Market Wrap-Up
- SET วันที่ 27 พ.ค.69 ปิด +17.59 จุด อยู่ที่ 1,570.95 จุด มูลค่าการซื้อขาย 70,314 ลบ. สถาบันขาย 1,476 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 201 ลบ. รายย่อยขาย 1,323 ลบ. และต่างชาติซื้อ 2,597 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 3,395 ลบ.ซื้อ DELTA,KBANK,AOT,EA,KCE และขาย TRUE,ADVANC,KTB,SCC,BH มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,554 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น BAM,SCCC,CPALL โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 11,137 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 83,819 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,503 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนี DJIA +0.36%, S&P500 +0.02%, Nasdaq +0.07% นักลงทุนชะลอการซื้อหุ้นกลุ่ม AI หลังพุ่งแรงและสลับมายังกลุ่มเฮลธ์แคร์และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค P&G +3.2%, UnitedHealth +1.9% มีปัจจัยบวกจากรายงานผลประกอบการของ บจ.ที่แข็งแกร่ง นักลงทุนติดตามความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพที่ยังเปราะบาง ส่วนข้อมูลทางเศรษฐกิจติดตามการรายงานดัชนี PCE เดือนเม.ย.ในวันพฤหัสบดี เพื่อบ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายการเงินของเฟด
- ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 +0.03% ทรงตัวได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง โดยนักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางหากคลี่คลายจะเป็นตัวช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน หุ้นกลุ่มยานยนต์ +5% หนุนจากยอดจดทะเบียนรถยนต์ EV และกลุ่มเคมีภัณฑ์ +1.3% Dulux ปริฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการของ Nippon Paint และ Sherwin-Williams ส่วนดัชนี FTSE 100 +0.13% จากกลุ่มกลาโหม ขณะที่เงินเฟ้อชะลอตัวช่วยการลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BoE ส่งผลบวกต่อฟื้นตัวของตลาดหุ้น
- ตลาดหุ้นเอเชีย ดัชนี Shanghai Composite -1.25% ถูกขายทำกำไรจากกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่ขึ้นไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจยังคงได้แรงหนุนจากกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนเดือนเม.ย.+7%YoY, ดัชนี Hang Seng -1.06% จากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านยังอยู่ภาวะเปราะบาง, ดัชนี Nikkei +0.01% แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีชะลอตัว และดัชนี KOSPI +2.55% ได้แรงหนุนจากหุ้นบริษัทผลิตชิป AI โดย SK Hynix +9.31%, SK Square +8.04% Samsung Electronics +2.68%, Samsung Electro-Mechanics +3.69%
- SET +1.13% ปริมาณการซื้อขาย 03 หมื่น ลบ. สถาบันขาย 1,476 ลบ. รายย่อยขาย 1,323 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 201 ลบ. และต่างชาติซื้อ 2,597 ลบ. ดัชนีเคลื่อนไหวในโซนบวก มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากแรงซื้อในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มที่เกี่ยวข้องอย่าง สาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน และ Suppiler ชิ้นส่วนอื่นๆ ภาพรวมเป็นการปรับขึ้นตามตลาดโซนเอเชียเหนือ เป็นกลุ่มที่อยู่ในกระแส Megatrend AI/Data Center ที่ Supply ยังไม่เพียงพอต่อ Demand โดย DELTA +4.42% ส่งผลบวกต่อ SET ราว +14.64 จุด ส่วนกลุ่มโรงแรมและขนส่งนำโดย AOT มีเม็ดเงินเข้ามาเก็งกำไรหลังการรายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าไทยช่วง 18-24 พ.ค.69 ออกมา +11%WoW รวมถึง Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ยังดูผ่อนคลายในตะวันออกกลาง
