบวัน วินิจฉัย พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท คาดจะมีความชัดเจนและเป็นบวกต่อราคาหุ้นที่เชื่อมโยง เช่น โครงการเชื่อมโยง การเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่ พลังงานสะอาด, ตลท.หารือ ก.คลัง เร่งสรุป และรอเดินหน้าโรงการ TISA, ตลาด MAI และสมาคม MAI รวมกับ ตลท.จัดงานสร้างความเชื่อมั่นหาโอกาสลงทุนหุ้น MAI และโรงการ Jump+ ต้นเดือนหน้า หลังกลับจากโรดโชว์หุ้นใหญ่ใน ตปท.

กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค VIX Index: "ดัชนีวัดความกลัว" เปรียบเทียบกับดัชนี S&P500 พบว่า ถ้า VIX พุ่งไปสูงกว่าเกินระดับเส้นประแล้วเริ่มม้วนหัวลง นั่นมักจะเป็นจังหวะ "กลับตัว" ในจุดที่คนอื่นกำลังกลัวสุดขีด เพราะเป็นสัญญาณว่าจุดต่ำสุดของรอบ (Market Bottom) ใกล้เข้ามาแล้ว
โครงสร้างและพฤติกรรมราคา: มิติของ Swing Trade ไม่ได้มองหาการรันเทรนด์ยาวๆ แต่โฟกัสที่ กรอบแนวรับ-ต้าน (Trading Range)
โซนรับ: ใช้ EMA 10&25 เป็นเส้นประคองแนวโน้มระยะสั้นหาก SET Index ย่อเพื่อไปต่อ ราคาจะไม่หลุดโซนนี้ที่ 1,540-1,560 จุด
โซนต้าน: ด่านสำคัญจะอยู่บริเวณ previous high 1,607 หากยังไม่สามารถเบรคได้จะเป็นการเด้งเพื่อขาย
สรุป: Swing trade "ซื้อตอนนิ่ง... ขายตอนขึ้น"


What to watch US ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2566 และสอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.8% ในเดือนเม.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนพ.ค. สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.6% ในเดือนเม.ย.
Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 2.8% ในเดือนเม.ย.
เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.4% ในเดือนเม.ย.
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 98.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16-17 มิ.ย. และให้น้ำหนักเกือบ 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนธ.ค.
แบงก์ชาติอินโดนีเซียขึ้นดอกเบี้ยฉุกเฉิน 0.25% หลังเงินรูเปียห์อ่อนค่าหนัก สู่ระดับ 5.50% ในวันนี้ (9 มิ.ย.) หลังจัดการประชุมนอกกำหนดการปกติ เพื่อรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อค่าเงินรูเปียห์ เงินรูเปียห์เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบบนของระดับ 18,100 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับอ่อนค่าสุดเป็นประวัติการณ์
ECB ขึ้นดอกเบี้ย Repo rate จาก 2% เป็น 2.25%
MAI FORUM 2026: มหกรรมรวมพลังคน mai ครั้งที่ 10 Discovering The Golden Opportunities เฟ้นหาโอกาสทอง พลิกมุมมองการลงทุน ค้นหา โอกาสใหม่ จากบริษัท จดทะเบียนในตลาด mai ที่ยังคงมีศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ตลท. เตรียมเข้าหารือคลัง 11 มิ.ย. นี้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้าน ตลาดทุน ผลักดัน ทิสา สร้างออมระยะยาว ย้ำ หุ้นไทย
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีอิหร่านเพื่อตอบโต้เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก ขณะที่รายงานของสื่อหลายสำนักระบุว่า ขณะนี้ยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเฮลิคอปเตอร์ ลำดังกล่าวถูกพุ่งเป้าโจมตีโดยจงใจหรือไม่

หุ้นแนะนำวันนี้
SCGP คาดการณ์กำไรที่ดีขึ้นในไตรมาสที่ 2 หลังทิศทางพลังงาน-ต้นทุนในการผลิต เริ่มอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้
แนวรับ 24.5 ต้าน 26/27 Stop loss 24

 

 


รายงานพื้นฐานวันนี้

GULF (Idea)
กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์
Data Center เปลี่ยนจาก “ทางเลือก” สู่ “ทางหลัก” ในการเติบโต
เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย GULF เป็น 78 บาท จาก 76.50 บาท หลังมองว่าธุรกิจ Data Center กำลังเปลี่ยนจาก “ทางเลือก” ของการเติบโตระยะยาว มาเป็น “ทางหลัก” ในการขับเคลื่อนกำไรที่จับต้องได้มากขึ้น โดยพัฒนาการสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทจากการร่วมลงทุนผ่าน JV ไปสู่การเป็นผู้พัฒนาโครงการเอง ซึ่งจะทำให้ GULF ได้รับผลตอบแทนต่อ MW สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่โครงสร้างการลงทุนที่ขยับจากการถือหุ้น 40% ในโครงการ GSA01 และ GSA02 (ร่วมกับ Singtel และ AIS) มาเป็นการถือหุ้น 70% ในโครงการ GEDC01 ซึ่งเป็น Data Center Campus ขนาดสูงสุด 100MW สะท้อนความมั่นใจของบริษัทต่อทั้งอุปสงค์และผลตอบแทนของธุรกิจนี้ ปัจจุบัน GULF มี Data Center ที่เปิดดำเนินงานแล้ว 25MW และอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 138MW พร้อมตั้งเป้าขยายสู่ 1GW ภายใน 3-5 ปี และ 1-2GW ในระยะยาว
เรามองว่าไทยมีความได้เปรียบในการแข่งขันด้าน Data Center ทั้งต้นทุนก่อสร้างที่ต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ต้นทุนไฟฟ้าที่แข่งขันได้ มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงเม็ดเงินลงทุนจากผู้ให้บริการ Cloud ระดับโลกอย่าง Google, Microsoft และ AWS ที่เริ่มไหลเข้ามาชัดเจน ขณะที่ GULF มีจุดแข็งจากฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง การเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่จากโรงไฟฟ้าก๊าซ 14.9GW และศักยภาพในการจัดหาไฟฟ้าสีเขียวให้ลูกค้า Data Center ผ่านแผนพลังงานหมุนเวียน 8GW ภายในปี 2033
ในเชิง Valuation ประเมินว่า Data Center ทุก 1GW ที่ GULF ถือครอง จะสร้างมูลค่าเพิ่มหุ้น GULF ได้ราว 1.1 แสนล้านบาท หรือประมาณ 7.6 บาทต่อหุ้น โดยกรณีฐานที่ GULF ขยายกำลังการผลิตได้ถึง 1GW ภายในปี 2030 เป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนราคาเป้าหมายใหม่ที่ 78 บาท ขณะที่กรณีดีที่สุด หากสามารถขยายได้ถึง 2GW ตามเป้าระยะยาว จะเพิ่มมูลค่าได้อีกประมาณ 7.6 บาทต่อหุ้น และมีโอกาสผลักดันราคาเหมาะสมขึ้นสู่ 85 บาท
Fundamental view: คงคำแนะนำ “ซื้อ” (ราคาเป้าหมายใหม่ 78 บาท) โดยมองว่า Data Center กำลังกลายเป็น Growth Engine รอบใหม่ของ GULF จากเดิมที่ตลาดให้มูลค่าเพียงในเชิง Option ปัจจัยติดตามสำคัญคือการประกาศโครงการ GEDC02 และการได้ลูกค้า Hyperscaler รายใหม่ ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้ตลาดปรับเพิ่มมูลค่าธุรกิจ Data Center ของ GULF ในระยะต่อไป

 

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้