Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

25

 

 

ปลุกหุ้น LAGGARD, SMALL CAP กลับมามีชีวิต

HORIZON MARKET VIEW

• วานนี้ราคาน้ำมันดิบ BRENT กลับมาดีดตัวขึ้นราว 3.6% หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเกิด การปะทะกันทางทหารใกล้ช่องแคบ HORMUZ ในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ โจมตีจุด ยิงขีปนาวุธและเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิด ขณะที่ฝั่งอิหร่านยิงตอบโต้เครื่องบินและโด รน อ้างว่าทำลายโดรน MQ-9 ได้
• อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงไม่พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ผลกระทบต่อตลาดหุ้น ดูไม่ค่อยตอบสนองกับความตึงเครียดครั้งใหม่นี้ ด้วยแรงหนุนหลักๆ ของหุ้นกลุ่ม เทคโนโลยี เมื่อพิจารณากำไรกลุ่ม TECHNOLOGY + COMMU SERVICE มีสัดส่วน กำไรถึง 50% ของกำไร SPX INDEX ณ ไตรมาส 1Q26
• อีกทั้ง BLOOMBERG ประเมินโอกาสเกิด RECESSION อีก 1 ปีข้างหน้าของสหรัฐฯ ล่าสุดมีความน่าจะเป็นลดลงเหลือ 25% (เดิม 30%)

 

REGION RADAR

• XIAOMI (1810 HK) เผยผลประกอบการไตรมาส 1/26 มีรายได้ รวมอยู่ที่ 9.9 หมื่นล้านหยวน -11% YOY (สูงกว่าคาด 0.3%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.24 หยวน -44% YOY (สูงกว่าคาด 9%) โดยไตรมาสนี้ ได้รับแรงกดดันจากยอดขาย SMARTPHONE ที่อ่อนแอ
• XPENG เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ “XPENG GX” รถ SUV เรือธงรุ่น ล่าสุดของบริษัท ได้รับกระแสตอบรับช่วงเปิดตัวอย่างถล่มทลาย มี ยอดจองอยู่ที่ 2.4 หมื่นคันในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง ส่งผลให้เวลาการรอ รับรถนานถึง 6 เดือน แนะนำเก็งกำไร DR: XPENG03

 

THAI FOCUS

• แม้โอกาสเกิด RECESSION ไทยจะทรงตัวระดับต่ำที่ 10.0% แต่ ปัญหาโครงสร้างและระดับหนี้สูง (หนี้ครัวเรือน/หนี้สาธารณะ) กดดัน ให้หุ้นกลุ่มบริโภคในประเทศ (DOMESTIC PLAY) เช่น สื่อ, ท่องเที่ยว, การแพทย์ ปรับฐานลงแรง (-13% ถึง -16%) ในรอบ 3 เดือน
• เม็ดเงินไหลเข้ากลุ่มเติบโตโดยเฉพาะกลุ่ม ELEC (+23.58%) ซึ่งฝ่าย วิจัยมองว่าเป็นพระเอกพยุง SET และจะ OUTPERFORM ได้ต่อจาก 3 ปัจจัยหลัก 1.เกาะกระแส AI โลก 2.แนวโน้มกำไรเติบโตดีต่อ 2Q26 3. รายได้หลักมาจาก การส่งออก ซึ่งไทยยังทำได้ดี

 

SYNAPSE STRATEGY

• แม้ปีนี้หุ้นขนาดใหญ่กว่า 2 แสนล้านบาท เฉลี่ยขึ้นมา 20% ส่วนหุ้น ขนาดเล็กกว่า 1 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยขึ้นเพียง 3.4% แต่ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มเห็นเม็ดเงินกระจายมายังกลุ่มหุ้น LAGGARD อาทิ TRANS 2.8%%, FIN 2.8%%, TOURISM 2.4%, PROP 2.4%, HEALTH 0.1%และหุ้นขนาดเล็กให้กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น อาทิ FORTH, STPI, SKY, EASTW, ADVICE, EPG, III, TKN
• กลยุทธ์แนะนำหุ้นพื้นฐาน LAGGARD BDMS, CENTEL, ERW, BA, AOT, SPALI, SIRI, เก็งกำไรขนาดกลางเล็ก SJWD, M, TKN

 

