Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

39

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 12 พ.ค.69 ปิด -73 จุด อยู่ที่ 1,483.56 จุด มูลค่าการซื้อขาย 55,549 ลบ.ลบ. สถาบันขาย 3,600 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 135 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,753 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,982 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 1,803 ลบ.ซื้อ PTT,ADVANC,TRUE,GULF,GUNKUL และขาย DELTA,TOP,CPF,SCC,KBANK มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,884 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,TU,AMATA โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 2,894 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 17,240 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,630 ลบ.

Market View

  • DJIA +0.11%, S&P500 -0.16%, Nasdaq -0.71% จากแรงขายกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย -06%, เทคโนโลยี -1% ขณะที่กลุ่มเฮลธ์แคร์ +1.93%, สินค้าอุปโภค +1.56% หลังรายงาน US CPI เม.ย. +3.8% & มี.ค. +3.3% & สูงกว่าคาด +3.7% YoY สาเหตุมาจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ส่งผลให้ตลาดคาดมีโอกาส 30.5% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ใน ธ.ค.นี้ ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่ม Growth ขณะที่วานนี้วุฒิสภาสหรัฐมีมติ 51 – 45 ให้เควิน วอร์ซ เป็นสมาชิกคณะกรรมการเฟด และค่ำวันนี้จะมีมติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ปธ.เฟดแทนเจอโรม พาวเวล ที่จะหมดวาระในวันที่ 15 พ.ค. ส่วนวันนี้ติดตาม US PPI เม.ย.
  • Stoxx600 ยุโรป -01% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี -3.1%, กลาโหม -1.8% หลังข้อมูล CPI เยอรมัน เม.ย. ปรับขึ้นที่ 2.9% & มี.ค. 2.7% YoY และ ZEW รายงานภาวะเศรษฐกิจเยอรมัน พ.ค.ชะลอตัวอยู่ที่ -77.8 & เม.ย. -73.7 ขณะที่หุ้นธนาคารอังกฤษ เช่น Barclay -3% , Lloyds -4% หลังนายก ฯ อังกฤษถูกกดดันให้ลาออกหลังแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนยังกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อสูง ส่งผลให้ ECB อาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 – 3 ครั้งในปีนี้ ค่ำวันนี้ติดตาม CPI ฝรั่งเศส เม.ย.
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ นิเกอิ +52% ได้แรงหนุนจากกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภค, ผลิตภัณฑ์น้ำมัน & ถ่านหิน และหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ & AI ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่ Kospi เกาหลีใต้ -2.29% ถูกแรงขายทำกำไรกลุ่มเทคโนโลยี เช่น Samsung Electronics ที่สหภาพแรงงานเตรียมจะนัดหยุดงานในวันที่ 21 พ.ค. จากความขัดแย้งเรื่องเงินเดือน & โบนัส ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.25% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ หลังสหรัฐ – อิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม โดยนักลงทุนรอผลการประชุมระหว่าง ปธน.ทรัมป์ กับ ปธน.สี จิ้นผิง ณ กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14 – 15 พ.ค. ซึ่งคาดจะมีการหารือในประเด็นข้อตกลงการค้า, แร่หายาก, ความขัดแย้งในอิหร่าน และประเด็นไต้หวัน
  • SET วานนี้ -38% ปริมาณการซื้อขาย 5.5 หมื่น ลบ. สถาบันขาย 3,600 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 135 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,753 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,982 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก -1.7%, วัสดุก่อสร้าง -0.9%, อาหาร -0.87% และไฟแนนท์ -0.62% จากความกังวลต่อสถานการณ์สหรัฐ – อิหร่านที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้ราคาพลังงาน & เงินเฟ้อทั่วโลกปรับสูงขึ้น และอาจเป็นสาเหตุให้ธนาคารกลางหลัก ๆ เช่น FED, ECB, BOJ อาจจะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่ม Growth ส่วนปัจจัยในประเทศนั้น นายก ฯ เผย พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ.มีผลบังคับใช้แล้ว หลังประกาศในราชกิจจา ฯ วันที่ 12 พ.ค. และเตรียมนำโครงไทยช่วยไทย พลัส เข้า ครม.วันที่ 19 พ.ค. โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนโครงคนละครึ่งพลัสในวันที่ 25 พ.ค. และเริ่มเบิกจ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ซึ่งเป็นผลบวกระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก, ไฟแนนท์ ส่วนการรายงานกำไร บจ.Q1/69 ที่ส่งงบแล้วนั้นมีกำไรดีกว่าคาด +12% จากกำไรของกลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี, ไอซีที และค้าปลีกที่มีกำไรดีกว่าคาด ส่วนผลของ MSCI Rebalance พ.ค. นัน ไม่มีหุ้นไทยเข้า – ออกจาก MSCI Global Standard Index ขณะที่ Small Cap Index นั้น  MRDIYT, TFG ถูกนำเข้าคำนวณดัชนี และถอด TOA ซึ่งจะมีผลในช่วงปิดตลาดวันที่ 29 พ.ค

