Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

59

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 18 พ.ค.69 ปิด -0.21 จุด อยู่ที่ 1,517.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 56,223 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,149 ลบ. สถาบันขาย 1,896 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 280 ลบ. และรายย่อยซื้อ 466 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 911 ลบ.ซื้อ KBANK,PTTEP,GULF,BBL,TOP และขาย TRUE,DELTA,SCC,KTB,ADVANC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,246 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,CNSTAR5023,AOT โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 3,849 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 68,370 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 166 ลบ.

Market View

  • DJIA +0.32%, S&P500 -0.07%, Nasdaq -0.51% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี -0.97%,อุต ฯ -0.42% หลัง US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นไปที่ 4.63% สูงสุดนับตั้งแต่ ก.พ. 68 จากความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อสูง กอปรกับ ปธน.ทรัมป์ขู่จะโจมตีอิหร่านหากไม่ยอมบรรลุข้อตกลงยุติพัฒนานิวเคลียร์ ซึ่งส่งผลให้ตลาดคาดมีโอกาส 36.7% ที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในสิ้นปีนี้ ขณะที่กลุ่มพลังงาน +1.8% ปรับขึ้นตาม WTI วานนี้ +3.0% อยู่ที่ $108.66/บาร์เรล สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูลตลาดอสังหาฯ สหรัฐ เม.ย., US PMI ภาคผลิต & บริการเบื้องต้น พ.ค., Fed Minutes เม.ย.,ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และวันพุธรายงานงบของ Nvidia
  • Stoxx600 ยุโรป +0.54% ได้แรงหนุนจากกลุ่มสื่อ +2.5% นำโดย Publicis +6% รับข่าวการเข้าซื้อกิจการของ LiveRamp มูลค่า $2 พัน ล. และกลุ่มการเงิน Deutsche Boerse +4.6% รับข่าวกองทุนเฮดจ์ฟันด์ TCI เข้าถือหุ้นของบริษัท โดยนักลงทุนยังกังวล ECB อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ หลัง German Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 3.16% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี จากความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อสูง สัปดาห์นี้ติดตาม PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซนเบื้องต้น พ.ค.     
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ -0.97% ถูกกดดันจาก Japan Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 2.8% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั่งแต่ พ.ค. 2540 จากความกังวลฐานะการคลังของญี่ปุ่นมีแนวโน้มแย่ลง เนื่องจากจะต้องทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ขณะที่ Kospi เกาหลีใต้ +0.31% ได้แรงหนุนจาก Samsung Electronics +3.88% หลังบริษัทได้เปิดเจรจากับสหภาพแรงงานของบริษัทเพื่อยุติการประท้วงหยุดงานเป็นเวลา 18 วัน ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 21 พ.ค. หลังทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นโบนัสของพนักงาน ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ทรงตัว -0.09% หลังตัวเลขยอดค้าปลีกจีน เม.ย. +0.2% ต่ำกว่าคาดที่ +2% และผลผลิตภาคอุต ฯ จีน เม.ย. +4.1% ต่ำกว่าคาด +6% บ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจเช้านี้รายงาน GDP ญี่ปุ่น Q1/69 +0.5% ดีกว่าคาด +0.4% QoQ ได้แรงหนุนจากการบริโภค +0.3% QoQ
  • SET -0.01% ปริมาณการซื้อขาย 6 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 280 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,149 ลบ. รายย่อยซื้อ 466 ลบ. และสถาบันขาย 1,896 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มประกัน +2.95% และธนาคาร +0.89% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก US Bond Yield 10 ปี ปรับสูงขึ้น ซึ่งส่งผลบวกต่อ NIM ของกลุ่มธนาคารและ Reinvestment Yield ของกลุ่มประกันมีแนวโน้มปรับดีขึ้น ส่วนกลุ่มพลังงาน +0.75% ได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI +3% หลัง ปธน.ทรัมป์ขู่จะโจมตีอิหร่านหากไม่ยอมบรรลุข้อตกลงหยุดพัฒนาด้านนิวเคลียร์ ขณะที่กลุ่มไฟแนนท์, รับเหมาก่อสร้าง, ขนส่ง ถูกแรงขายทำกำไรเนื่องจากเป็นกลุ่ม Sentitive ด้านลบหากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ส่วนข้อมูลด้านเศรษฐกิจวานนี้สภาพัฒน์เผย GDP ไทย Q1/69 +2.8% ดีกว่าคาด +2.4% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากการบริโภคภาคเอกชน +3.2% และภาครัฐ +3.4%, การลงทุน +9.9% สูงสุดในรอบ 44 ไตรมาสจาก ม. Thailand Fast Pass และการส่งออกสินค้า & บริการ +12.6% จากโมเมนตัมบวกดังกล่าวทางสภาพัฒน์จึงยังคงคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้ไว้ที่ 2.0% ซึ่งได้รวมผลกระทบของปัญหาตะวันออกกลางและ ม.กระตุ้นเศรษฐกิจจาก พรก.เงินกู้ไว้แล้ว ประเด็นวันนี้ติดตามผลการประชุม ครม.ว่าจะอนุมัติโครงไทยช่วยไทยพลัสหรือไม่ หลังวานนี้ ศาล รธน.มีมติรับคำร้องวินิจฉัย พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. โดยให้ส่งเอกสารภายใน 7 วัน

