Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews: BAFS โค้งแรกติดปีกกำไรโต 6% เดินกลยุทธ์ขยายธุรกิจเชิงรุก / PIS Q1/69 รายได้พุ่ง 17% ตุนกำไร 78 ลบ.

445

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(12 พฤษภาคม 2569)---------BAFS GROUP แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บาท รายได้รวม 967.0 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 2% สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ และการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก

    ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้อุปสงค์การเดินทางระหว่างประเทศโดยเฉพาะจากภูมิภาคเอเชียที่ยังคงแข็งแกร่ง จะเริ่มได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก อาทิ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัจจัยต้นทุนพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อการปรับลดเที่ยวบินในบางเส้นทางของสายการบิน แต่ปริมาณการให้บริการน้ำมันในภาพรวมยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะเส้นทางภายในประเทศ ซึ่งขยายตัว 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลับมาอยู่ในระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว ขณะที่เส้นทางยุโรปยังคงเติบโตได้ดีที่ 8% เส้นทางภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดหลัก ยังคงขยายตัว 3% ขณะที่เส้นทางตะวันออกกลาง แม้จะได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังคงสามารถเติบโตได้ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

    อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานโลก ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินยังคงฟื้นตัวไม่เต็มที่ แต่ BAFS GROUP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและโครงสร้างของกลุ่มธุรกิจ มุ่งบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลในไตรมาสนี้ BAFS GROUP มีรายได้รวม 967 ล้านบาท มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 14% และมี EBITDA จำนวน 532.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

    สำหรับการเติบโตของ BAFS GROUP มีปัจจัยมาจากการดำเนินกลยุทธ์ขยายธุรกิจเชิงรุกอย่างต่อเนื่องของทุกกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

    กลุ่มธุรกิจ Aviation แม้จะมีปัจจัยกดดันจากภายนอกและการฟื้นตัวที่ยังไม่ทั่วถึงในทุกภูมิภาค แต่ปริมาณการให้บริการโดยรวมยังคงเติบโต โดยมีปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานในไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,486 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 92% ของระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 และ 27% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ที่ 5,560 ล้านลิตร

    กลุ่มธุรกิจ Utilities รายได้รวมจำนวน 102.9 ล้านบาท ลดลง 12% จากการลดลงของรายได้จากการจัดเก็บน้ำมันและรายได้ค่าบริการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดิน ทั้งนี้ การลดลงของปริมาณการขนส่งมีสาเหตุหลักจากภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดที่ตึงตัวในช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคม 2569 ทำให้ปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ท่อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

    กลุ่มธุรกิจ Power รายได้รวม จำนวน 74 ล้านบาท จากการขายพลังงานไฟฟ้า และขณะเดียวกันมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิปรับลดลง 4%

    ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 ของ BAFS GROUP ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโลกที่ยังคงผันผวน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางธุรกิจของบริษัท ความสามารถในการบริหารองค์กร การบริหารความเสี่ยง การจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยล่าสุดได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ที่ระดับ BBB(tha) พร้อมแนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) นับเป็นการตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งด้านการเงินของ BAFS และบทบาทสำคัญในฐานะผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานครบวงจรและผู้นำด้านธุรกิจบริการพลังงานของประเทศ


BAFS เผย Q1/69 กำไรสุทธิ 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% 
จากQ1/68 ปริมาณเติมน้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้น
 


 บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BAFS เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกของปี 2569 มีรายได้รวม 967.0 ล้านบาท ลดลงเพียงเล็กน้อยจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องากกลุ่มธุรกิจ Utilities มีรายได้ลดลงจากการ ลดลงของรายได้จาการจัดเก็บน้ำมันและรายได้ค่าบริการขนส่งน้ำมันภาคพื้นดิน ตามปริมาณน้ำมันรวมทุกผลิตภัณฑ์ ของโครงการ NBPT ที่ลดลง สุทธิกับรายได้ของกลุ่มธุรกิจ Aviation ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณเติมน้ำมันอากาศยาน และกลุ่มธุรกิจ Power ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้ำพลังงานแสงอาทิตย์