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,580-1,590 แนวต้าน 1,550-1,560 แม้อาจผันผวนจากเช้านี้ยังมีข่าวสหรัฐฯโจมตีอิหร่าน แต่ทั้งสองฝ่ายยังเจรจากันอยู่ แนะนำทะยอยลงทุนในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากทิศทางราคาน้ำมันที่ลดลง กลุ่มรับเหมาฯ CK,STECON,PYLON กลุ่มขนส่ง/สายการบิน AOT,BA กลุ่มโรงไฟฟ้า GPSC,BGRIM กลุ่มท่องเที่ยว ERW VRANDA,CENTEL,AWC
- PYLON* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 4.00 บาท) บริษัทมีกำไร 1Q69 ที่ 77 ล้านบาท +7%QoQ +328%YoY สูงสุดในรอบ 24 ไตรมาส หนุนจากรายได้และกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น จากงานโครงการเอกชน 15 โครงการ / โครงการรัฐ 1 โครงการ สัดส่วนงาน D-Wall : Bored Pile / 47 : 53) แนวโน้ม 2Q69 กำไรมีทิศทางลดลงในช่วงรอยต่อของงานโปรเจคใหม่และ GPM ถูกกดดันจากต้นทุน ก่อนจะเร่งขึ้นใน 2H69 ตามอัตราการใช้เครื่องจักรที่สูงขึ้น เมื่อเริ่มโครงการ Central Embassy เฟส 2 โดยสิ้น 1Q69 มีมูลค่างานในมือ (Backlog) รวม 1,700 ล้านบาท รองรับรายได้ถึงสิ้นปี อย่างไรก็ตามในแง่ของต้นทุนบริษัทมีการทยอยบันทึกต้นทุนที่สูงขึ้นไปใน 1Q69 บ้าง และมีแนวโน้มปรับราคากับลูกค้าได้บางงานที่เซ็นสัญญาไปแล้ว ส่วนงานใหม่จะเจรจาปรับราคาลูกค้าขึ้น ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69 ที่ 264 ล้านบาท +25%YoY ได้รับผลบวกจากปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น ผู้เล่นในตลาดลดลง (GEL-Seafund ปิดตัว) ทำให้เลือกรับงานที่มีมาร์จิ้นสูงได้
- ERW* (ซื้อเก็งกำไร /ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 3.27 บาท) ธุรกิจโรงแรมมี Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงในตะวันออกกลาง ส่วนกำไรสุทธิ 1Q69 ของ ERW* อยู่ที่ 376 ลบ.(+9%YoY, +1% QoQ) มีแรงหนุนจาก RevPAR และ Rate ที่สูงขึ้น ขณะที่การดำเนินงานปกติ 2Q69 คาด YoY ดีต่อเนื่องแต่อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล ด้าน ERW* วางเป้ารายได้ +9% โดยแบ่งเป็นการเติบโตของกลุ่มโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงชั้นประหยัดที่ 7% และกลุ่มโรงแรมบัดเจ็ท (Hop Inn) ที่ 14% ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ70 กำไรสุทธิของ ERW* จะอยู่ที่ 901 ลบ.(+8%YoY) และ 986 ลบ.(+9%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ก.ค. -$5.21 อยู่ที่ $88.68 / บาร์เรล, Brent ก.ค. -$5.31 อยู่ที่ $94.29/บาร์เรล ลดลงจากความคาดหวังว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านจะได้ข้อตกลง
Gold Update (-)Comex Gold มิ.ย. -$53.90 ปิดที่ 4,448.40 ดอลลาร์/ออนซ์ ยังถูกกดันต่อจาก Dollar Index ที่แข็งค่า
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ซื้อหุ้นไทย +80 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนตลาดอินโด ฯ และฟิลิปปินส์ ปิดทำการเนื่องจากวันอีดิลอัฎฮา
(+) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 32.65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ 4.498 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +39 จุด อยู่ที่ 3,124
(+) BitCoin เช้านี้ +0.13% อยู่ที่ 74,410 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
25 พ.ค. กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ ชิ้นส่วน
ยานยนต์
สภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 1/69
29 พ.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
ต่างประเทศ
26 พ.ค. US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี ( พ.ค.)
28 พ.ค. US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index (เม.ย.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 1)
US ยอดขายบ้านใหม่ (เม.ย.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*
(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA
(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*
(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio May 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th