Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

31


สรุปภาพตลาดวานนี้ SET ร่วงหลังขึ้นแรง สุดสัปดาห์ก่อน กดดันจาก DELTA และอิเล็กทรอนิกส์ เป็นหลัก แต่ก็ลากหุ้นใหญ่ลงไปด้วยทั้ง PTT CPALL IVL PTTGC ขณะที่หุ้นมีเม็ดเงินเข้าไปพักกลุ่มธนาคาร-ประกันชีวิต และหุ้นบวกแรงกลุ่ม JMART JMT หลัง SGC งบฯ ออกมาเห็นแนวโน้มการฟื้น


แนวโน้มตลาดวันนี้ Rotated in Commerce
หุ้นไทยบวกทะลุทุกแนวต้าน (หักล้าง Indicators เชิงลบทางเทคนิคไปเป็นที่เรียบร้อย)
ต่อเนื่องจากที่เมื่อวาน ตลท.มีข่าวดีมาบอก! การปรับเกณฑ์ต่างๆเพื่อความเป็นสากลมากขึ้น เริ่มจากการลดช่องว่างของราคา Tick size ของหุ้นราคา 5-50 บาทให้แคบลง เรามองว่าช่วยลดความเสี่ยงขาลงได้ (โรบอทเทรดจะลดแรงจูงใจในการเล่นสั้น ซื้อแล้วโยนซ้ายไม่เอาหุ้นกลับบ้าน เพราะ 1 ช่องเริ่มไม่พ้นค่าคอมฯ ส่งเสริมให้ นลท.ทั่วไปหันมาถือหุ้นนานขึ้น เมื่อความผันผวนลดลง)
ปิดช่องการตั้ง บิด-ออฟแฟอร์ หลอก และเทรดถี่ๆ โดยโรบอทฯจะโดนเก็บค่าคอมเพิ่มทันที ที่เทรดรัวๆ/ตั้งหลอก
เข้มงวด! ห้าม Short sell หุ้นที่สภาพคล่องต่ำ หุ้นร่วงแรงห้าม Shorted ซ้ำ (ช่วยลดความเสี่ยงที่พวกหุ้นเล็กวาง Margin ตกเป็นจุดอ่อนให้โรบอททุบหุ้น)
จากนี้ไปหุ้นล่างพร้อมหมุนขึ้นทันที และเราแนะนำ Rotated in เพิ่มหุ้นค้าปลีกที่อยู่ข้างล่าง วันนี้แนะนำเพิ่ม CPALL


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค ฃPrice Action: หลังจากดัชนีผ่านพ้นช่วงสะดุดในช่วงต้นเดือน ตอนนี้เริ่มฟื้นตัวไต่ระดับกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือบริเวณ 1,500 จุด ยกฐาน (Higher Low) ที่ชัดเจนขึ้น!
Moving Averages (EMA): เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น (EMA 10, EMA 25) ทำหน้าที่เป็นแนวรับไดนามิกที่แข็งแกร่ง (ไม่หลุด! ไม่ถอย!)
Wave Analysis: ดัชนีมุ่งหน้าสู่ “Impulse Wave 5” ซึ่งมักจะเป็นรอบที่เหวี่ยงขึ้นลงแรง!...
MACD: เส้น Signal line cross & อยู่เหนือเส้น 0 บ่งชี้น้ำหนักฝั่งกระทิง (Bullish)
โซนรับ: 1,500-1,510 (หากไม่หลุดโซนนี้ ภาพการยกฐานจะยังคงได้เปรียบ) / ต้าน 1,540 จุด (Previous high)
สรุป: SET Index กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญของการฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง "เน้นเลือกตัวเล่นที่กราฟนำตลาด รันเทรนด์ในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และใช้จังหวะตลาดย่อตัวเป็นโอกาสในการสะสมครับ"

 

