Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : CBG คงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 49 บาท

30


Company Note
Carabao Group

ประกาศกำไรหลัก 1Q26F ลดลง YoY และ QoQ , อนุมัติซื้อหุ้นคืนมูลค่า 2 พันล้านบาท

CBG ประกาศกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 611 ล้านบาท ลดลง -20% YoY แต่เพิ่มขึ้น +328% QoQ โดยหากตัดรายการพิเศษออก (4Q25 มีรายการพิเศษจากการตั้งด้อยค่าจำนวน 518 ล้านบาท จากการประเมินมูลค่าการลงทุนในบริษัท คาราบาว โฮลดิ้งส์ (ฮ่องกง) ส่งผลให้กำไรหลัก -20% YoY และ -8% QoQ โดยการลดลง YoY มาจากอัตราทำกำไรขั้นต้นที่ลดลงเป็นหลัก ยอดการส่งออกที่ลดลงจากกัมพูชาเป็นหลัก เนื่องจาก 1Q25 ยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ว่าคาดรายได้จากการรับจ้างส่งสินค้าประเภทเหล้า/เบียร์จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ energy drink เพิ่มขึ้นได้ YoY แต่ลดลง QoQ ตาม seasonal อัตรากำไรขั้นต้นลดลง เนื่องจากสัดส่วนรายได้ product mix โดยเฉพาะธุรกิจรับจ้างส่งสินค้าประเภทเหล้าที่เพิ่มขึ้นซึ่งมีอัตรามาร์จิ้นต่ำ และต้นทุนอลูมิเนียมกระป๋องที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆเช่น น้ำตาลจะลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น YoY จากการแยกต้นทุนส่วนเกินออก จากต้นทุนการผลิตปกติอันเกิดจากการชะลอตัวของคำ

สั่งซื้อจากประเทศกัมพูชาตามที่กล่าวข้างต้น บริษัทประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน วงเงินไม่เกิน 2 พันล้านบาท ไม่เกิน 50 ล้านหุ้น (5.0%) ผ่านตลาดหุ้น ช่วง 25 พ.ค.–24 พ.ย. 2026

คงประมาณการปี 2026–27F สะท้อนต้นทุนเพิ่มขึ้นจากสภาวะสงคราม กดดัน margin

กำไร 1Q26 คิดเป็น 24% ของกำไรทั้งปี เรายังคงประมาณการเดิม คาดกำไรสุทธิปี 2026F เพิ่มขึ้น 11% YoY โดยหากไม่รวมรายการพิเศษการตั้งด้อยค่าในบริษัท คาราบาว โฮลดิ้งส์ (ฮ่องกง) จำนวน 518 ล้านบาท เราคาดกำไรหลักจะลดลง 9% YoY จากคาดรายได้ส่งออกลดลง 28% YoY จากผลกระทบกัมพูชาเต็มปี แม้ว่าคาดยอดขายเมียนมาร์และเวียดนามเพิ่มขึ้น 10% และปีถัดไปคาดการส่งออกเพิ่มขึ้นได้ 10% YoY จากฐานใหม่ คาดกลุ่มเครื่องดื่มพลังงานในประเทศเติบโตปีละ 5% จากฐานสูงในปีที่ผ่านมา และคาดรายได้จากการส่งสินค้าประเภทเหล้า/เบียร์เพิ่มขึ้น 15% และปีถัดไป 10% จากการเพิ่มช่องทางจำหน่าย


คาดอัตราทำกำไรลดลงมาอยู่ที่ปีละ 24.5% จากปี 2025 อยู่ที่ 26.5% จากยอดขายส่งออกที่มีมาร์จิ้นสูงลดลง และธุรกิจรับจ้างส่งสินค้าประเภทเหล้าเบียร์ที่เพิ่มขึ้นซึ่งมีอัตรามาร์จิ้นต่ำ โดยต้นทุนวัตถุดิบและ packaging คิดเป็นสัดส่วนราว 21% ของต้นทุนรวม ขณะที่ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งอยู่ที่ 3% และ 2% ตามลำดับ จากการวิเคราะห์ sensitivity พบว่า ทุกการเปลี่ยนแปลงของ gross margin +/-1% จะส่งผลต่อกำไรสุทธิประมาณ +/-7.2% ภายใต้สมมติฐานใหม่ เราคาดค่าใช้จ่ายใกล้เคียงปีที่ผ่านมาจากการทำการตลาด

Valuation น่าสนใจคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 49.00 บาท

เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 49.00 บาท โดยใช้ PER ปี 2026F ที่ 19x (-1SD) ซึ่งสะท้อนการรวมผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสถานการณ์สงครามไว้แล้ว ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER 15.9x ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวและยังคงมีส่วนลดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่คาดว่า Dividend Yield ปี 2026F จะอยู่ที่ประมาณ 3.5% อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัสดุและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในภาพรวม

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้