วันศุกร์ที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน โดยระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นหลัก จากข่าวสหรัฐและอิหร่านขยายเวลาหยุดยิง ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยง โดยแรงซื้อหลักมาจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ นำโดย DELTA อย่างไรก็ตามการเจรจาข้อตกลงยังมีความไม่แน่นอน ประกอบกับมีประเด็นการปรับน้ำหนัก MSCI Rebalance ทำให้มีแรงขายในช่วงท้ายตลาด ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่1,568.37 จุด -0.60 จุด -0.04% มูลค่าการซื้อขาย 89,345 ลบ. (สัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนี +29.70 จุด +1.93%และเดือนที่ผ่านมาดัชนี +74.68 จุด +5.00%) Program Trading -2,312.47 ลบ. ต่างชาติ-1,579.38 ลบ.TFEX -31,696 สัญญา ตราสารหนี้+4,339.31 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 46.42 จุด หรือ +0.09% สัปดาห์และเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาดัชนีดาวโจนส์ +0.9% และ +2.78% S&P500+1.43% และ +5.15% ส่วน NASDAQ +2.39% และ +8.36%ตามล าดับ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน และรอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มตลาดแรงงานและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
+ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดี ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)ภาคการผลิตปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า และมีค่าสูงกว่าระดับ 50ซึ่งบ่งชี้ภาวะขยายตัวของภาคการผลิตสหรัฐฯ ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน การดีดตัวขึ้นของความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ รวมทั้งการใช้จ่ายในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยค าสั่งซื้อใหม่ดีดตัวขึ้นสวนทางการจ้างงานที่ลดลง ส่วนตัวเลขการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเพิ่มขึ้น0.4%MoM 0.9%YoY ในเดือนเม.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด
+ กระทรวงการคลังรายงานว่าการจัดเก็บร ายได้ 7 เดือน ทะลุ1.5 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 3.13 หมื่นล้านบาท
ปัจจัยลบ
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 4.80 ดอลลาร์ หรือ5.49% ปิดที่ 92.16 ดอลลาร์/บาร์เรลหลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านอาจยุติลงสัปดาห์ที่ผ่านมาน้ำมัน WTI ร่วงกว่า 9% ส่วนน้ ามันดิบเบรนท์ร่วงราว11% ทำให้นักลงทุน วิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อสูง และความเป็นไปได้ที่ FED และธนาคารกลางอื่น ๆ จะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น หรืออาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
-กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ รายงานว่าปริมาณน้ำมันดิบในคลังส ารองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ลดลงประมาณ 8 ล้านบาร์เรลเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า สู่ระดับ 357.1 ล้านบาร์เรล ณ วันที่ 29 พ.ค.ต่ าสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2567
-อิหร่านระงับการเจรจาทางอ้อมกับสหรัฐฯ เพื่อประท้วงการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนและกำลังวางแผนปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์และเปิดแนวรบอื่น ๆ เพิ่มเติม รวมทั้งบริเวณช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรืออื่น ๆ ที่สำคัญด้วย
- FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ าหนักประมาณ 54% ในการคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปีน
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้เคลื่อนไหว Sideway โดยถูกกดดันจากความกังวลเรื่องการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐที่ยังไม่ได้ข้อสรุป อย่างไรก็ตามในวันนี้คาดว่าจะมีการนำ เรื่องตั๋วร่วม 40 บาทและทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าครม.ช่วยเป็นปัจจัยหนุน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบดัชนีในวันนี้ 1,557-1,578 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER
- ราคายางพาราทรงตัวในระดับสูง : STA NER TRUBB TEGH
- สินค้าส่งออกเดือน เม.ย. ที่ยังเติบโต : DELTA HANA KCE AAI ITC
- คาดการณ์หุ้นเข้าคำนวณ SET50/SET100 รอบ 2H2026 SET50 เข้า BCP, MRDIYT, TFG, THAI ออก BTS, CBG,
CENTEL, SAWAD SET 100 เข้า MRDIYT, PSL, THAI, THCOM, WHAUP ออก JAS, JMART, MOSHI, SISB, SJWD