What to watch
MSCI Review (ใช้ราคาปิด 29 พ.ค.) ไม่มีการปรับหุ้นใน MSCI Thailand (Standard Index) แต่ปรับใน MSCI Small cap index โดยเพิ่ม MRDIYT TFG และถอด TOA ทั้งนี้ ทั้ง MRDIYT และ TFG อยู่ในกลุ่มที่เราคาดว่ามีโอกาสเข้า SET50 ใหม่ด้วย (BCP MRDIYT TFG THAI และอาจมี ITC ที่ต้องพิจารณาเกณฑ์ Free Float)
ประเด็นร้อน ก่อนทรัมป์กลับจากจีน ได้ให้สัมภาณ์สร้างความกังวล สงครามช่องแคบไต้หวันระหว่างจีนกับพันธมิตรสหรัฐฯในภูมิภาคนี้ เราแนะควรเฝ้าระวัง/ติดตาม (เรื่องนี้ยังเป็นความเสี่ยงใหญ่ที่เหนือความคาดหมาย/เกินควบคุม) แต่จะยังไม่ Panic sell ตอนนี้ เพราะตลาดคงต้องรอดูแนวทางการดำเนินนโยบายการเมืองระหว่างประเทศของ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกันต่อจากนี้ กรณีผ่านเลือกตั้งกลางเทอมไปแล้วคะแนนเสียงเกิดเปลี่ยน ท่าที ปธน.ทรัมป์ และพรรคฯจะเป็นอย่างไร ขณะที่ จีน ซึ่งดำเนินแผนระยะยาวในการรวม ไต้หวัน มานาน เดาว่ายังดำเนินแผนตามเดิมส่วนการใช้กำลังน่าจะต้องเห็นสัญญาณฝางเส้นสุดท้าย
รายงาน GDP ไทยไตรมาสแรก คาดขยายตัว 2.2% y-y ลดลงจาก 2.5% y-y จากไตรมาสก่อนหน้า
แบงก์ชาติอินโดนีเซีย คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จาก 4.75% เป็น 5%


หุ้นแนะนำวันนี้
CPALL แนะนำหุ้น Rotated in กลุ่มที่ราคาอยู่ด้านล่าง ขณะที่ CPALL น่าจะมีความชัดเจนเรื่อง การจัดกลุ่มทำธุรกิจ Virtual bank หลังการประชุม ผถห.ปลายเดือนนี้ (หมด Overhang)
แนวรับ 45.5 ต้าน 49 Stop loss 43

 

 

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

Alpha Pulse
เจาะลึกงบไตรมาส 1 ส่องทิศทางลงทุนครึ่งหลัง
กำไรสุทธิ 1Q26 เติบโต +29% YoY และ +56% QoQ สูงกว่าคาดทั้งตลาดและเราคาดที่ 14.7% และ 16% ตามลำดับ โดยแรงหนุนหลักมาจากกลุ่มพลังงาน/ปิโตรฯ (GRM และ spread ฟื้น), กลุ่มสื่อสาร (ARPU เพิ่ม +ต้นทุนลด), กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (AI/data center) และโรงไฟฟ้า (GULF) หากตัดรายการพิเศษ กำไรหลักยังโต +44% YoY และ +45% QoQ สะท้อนภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจนกว่าที่คาด
ในรายกลุ่ม กลุ่มที่กำไรโต YoY ได้แก่ พลังงาน-ปิโตรฯ, โรงไฟฟ้า, สื่อสาร, อิเล็กทรอนิกส์ และค้าปลีก (margin ดีขึ้นแม้ SSS ยังอ่อน) ขณะที่กลุ่มที่อ่อนตัวคือ เกษตร/อาหาร (ราคาเนื้อสัตว์ลด) และโรงพยาบาล (ผู้ป่วยต่างชาติ-เงินสดชะลอ) โดยสัดส่วนหุ้นที่กำไรดีกว่าคาดสูงถึง 59% สะท้อนว่าตลาดตั้งความคาดหวังต่ำเกินไป และช่วยจำกัด downside ผ่านการปรับประมาณการกำไร SET ขึ้นราว +3% ในช่วงมี.ค.-พ.ค.
อย่างไรก็ตาม upside ของ SET ยังจำกัดที่ราว 1550 จุด จากแรงกดดันต้นทุนพลังงานที่เริ่มส่งผ่าน และจะเห็นชัดขึ้นใน 3Q26 ทำให้ตลาดเข้าสู่ลักษณะ “ขึ้นแบบกระจุก” และต้อง selective มากขึ้น โดยกลุ่มนำยังเป็น FDI/infrastructure play เช่น AMATA, GULF, ADVANC และหุ้นที่กำไร 2Q26 ยังโตต่อ เช่น COM7, ADVICE, CPN
Strategist views: กลยุทธ์เน้นเก็งกำไรในกลุ่ม laggard ที่ margin มีแนวโน้มฟื้น หนุนกำไร 2Q26 เช่น CPALL (mix สินค้ากำไรสูงเพิ่ม), CRC (บริหารสต็อกดีขึ้น SSS พลิกบวก), และ GLOBAL (private label ดี, ราคาขายเพิ่ม และต้นทุนต่ำ หนุน GM ขยาย)