HORIZON MARKET VIEW

แม้ดีลสหรัฐฯ จะเดินหน้า แต่การโจมตีไม่ยอมจบ
วานนี้ราคาน้ำมันดิบ BRENT กลับมาดีดตัวขึ้นราว 3.6% หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเกิดการปะทะกันทางทหารใกล้ ช่องแคบ HORMUZ ในช่วงคืนที่ผ่านมาโดยสหรัฐฯ โจมตีจุดยิงขีปนาวุธและเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิด ขณะที่ฝั่ง อิหร่านยิงตอบโต้เครื่องบินและโดรน อ้างว่าทำลายโดรน MQ-9 ได้

 

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงไม่พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ผลกระทบต่อตลาดหุ้นดูไม่ค่อยตอบสนองกับ ความตึงเครียดครั้งใหม่นี้ด้วยแรงหนุนหลักๆ ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เมื่อพิจารณากำไรกลุ่ม TECHNOLOGY + COMMU SERVICE มีสัดส่วนกำไรถึง 50% ของกำไร SPX INDEX ณ ไตรมาส 1Q26

 

อีกทั้ง BLOOMBERG ประเมินโอกาสเกิด RECESSION อีก 1 ปีข้างหน้าของสหรัฐฯ ล่าสุดมีความน่าจะเป็น ลดลงเหลือ 25% (เดิม 30%) ซึ่งต่างจากช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 ที่โอกาสเกิด RECESSION ทยอย ปรับขึ้นต่อเนื่อง

 

REGION RADAR

XIAOMI เผยงบไตรมาส 1 ออกมาสูงกว่าคาด
XIAOMI (1810 HK) เผยผลประกอบการไตรมาส 1/26 มีรายได้รวมอยู่ที่ 9.9 หมื่นล้านหยวน -11% YOY (สูง กว่าคาด 0.3%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.24 หยวน -44% YOY (สูงกว่าคาด 9%) โดยผลประกอบการไตรมาสนี้ได้รับ แรงกดดันจากยอดขาย SMARTPHONE ที่น้อยกว่าปีก่อน จากราคาชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวขึ้นแรง และธุรกิจ EV มียอดขายที่ชะลอตัวลงและพลิกกลับมาขาดทุนในไตรมาสนี้สำหรับ DR: XIAOMI80 แม้ผลประกอบการไตร มาส 1 จะออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด อย่างไรก็ตาม รายได้ในธุรกิจหลักยังอ่อนแอและธุรกิจ EV พลิกกลับมา ขาดทุน เราเลยมีมุมมองเป็นกลางต่อหุ้นในช่วงนี้

 

XPENG เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ยอดจองถล่มถลาย
XPENG เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ “XPENG GX” รถ SUV เรือธงรุ่นล่าสุดของบริษัท ได้รับกระแสตอบรับช่วงเปิด ตัวอย่างถล่มทลาย มียอดจองอยู่ที่ 2.4 หมื่นคันในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง ส่งผลให้เวลาการรอรับรถนานถึง 6 เดือน ราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 2.69 แสนหยวน มาพร้อมฟังก์ชั่นเด่นอย่าง ระบบเลี้ยวด้วยไฟฟ้า, กระจกส่วนตัว ปรับแสงอัจฉริยะ และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 110 KWH แนะนำเก็งกำไร DR: XPENG03 โดยคาดว่ารถยนต์รุ่น ใหม่อย่าง XPENG GX จะส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ของบริษัทกลับมาเติบโตได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากก่อน หน้าที่มียอดขายอ่อนแอในช่วงต้นปี

 

THAI FOCUS

เมื่อเศรษฐกิจในประเทศดูชะลอ แต่กลุ่ม ELEC พุ่งทะยานรับกระแส AI โลก
หากพิจารณาจากข้อมูลคาดการณ์โอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (RECESSION) ในอีก 1 ปีข้างหน้าของ BLOOMBERG ในช่วง1 เม.ย.69-ปัจจุบัน พบสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากสองยักษ์ใหญ่ของโลก

• สหรัฐฯ : โอกาสเกิด RECESSION ลดลงจาก 30.0% เหลือ 25.0%
• จีน: โอกาสเกิด RECESSION ลดลงจาก 15.0% เหลือ 12.5%

 

การปรับตัวลดลงของสองประเทศนี้ สะท้อนว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยีระดับโลกยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ประเทศไทย ตัวเลขโอกาสเกิด RECESSION ทรงตัวอยู่นิ่ง ๆ ที่ระดับ 10.0% ซึ่งแม้จะดูต่ำและปลอดภัยในเชิงมหภาค แต่ในภาคปฏิบัติเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับการปรับโครงสร้าง และแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะที่อยู่ระดับสูง

 

