วันพุธที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวขึ้นสูงสุดราว 37 จุด โดยได้แรงซื้อหนุนจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และไอซีที โดยเฉพาะ DELTA หนุนดัชนีราว 30 จุด หลังประกาศ MSCI ไม่มีการปรับหุ้นกลุ่มใหญ่ อีกทั้งได้แรงหนุนเพิ่มเติมจาก Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้ามา ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,517.26 จุด +33.70 จุด +2.27% มูลค่าการซื้อขาย 67,660.51 ลบ. Program Trading +2,191.46 ลบ.ต่างชาติ+3,307.63 ลบ. TFEX +31,454 สัญญา ตราสารหนี้-4,124.57 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.14% ปิดที่101.02 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากความกังวลว่า FED อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และปธน.สี จิ้นผิงผู้นำจีน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในวันที่ 14-15 พ.ค.นี้
+ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีนครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปีทั่วโลกจับตาการหารือกับ ปธน.สี จิ้นผิง ผู้น้าจีน ว่าจะมีความคืบหน้าเรื่องสงครามอิหร่านและประเด็นไต้หวันหรือไม่ ซึ่งอาจมีประเด็นทางเศรษฐกิจต่าง ๆตั้งแต่ข้อจำกัดทางการค้าไปจนถึงปัญหาการผลิตล้นเกินของภาคอุตสาหกรรมในจีน
+ กลุ่มโอเปกเปิดเผยรายงานภาวะตลาดน้ำมันประจ้าเดือนพ.ค. โดยคาดว่าอุปสงค์น้ำมันโลกจะมีการขยายตัว 1.2 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนเม.ย.ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.4 ล้านบาร์เรล/วัน
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 67.36 จุด หรือ -0.14% แต่ดัชนี S&P500 และNasdaq ดีดตัวปิดบวก โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งช่วยบรรเทาปัจจัยลบจากข้อมูลเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดและความเป็นไปได้ที่ FED จะเดินหน้าใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน
- สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้น 6.0%YoY ในเดือนเม.ย.ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.6%YoY
- ธปท.เปิดเผยในงาน “Monetary Policy Forum ครั้งที่ 1/2569”ว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีถ้าไม่มีสงครามตะวันออกกลางคาดGDP 2.3% แต่จากผลกระทบของสงครามทำให้ กนง.ปรับลด GDP ปี 69เหลือ 1.5% และประเมินว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 4-5% ในปีนี้
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยนักลงทุนยังจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในวันที่ 14-15 อย่างใกล้ชิด ขณะที่ยังมีความเสี่ยงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 10 เดือนหลังสหรัฐเปิดเผยดัชนี PPI พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี มองกรอบดัชนีวันนี้ 1,510-1,525 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- หุ้นเด่น IAA : ADVANC AMATA BDMS GULF KTB TRUE
- ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER
- ราคายางพาราทรงตัวในระดับสูง : STA NER TRUBB TEGH
-MSCI Rebalance (29 พ.ค. 69) : MSCI Thailand เข้า – ออก - MSCI Global Small Cap เข้า MRDIYT TFG
ออก TOA