รายงานผลประกอบการวันนี้

วันนี้ มีรายงานผลประกอบการออกมา 8 บริษัท แบ่งเป็น
กำไรหลักดีกว่าคาด (Beat) จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ CPN STECON
กำไรหลักตามคาด (In-line) จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ CBG SAWAD
กำไรหลักต่ำกว่าคาด (Missed) จำนวน 4 บริษัท ได้แก่ IVL CK SIS BCH

(+) CPN รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 4,971 ล้านบาท โดยกำไรหลักอยู่ที่ 4,969 พันล้านบาท (+17% YoY, +2% QoQ) ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 และดีกว่าเราคาด 6% และดีกว่าตลาด 7% จากรายได้อื่นสูงกว่าคาด แนวโน้ม 2Q26 คาดกำไรหลักยังเติบโต YoY แต่ลดลง QoQ ตามฤดูกาล หนุนจากรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์การค้าใหม่ (Central Park, Central Krabi และ Central Khon Kaen Campus) และ traffic ที่ยังเติบโต เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 70 บาท มองกำไรเติบโตต่อเนื่องจากการเปิดโครงการใหม่ และมี upside จากการโอน Dusit Residences


(+) STECON รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 351 ล้านบาท (ตามเราคาด, ต่ำกว่าตลาดคาด เพราะรายการพิเศษน้อยกว่าคาด) หักรายการพิเศษจากการโอนกลับรายการที่เคยตั้งสำรองสุทธิภาษี กำไรหลักจะอยู่ที่ 194 ล้านบาท ลดลง 43% YoY และ 41% QoQ มากกว่าที่เราและตลาดคาด 68% และ 17% ตามลำดับ เกิดจาก GM มากกว่าคาด แนวโน้ม 2Q26 คาดกำไรหลัก เพิ่มขึ้นทั้ง YoY, QoQ และเป็น New high รายไตรมาส หนุนจากปันผล GULF เข้า เราปรับกำไรสุทธิขึ้น 10% สะท้อนกำไรพิเศษ คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 16 บาท มองหากราคาย่อจากกำไรสุทธิต่ำกว่าตลาดคาด เป็นโอกาสเข้าสะสมเพิ่ม


(0) CBG รายงานกำไรสุทธิ/หลัก 1Q26 ที่ 611 ล้านบาท (คิดเป็นกำไรหลัก -20% YoY, -7% QoQ) เป็นไปตามคาดทั้งเราและตลาด โดยกำไร YoY ลดลงจากยอดขายส่งออกเครื่องดื่มชูกำลังที่อ่อนตัว และ margin ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง ขณะที่รายได้ในประเทศและธุรกิจกระจ่ายสินค้ายังเติบโต แนวโน้ม 2Q26 คาดกำไรลดลง YoY จากยอดขายส่งออกที่ยังอ่อนตัว แต่ฟื้น QoQ จากยอดขายในประเทศที่ดีขึ้น โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 49 บาท มองได้แรงหนุนจาก market share ในประเทศ, การฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ และการขยายธุรกิจจัดจำหน่าย ทั้งนี้ CBG ได้ประกาศซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 2 พันล้านบาท (5% ของทุนจดทะเบียนฯ) ช่วงวันที่ 25 พ.ค. – 24 พ.ย. 2026 ซึ่งจะเป็นตัวช่วยจำกัด Downside ราคาหุ้นในช่วงนี้


(0) SAWAD รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 1.3 พันล้านบาท เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด (+22% YoY, +1% QoQ) แรงหนุน YoY มาจาก NIM ขยายตัวและขาดทุนจากการขายรถยึดลดลง ด้านคุณภาพสินทรัพย์ในไตรมาสนี้ค่อนข้างทรงตัว QoQ เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 เติบโต YoY (ทรงตัว QoQ) หนุนจากสินเชื่อเติบโตและขาดทุนรถยึดลดลง YoY และยังประเมินกำไรปี 2026 ทำ new high (+6% YoY) ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมี valuation ถูก เรายังแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 36 บาท