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,470 – 1,480  แนวต้าน 1,500  คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวรอการรายงายกำไร  บจ. Q1/69 และผลการประชุมสหรัฐ – จีน ต่อประเด็นข้อตกลงการค้า & ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อ GULF, GPSC คาดแนวโน้มขายไฟฟ้าใน Q2/69 ยังเติบโตดี / เก็งกำไรระยะสั้นหุ้นที่รายงานกำไร Q1/69 ออกมาดีกว่าคาด เช่น MINT, INSET, BA      
  • PTTEP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 00 บาท)ราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น-กลาง มีปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียด แนวโน้มกำไร 2Q69 ปรับตัวขึ้น QoQ ไม่น่าจะต่ำกว่าระดับ 2 หมื่นล้านบาท คาดราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ในระดับสูงราว US$90-110/bbl ปริมาณขาย +1%QoQ ราคาขายก๊าซฯ ขยับขึ้นเป็น US$6/MMBTU ตามรอบการปรับราคาในเดือน เม.ย.ด้าน Unit Cost ขยับมาที่ US$30/BOE สนับสนุนด้วยฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่มั่นคง คาดหวังอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงราว 6-7% ต่อปี
  • PYLON* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 01 บาท) กำไรสุทธิ1Q69 อยู่ที่ 77 ลบ.+324%YoY +8%QoQ กำไรทำจุดสูงสุดในรอบ 24 ไตรมาส หนุนด้วยรายได้ที่โตจากการแข่งขันที่ลดลง และรายได้จากงานกำแพงกันดิน Diaphragm Wall ที่มี Margin สูง ส่วนการดำเนินงานในช่วงถัดไป ยังมีโอกาสอยู่ในเกณฑ์ดีได้ต่อเนื่อง โดย Backlog ณ สิ้น 1Q69 แข็งแกร่งที่ 1,700 ลบ. สูงกว่า Pre-Covid 19 และ สูงกว่ารายได้ทั้งปี68 ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรปี69 และ 70 ของ PYLON* ที่ 264ลบ.+25%YoY  และ 256ลบ.-3%YoY ตามลำดับ ในเชิง Valuation ยังน่าสนใจจาก Forward 69F PE ที่ 9x, และ Dividend Yield ที่ 8%

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI มิ.ย. +$4.11 อยู่ที่ $102.18 / บาร์เรล, Brent ก.ค. +$3.56 อยู่ที่ $107.77/บาร์เรล หลังสหรัฐ – อิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ส่งผลให้ความเสี่ยงในตะวันออกกลางยังอยู่ในระดับสูง โดยนักลงทุนรอดูผลการเยือนจีนของ ปธน.ทรัมป์ต่อปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

 

Gold Update (-)Comex Gold มิ.ย. -$42.00 ปิดที่ 4,686.70 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังรายงาน US CPI เม.ย. ปรับขึ้นอยู่ที่ 3.8% & มี.ค. 3.3% และสูงกว่าคาด 3.7% YoY ส่งผลให้เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยใน ธ.ค. ซึ่งเป็นผลลบต่อสัญญาทองคำ

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -0.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +54.01 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโดฯ -53.21 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -1.75 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 32.36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.463 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +62 จุด อยู่ที่ 3,063

(-) BitCoin เช้านี้  -0.23% อยู่ที่ 81,000 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

18 พ.ค.     สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 1/69

สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ ชิ้นส่วน

ยานยนต์

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

 

ต่างประเทศ

11 พ.ค.     US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales)  (เม.ย.)

12 พ.ค.     US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (เม.ย.)

13 พ.ค.     US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (เม.ย.)

US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

14 พ.ค.     US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

                US ดัชนียอดขายปลีก (เม.ย.)

 

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*

 

(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*

 

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio May 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, COM7*

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

               

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้