วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน โดยระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกเป็นหลัก หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าสหรัฐและอิหร่านใกล้จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยงโดยแรงซื้อหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่มไอซีที และพลังงาน อย่างไรก็ตามมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปิโตรฯ และธนาคาร เป็นปัจจัยกดดัน ทำให้ช่วงบ่ายดัชนีพลิกตัวลงมาอยู่ในแดนลบ ส่งผลให้ดัชนี SET Indexปิดตลาดที่ 1,507.53 จุด -9.38 จุด -0.62% มูลค่าการซื้อขาย 81,704 ลบ. Program Trading -3,351.2 ลบ.ต่างชาติ-2,703.5 ลบ. TFEX -40,614 สัญญา ตราสารหนี้+7,391.9 ลบ.
ปัจจัยบวก
+สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุความเข้าใจร่วมกันในเบื้องต้น โดยสหรัฐฯจะผ่อนปรนการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน แลกกับอิหร่านต้องทยอยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
+ ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ มีคำตัดสินว่า มาตรการภาษีศุลกากรใหม่ทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้ภาษีนำเข้า 10% ที่เรียกเก็บกับสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ เป็นโมฆะ
+ ธปท.ปรับประมาณการ GDP ใหม่ หลังจากรัฐบาลออกพ.ร.ก. กู้เงิน400,000 ล้านบาท โดยประเมิน GDP ปี 69 ขยายตัวเพิ่ม 0.6% เป็น 2.1%จากคาดเดิม 1.5% และปี 70 คาด GDP ขยายตัว 1.6% ลดจาก 2% เนื่องจากฐานที่สูงในปีนี้
+ ตลท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดหุ้นไทยไม่ได้ตกใจจากภาวะสงครามเท่ากับช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเห็นได้จากดัชนีหุ้นขณะนี้กลับขึ้นมาที่ระดับ1,527 จุด ซึ่งเหลือประมาณ 10 จุดเท่านั้น ที่ดัชนีฟื้นกลับมาเท่ากับช่วงเกิดสงคราม ขณะที่ภาวะตลาดเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีฟื้นตัวต่อเนื่องขึ้นมา3.15% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 18.58% จากต้นปี ซึ่งสูงสุดเป็นอันดับที่ 4 รองจากไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 313.62 จุด หรือ -0.63% ขณะที่ดัชนี S&P500และ Nasdaq ปิดลดลงเช่นกัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิป ซึ่งรวมถึงหุ้น Intel
- เช้านี้ราคาน้ ามันดิบ WTI และน้ ามันดิบเบรนท์พลิกเป็นพุ่งขึ้นหลังจากสหรัฐฯและอิหร่านเปิดฉากยิงตอบโต้กันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งท าให้ตลาดกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิงจะพังทลายและท าให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์แคบฮอร์มุซตกอยู่ในภาวะชะงักงัน ทั้งนี้ เมื่อคืนสัญญาน้ ามันดิบ WTI ปิดลดลง 27 เซนต์หรือ 0.28% ปิดที่ 94.81 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียและคูเวตได้ยกเลิกค าสั่งห้ามสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพและน่านฟ้า ซึ่งจะเปิดทางให้สหรัฐฯ กลับมาใช้ปฏิบัติการคุ้มกันเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้งอย่างเร็วที่สุดภายในสัปดาห์นี้
- ข้อมูลการเจรจายุติสงครามมีความสับสนและไม่ตรงกัน สำนักข่าว IRNAของอิหร่านรายงานโดยอ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่าอิหร่านยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับข้อเสนอของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม และยังไม่ได้ส่งคำตอบใด ๆ ให้แก่สหรัฐฯ ซึ่งสวนทางกับที่สำนักข่าว Al Arabiya รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากปากีสถานระบุว่า อิหร่านอาจส่งคำตอบเกี่ยวกับข้อเสนอ9 ข้อของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเงื่อนไขเพื่อยุติสงคราม ผ่านทางปากีสถานภายในวันพฤหัสบดีที่ 7 พ.ค.
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยนักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน มองกรอบดัชนีวันนี้1,500 -1,515 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก กกพ. ปรับขึ้นค่า Ft : GULF BGRIM GPSC RATCH EGCO
- หุ้นเด่น IAA : ADVANC AMATA BDMS GULF KTB TRUE
- ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER
- ราคายางพาราทรงตัวในระดับสูง : STA NER TRUBB TEGH