(-) IVL รายงานขาดทุนสุทธิ 1Q26 ที่ 2,816 ล้านบาท (แย่ลง YoY แต่ดีขึ้น QoQ) หากหักรายการพิเศษ ขาดทุนหลักอยู่ที่ 2,662 ล้านบาท (แย่ลง YoY แต่ดีขึ้น QoQ) ต่ำกว่าคาด จากกำไรธุรกิจ ธุรกิจสารลดแรงตึงผิว (surfactants) อ่อนแอกว่าคาด และ SG&A สูงขึ้น YoY แนวโน้ม 2Q26 คาดผลประกอบการฟื้นทั้ง YoY และ QoQ หนุนโดย demand ตามฤดูกาลและ supply ตึงตัว โดยปรับลดประมาณการกำไรปี 2026 ลง 45% และปรับราคาเป้าหมายเป็น 27 บาท แต่คงคำแนะนำ “ซื้อ” มองการฟื้นตัวแบบมี upside จาก spread ปิโตรเคมีที่สูงขึ้น

(-) CK รายงานกำไรสุทธิ/หลัก 1Q26 ที่ 329 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหลักเพิ่มขึ้น 17% YoY (ดอกเบี้ยจ่ายลดลง) แต่ลดลง 26% QoQ (ตามฤดูกาล) ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด 10% และ 7% ตามลำดับ สาเหตุหลักเกิดจากส่วนแบ่งกำไรที่ต่ำกว่าคาด (โดยเฉพาะกำไรของ CKP ที่ต่ำกว่าตลาดคาด) และรายได้อื่นต่ำกว่าคาด (จากดอกเบี้ยรับ) แต่หากมองกำไรจากธุรกิจรับเหมาฯ ยังเป็นในทิศทางที่ประเมิน โดย highlight คือดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างมีนัยฯ สู่ปกติ แนวโน้ม 2Q26 คาดกำไรหลัก ลดลง YoY จากฐานสูง แต่เพิ่ม QoQ จากปันผล TTW เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 21 บาท มองข่าวประมูล PPP กลุ่มมอเตอร์เวย์ เป็นบวกต่อ BEM-CK


(-) SIS รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 258 ล้านบาท หากหักรายการพิเศษ กำไรหลักอยู่ที่ 188 ล้านบาท (+1% YoY, -28% QoQ) ต่ำกว่าเราคาด 6% และต่ำกว่าตลาด 14% จาก GM ต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะสินค้า IT security ที่ margin ลดลงแรง แนวโน้ม 2Q26 คาดกำไรหลักลดลง YoY จากฐาน rebate สูงในปีก่อน แต่ฟื้น QoQ จากกำไรสต็อกตามราคาขายที่ปรับขึ้น แต่ปรับคำแนะนำลงเป็น “ถือ” จาก upside จำกัด (~4%) และความกังวลต่อ GM แม้ยังมีโอกาสฟื้นใน 2H26 จาก cloud migration ไป AWS โดยในกลุ่มนี้ เราชอบ COM7 และ ADVICE มากกว่า


(-) BCH รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 268 ล้านบาท (-18% YoY, -10% QoQ) ต่ำกว่าเราคาด 6% จาก GM ต่ำกว่าคาด (แต่เป็นไปตามตลาดคาด) แรงกดดันมาจากผู้ป่วยต่างชาติ (fly-in) ที่ลดลง, รายได้จากกัมพูชาหายไป และค่าเสื่อมที่เพิ่มขึ้น โดยรายได้รวมเพียงทรงตัว YoY แนวโน้ม 2Q26 คาดกำไรลดลง YoY และทรงตัว QoQ จากผู้ป่วยเงินสดชะลอการรักษาและ demand ต่างชาติยังอ่อน เราคงคำแนะนำ “ขาย” แม้ราคาหุ้นลงไปต่ำกว่าเป้าหมาย 10.50 บาทแล้ว แต่มองยังไม่มี catalyst ระยะสั้น จึงยังไม่ใช่จังหวะกลับเข้าซื้อ

 

 


สรุปประเด็นจาก Quick take

BCP
บางจาก คอร์ปอเรชั่น
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดมีแนวโน้มดีต่อเนื่องใน 2Q26 คาดอัตราการใช้กำลังการกลั่น +20% YoY เป็น 280KBD, คาด GRM ทรงตัวอยู่ที่ระดับ +US$10/บาร์เรล, และคาดปริมาณขายของธุรกิจการตลาด +3% YoY เป็น 3,500 ล้านลิตร
View from fundamental : แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2026 ที่ดีน่าจะหนุนให้สถานะทางการเงินแข็งแกร่งและทำให้บริษัทสามารถจ่ายปันผลได้สูง (คาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงราว 6%) น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้ต่อไป เราจึงคงคำแนะนำ ถือ