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,500 – 1,510 แนวต้าน 1,520 – 1,530 คาดดัชนีทรงตัวในกรอบ โดยได้แรงหนุนจาก GDP ไทย Q1/69 เติบโตดีกว่าคาด แต่ Upside ยังถูกจำกัดจากความกังวลต่อ US Bond Yield อยู่ในระดับสูง แนะนำทยอยซื้อ เช่น  AMATA,WHA,GULF,CK,STECON,KBANK,KTB,ADVANC,TRUE ได้ประโยชน์จาก ม.ส่งเสริมด้านการลงทุนในธุรกิจ New S Curve / เก็งกำไร BBL, BLA, TLI คาดได้ประโยชน์จากแนวโน้ม Bond Yield สูงขึ้น          
  • AMATA (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย .30 )บริษัทรายได้ในงวด 1Q69 รวมจำนวน 3,996 ล้านบาท +17.87 YoY เป็น กำไรสุทธิ จำนวน 1,424 ล้านบาท +52.25%YoY เป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 2,486 ล้านบาท (+29.96%) จากการโอนที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในชลบุรี ระยอง และเวียดนาม รวม 306.1 ไร่ โดยอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 57.39% จาก 54.86%  ปัจจุบันบริษัทมีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแล้วใน 4 ประเทศ โดยมีพื้นทีทั้งสิ้นประมาณ 94,206 ไร่  ทั้งยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)ร่วมกับ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จํากัด (มหาชน) เพื่อร่วมพัฒนาโครงการ “อมตะ ยูโรเปียน สมาร์ท ซิตี” ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี ชลบุรี จํานวนพื้นที่ 200 ไร่ เพื่อรองรับการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงหรืออุตสาหกรรมแห่งอนาคต  บริษัทมีเป้าหมายยอดขายที่ดินในปี2569อยู่ที่ 2,800 ไร่ โดยปีจจุบันมี backlog อยู่ที่ 2.11 หมื่นล้านบาท
  • ADVANC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 380.0บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 13,496 ลบ. (+28%YoY , -6%QoQ) การอ่อนตัว QoQ จากรายการพิเศษบวกใน 4Q68 ขณะที่ YoY สามารถโตได้ดีจาก รายได้ +3%YoY และมาร์จิ้นดีขึ้นหลังสิ้นสุดสัญญา 2100 MHZ กับ NT ส่วนการดำเนินงานในช่วง 2Q69 คาดว่ามีโอกาสอ่อนตัวต่อ QoQ ตามฤดูกาล แต่ยังเป็นบวกได้ต่อเนื่อง YoY ทั้งนี้ เรายังมอง ADVANC มีความน่าสนใจในการเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ(ไม่รวมปันผลพิเศษ) Dividend Payout Ratio ในโซน 80%/ Dividend Yield ในโซน 3-5% และ ภาพระยะยาว มีมุมมองบวกต่อธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Data Center, Cloud, Virtual Bank

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI มิ.ย. +$3.24 อยู่ที่ $108.66 / บาร์เรล, Brent ก.ค. +$2.84 อยู่ที่ $112.10/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์ขู่จะโจมตีอิหร่านหากไม่ยอมบรรลุข้อตกลงยุติสงครามของสหรัฐ ขณะที่ IEA เตือนปริมาณน้ำมันสำรองเชิงพาณิชย์ปรับลดลงอย่างรวดเร็ว

 

Gold Update (-)Comex Gold มิ.ย. -$3.90 ปิดที่ 4,558.00 ดอลลาร์/ออนซ์ ถูกกดดันจาก US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.59% สูงสุดในรอบ 1 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณลบกดดันราคาทองคำ

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +5.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +35.14 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -26.25 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -3.65 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี่ทรงตัวอยู่ที่ 32.56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.599 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -59 จุด อยู่ที่ 3,092

(-) BitCoin เช้านี้  -0.20% อยู่ที่ 76,953 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

18 พ.ค.     สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 1/69

19 พ.ค.     ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

20 พ.ค.     ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรร

                สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนี

ความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

 

ต่างประเทศ

20 พ.ค.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (เม.ย.)

US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

21 พ.ค.     US รายงานการประชุมของ FOMC 

US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

                US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( พ.ค.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( พ.ค.)

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*

 

(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*

 

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio May 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้