EBITDA ใน 1Q/69 มีจำนวน 532.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยหลัก เพิ่มขึ้นจากกลุ่มธุรกิจ Aviation จากภาพรวมกำรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณเติมน้ำมันอากาศยาน ประกอบกับ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยภำพรวมของค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อม ราคาและค่าตัดจำหน่าย) ลดลง 2% จากต้นทุนขายของรถเติมน้ำมันอากาศยานที่ลดลงตามรายได้จากการขาย และค่า ซ่อมแซมและบำรุงรักษาเป็นหลัก สำหรับต้นทุนทางการเงินสุทธิลดลง 10% จากการทยอยจ่ายชำระคืนเงินกู้แก่ สถาบันการเงินและจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้ใน 1Q/69 มีกำไรสุทธิใน ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เทียบ 1Q/68 โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บำท และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 14%

 

 

ด้าน บมจ.โปร อินไซด์ (PIS) ผลงานไม่มีแผ่ว! ไตรมาส 1/69 กวาดรายได้ 734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% กำไรสุทธิ 78 ล้านบาท อานิสงส์รับรู้รายได้จากงานโครงการภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ฟากซีอีโอ "เบญญาภา เฉลิมวัฒน์"ระบุแนวโน้มผลงานไตรมาส 2/69 โตแกร่ง พร้อมเดินหน้าเข้าประมูลโครงการใหม่ กอด Backlogแน่น 4,358 ล้านบาท คาดปีนี้ทะลุ 5 พันล้านบาท หนุนผลงานเข้าเป้า 10-15% ทำสถิติสูงสุดใหม่

นางสาวเบญญาภา เฉลิมวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) (PIS) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 628 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 72 ล้านบาท

สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง มาจากการทยอยรับรู้รายได้จากงานโครงการขนาดใหญ่จากทางภาครัฐและวิสาหกิจที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน รวมถึงการส่งมอบงานบางส่วนตามแผนที่กำหนดไว้ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันบริษัทฯ มีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) 4,358 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังเตรียมเข้าร่วมประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริม Backlog และรองรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะพุ่งแตะ 5,000 ล้านบาท ผลักดันรายได้เติบโต 10-15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ตามแผนงานที่วางไว้ จากการผลักดันของรัฐบาลและนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลขององค์กร ทั้งในภาครัฐและวิสาหกิจ

"แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากนโยบายจากภาครัฐ โดยเฉพาะงานด้านการรับวางระบบแบบครบวงจร (System Integration) และกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคต และสามารถเพิ่มโอกาสในการรับงานใหม่ในอนาคต ซึ่งช่วงที่เหลือของปีนี้ อยู่ระหว่างยื่นประมูลงานใหม่หลายโครงการ และรอผลการประมูล" นางสาวเบญญาภา กล่าว

ล่าสุด PIS เข้าลงทุนใน บริษัท สยาม ดีพ เทค จำกัด (SDT) โดยดำเนินธุรกิจด้านระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) โดยเฉพาะ เพื่อต่อยอดธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการแก่ลูกค้าในระยะยาว ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้ของบริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้าง New S-Curve ให้กับธุรกิจ



PIS เผยQ1/69 กำไรสุทธิ 78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% 
เทียบกับปีก่อน จากรายได้ที่เติบโต -บริหารต้นทุนเยี่ยม
 

บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน)PIS รายงานงบการเงินรวมไตรมาส1/ 2569 กำไรสุทธิ 78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน กำไรสุทธิ 72 ล้านบาท


ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 734 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 106 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท หรือร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการที่บริษัทได้รับ ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ส่งผลให้บริษัทสามารถประมูลงานและรับรู้รายได้จาก โครงการใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐในระหว่างปี 2569 ที่สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถ ในการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของบริษัท


จากรายได้ที่เติบโต ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 39 ล้านบาท หรือร้อยละ 100 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

สำหรับกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 0.14 บาทต่อหุ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 100 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่ง สอดคล้องกับการเติบโตของกำไรสุทธิ ในขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน กำไรต่อหุ้นยังคงทรงตัวอยู่ในระดับเดียวกันที่ 0.14 บาท ต่อหุ้น

 

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีมูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบและรายได้ที่รอรับรู้ในอนาคต (Backlog) รวมจำนวนทั้งสิ้น 4,358 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของฐานรายได้ที่จะทยอยรับรู้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ตลอดจนตอกย้ำความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่บริษัทได้รับ จากหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรทางธุรกิจในการส่งมอบโซลูชันด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รายได้ที่รอรับรู้ในอนาคตจำนวน ดังกล่าว สามารถจำแนกตามประเภทได้ดังนี้


- รายได้จากการจำหน่ายและวางระบบแบบเบ็ดเสร็จ (System Integration) จำนวน 2,506 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 58
- รายได้จากการให้บริการ (Service) จำนวน 1,852 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 42

 

---จบ---

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้