CRC
เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ผู้บริหารคงเป้าหมายปี 26 EBITDA โต 5-7% ดีกว่ายอดขายโต 4-5% โมเมนตั้ม GM จะยังเห็นโต YoY ต่อไป เช่น บริหารสต็อคเกิดของเสียน้อยหรือบริหารการให้ส่วนลด เป็นต้น โดย 2QTD GM ก็ยังขึ้นได้ YoY แต่อาจไม่ถึง 50bps
View from fundamental : เราชอบกลยุทธ์การปรับตัวของ CRC ที่พยายามเพิ่มอัตราทำกำไรเพื่อสร้างการเติบโตแทนการพึ่งยอดขายอย่างเดียว คาดโมเมนตั้มยอดขายที่กลับมาโต, GM ดีขึ้นและดอกเบี้ยจ่ายลง จะหนุนทิศทางกำไร 2Q26 โตต่อ YoY แนะนำ BUY

BANPU
บ้านปู
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ธุรกิจถ่านหิน: แนวโน้มปริมาณขายและราคาถ่านหินสูงขึ้น จาก switching demand จากราคาน้ำมันที่สูง ราคาถ่านหินที่สูงขึ้นน่าจะมีน้ำหนักมากกว่าต้นทุนดีเซลที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นอัตรากำไรน่าจะขยายตัว
ธุรกิจก๊าซ: แนวโน้มอุปสงค์เติบโตต่อเนื่องตามการใช้ไฟฟ้าในสหรัฐฯและการเติบโตของ data center ซึ่งจะหนุนให้ราคาก๊าซ Henry Hub สูงขึ้น รวมทั้งจะได้อานิสงค์จากราคา LNG ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นด้วย
ธุรกิจไฟฟ้า: แนวโน้มเติบโตจากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการขยายกำลังการผลิต
View from fundamental : BANPU จะได้รับประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญจากสงครามอิหร่าน–สหรัฐฯ เนื่องจากธุรกิจหลัก (ถ่านหินและก๊าซ) ได้รับแรงหนุนจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น เราจึงคงคำแนะนำ ซื้อ (ราคาเป้าหมาย 7.10 บาท)

SPRC
สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ค่าการกลั่นมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องใน 2Q26แต่มีแนวโน้มอ่อนตัวลงหากสถานการณ์สงครามคลี่คลาย อัตราการใช้กำลังการกลั่นจะเพิ่มขึ้นสูงระดับปกติใน 2Q26และสามารถผลิตน้ำมันเครื่องบินได้มากขึ้น (yield เพิ่มขึ้นเป็น 14% จาก 10% ในปี 2025) ภายหลังการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ใน 1Q26 แล้วเสร็จ
View from fundamental : แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2026 ที่ดีน่าจะหนุนให้สถานะทางการเงินแข็งแกร่งและทำให้บริษัทสามารถจ่ายปันผลได้สูง (คาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงราว 7%) น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นได้ต่อไป เราจึงคงคำแนะนำ ถือ

PLANB
แพลน บี มีเดีย
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
Utilization rate เดือนเมษายน ยังยืนได้ดีที่ 70% เทียบ 2Q25 ที่ 73% Media cap ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย บริษัทยังคงเป้ารายได้เติบโต 6-7% โดยคาด 2Q26 จะเร่งตัวขึ้นได้แม้มีปัจจัยเศรษฐกิจกดดัน
View from fundamental : ภาพรวมเรายังประเมินกำไร 2Q26 เติบโตได้ YoY และ QoQ อาจจะยังไม่เร่งตัวมากจากปัจจัยภายนอกที่กดดัน แต่ภาพรวมยังแข็งแกร่งกว่ากลุ่มสื่อโดยรวม

AAV
เอเชีย เอวิเอชั่น
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
บริษัทปรับค่าโดยสารขึ้นราว 20% YoY ใน 2Q26 เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้นบริษัทปรับลด capacity ลง 12% YoY ใน 2Q26 เพื่อให้สอดคล้องกับอุปสงค์การเดินทางและเพื่อรักษาความ สามารถในการทำกำไร
View from fundamental : แม้ว่าแนวโน้มระยะสั้นของ AAV จะดูไม่สดใส แต่เรามองว่าราคาหุ้นปัจจุบัน ได้สะท้อนถึงช่วงโลว์ซีซั่นแล้ว เรามองว่าเป็นโอกาสสะสมหุ้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” (ราคาเป้าหมาย 1.50 บาท)