ดังนั้น จึงเห็นหุ้นกลุ่ม DOMESTIC PLAY หรือหุ้นที่พึ่งพากำลังซื้อและการบริโภคในประเทศปรับฐานแรงในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา อาทิ กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ (-16.49%) กลุ่มท่องเที่ยว (-15.63%) กลุ่มการแพทย์ (-13.56%) กลุ่ม เงินทุนและหลักทรัพย์ (-13.35%) เป็นต้น และนักลงทุนสลับเม็ดเงิน (SECTOR ROTATION) ไปกลุ่มที่มีแนวโน้ม การเติบโตชัดเจนตามสากล คือกลุ่ม ELECTRONICS (+23.58%) กลุ่มปิโตรเคมี (+17.93%) และกลุ่ม PACKING (+10.78%)

 

โดยกลยุทธ์ฝ่ายวิจัยฯยังมองว่าหุ้นกลุ่ม ELECTRONICS ยังเป็นกลุ่มพยุงหลักของ SET และน่าจะ OUTPERFORM ต่อได้จาก 1.เกาะกระแส AI โลก 2.งบกลุ่มนี้ยังเติบโตดีตั้งแต่ 1Q26 ต่อด้วย 2Q26 3.เน้นรายได้ จากการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งไทยยังทำได้ดี

 

SYNAPSE STRATEGY

ปลุกหุ้น LAGGARD และ SMALL CAP กลับมามีชีวิตชีวา
แม้ปีนี้SET INDEX จะขึ้นแรง 23.3%YTD แต่แรงผลักดันให้หลักๆ เกิดจากเม็ดเงินกระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดใหญ่ เป็นหลัก สะท้อนได้จากผลตอบแทนของหุ้นขนาดใหญ่ให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นขนาดเล็กทุกระดับชั้น โดยหุ้นกว่า 2 แสนล้านบาท เฉลี่ยขึ้นมา 20% มีหุ้นที่ชนะตลาด 7 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนราว 41.2%ต่างจากหุ้นขนาดเล็กกว่า 1 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยขึ้นเพียง 3.4% มีหุ้นที่ชนะตลาด 66 บริษัท คิดเป็นสัดส่วนเพียง13%

 

แต่ช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มเห็นเม็ดเงินกระจายมายังหุ้นขนาดเล็กเริ่มขยับขขึ้นมาได้ดี อาทิ SSET +2% เริ่ม ฟื้นมาได้แรงกว่าดัชนีอื่นๆ อย่าง SET50, SET100 โดยมีหุ้นที่ขึ้นได้แรงๆ คือ FORTH , STPI, SKY, EASTW, ADVICE, EPG, III, TKN

 

กลุ่มหุ้น LAGGARD อาทิ TRANS 2.8%%, FIN 2.8%%, TOURISM 2.4%, PROP 2.4%, HEALTH 0.1% และหุ้นขนาดเล็กให้กลับมามีชีวิชีวามากขึ้น อาทิ

 

กลยุทธ์แนะนำหุ้นพื้นฐาน LAGGARD BDMS, CENTEL, ERW, BA, AOT, SPALI, SIRI, เก็งกำไรขนาดกลาง เล็ก SJWD, M, TKN

 

ตลอด 1 สัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลงมา 11% และยังมีแนวโน้มย่อตัวลงต่อ ดังนี้

▪ ความคาดหวังการเจรจาสหรัฐฯ กับอิหร่านคืบหน้า โดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ขณะ เยือนอินเดียว่ามีข้อเสนอชัดเจนบนโต๊ะเจรจา โดยเฉพาะการเปิดช่องแคบฮอร์มุช หวังจะได้ยินข่าวดีเร็วๆ นี้
▪ ยิ่งสงครามยืดเยื้อ กดดันคะแนนความพอใจเรื่องค่าครองชีพสหรัฐฯ ต่อพรรครีพับลิกันลดลงมาเร็ว มากจาก 70% ใน 3 เดือนก่อน ปัจจุบันเหลือ 47%
▪ ทางเทคนิคราคาน้ำมันทำรูปแบบ DAIMOND TOP มีโอกาสย่อตัวลงต่อ โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ย่อ ตัวลงมาทำ LOWER HIGH เรื่อยๆ ทำจนมาทดสอบแนวรับที่ 90 เหรียญต่อบาร์เรล แต่หากหลุดมี โอกาสย่อตัวลงต่อได้อีก

 

กลยุทธ์ยังคงแนะนำหุ้นรับ SENTIMENT สงครามผ่อนคลาย อย่าง GULF, SCGP, SJWD, CENTEL, ERW, BDMS หุ้นรับมาตรการกระตุ้น CPAXT, BJC, SAWAD, MTC, CK


จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้