 

PR9
โรงพยาบาลพระรามเก้า
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
รายได้ต่างชาติยังคงเติบโตดี ทั้งกลุ่มตะวันออกกลางและ CLMV โดยตั้งแต่หลังช่วงรอมฎอนโมเมนตัมกลุ่มตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการ์ตายังคงมาเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
View from fundamental : เราคาด 2Q26 เติบโต ทั้ง YoY และ QoQ นำโดยผู้ป่วยชาวต่างชาติ ด้วย Valuation ที่น่าสนใจเทรดเพียง 14 เท่า โดยเรามองกำไรปีนี้ยังคงเติบโตได้ที่ 6% YoY คงคำแนะนำซื้อ

PTTGC
พีทีที โกลบอล เคมิคอล
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
แนวโน้มส่วนต่างราคาปิโตรเคมีทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในปี 2026 หนุนโดยภาวะอุปทานตึงตัว เนื่องจากการลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตจำนวนมาก (ขาดแคลนวัตถุดิบ) รวมทั้งโรงงานขนาดใหญ่หลายแห่งได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตี ณ ปัจจุบัน กำลังการผลิตราว 20% ของกำลังการผลิตทั่วโลกถูกกระทบจากสงคราม
View from fundamental : คาดการณ์การฟื้นตัวของผลการดำเนินงานหลักในปี 2026 น่าจะหนุนราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นต่อไป นอกจากนี้ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ปรับเพิ่มขึ้นจากสงครามยังสร้างอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2026 ของเรา จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” (ราคาเป้าหมาย 36 บาท)

 

CPF
เจริญโภคภัณฑ์อาหาร
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ผู้บริหารมองราคาหมูไทยอ่อนตัวลงจาก 70 บาท มาอยู่ที่ 60-65 บาท จากความกังวลจากโรคระบาดที่อาจเกิดในไทย ทำให้เกษตรกรขายหมูเป็น ออกมาก่อน บริษัทคาดว่าจากการลดปริมาณหมูตอนนี้ จะสะท้อนในราคาหมูที่สูงขึ้นใน 3Q26
View from fundamental : CPF ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบน้อยที่สุดในกลุ่ม จากความผันผวนของผลการดำเนินงานระยะสั้นจากธุรกิจในจีน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง หากผลการดำเนินงานเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น

 


ERW
ดิ เอราวัณ กรุ๊ป
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
แม้ภาคท่องเที่ยวเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัว ผู้บริหารยังมองว่าโมเมนตัม 2Q26 แข็งแรง โดยเฉพาะตลาดเอเชีย ซึ่งช่วยชดเชยการอ่อนตัวของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรป คาดรายได้ 2Q26 เติบโตราว 6% YoY ผู้บริหารเชื่อว่าการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน ยังเป็นแรงผลักสำคัญ
View from fundamental : เรามองว่าการเติบโตใน 2Q26 อาจไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่เมื่อเทียบกับหุ้นท่องเที่ยวตัวอื่น บริษัทยังคงเห็นการเติบโต YoY ซึ่งถือว่าดีกว่าในเชิงเปรียบเทียบ

AOT
ท่าอากาศยานไทย
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ยอดจองสล๊อตการบินฤดูร้อนและฤดูหนาว ได้รับผลกระทบจากสงครามและราคาน้ำมันที่สูง ทำให้ตัวเลขการจองต่ำกว่า YoY บริษัทปรับแผนลงทุนทั้งหมดตามสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในช่วงการขออนุมัติจากครม. จึงยังไม่อยู่ในช่วงที่ใช้ CAPEX 8 พันลบ.ในปีนี้และ หนึ่งหมื่นล้านบาท ในปีหน้า
View from fundamental : เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” AOT ราคาเป้าหมาย 56 บาท โดยมองว่าการขึ้น PSC สำหรับผู้โดยสารต่างประเทศตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2026 จะหนุนกำไรตั้งแต่ 4Q26 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม มุมมองระยะสั้นใน 3Q26 ยังมี upside จำกัด จากสายการบินที่ลด capacity ท่ามกลางความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่สูงขึ้น

 

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้