AT THE OPEN (#ATO)
SET พัก...ดูท่าทีสหรัฐฯ-อิร่าน
หุ้นเด่น เลือก TIDLOR ITC
Market Strategy
SET Index คาดพักตามกรอบ 1490-1515 จุด กดดันจากสหรัฐฯ-อิหร่านที่มีการโจมตีระหว่างกัน ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท กลยุทธ์วันนี้เลือกหุ้นที่กำไรดีกว่าคาดและราคา Laggard อย่าง TIDLOR และยังชอบ ITC ที่แนวโน้มกำไรเติบโตและมีโอกาสเข้าคำนวณใน SET50/SET100 รอบ 2H69
สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาอยู่โหมดระมัดระวังหลังรายงานอิหร่านกับสหรัฐฯมีการตอบโต้ระหว่างกันในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หนุนต่อราคาน้ำมันดิบ Brent ฟื้นกลับมายืน 102 เหรียญฯ (หลังวานนี้ลงทำจุดต่ำสุด 96 เหรียญฯ) ตลาดหุ้นภูมิภาคเปิดปรับลง ซึ่งจะเป็นลบต่อ SET Index ในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามการเจรจาทั้ง 2 ฝ่ายยังมีอยู่ สถานะปัจจุบันสหรัฐฯรอคำตอบอิหร่านต่อการเปิดฮอร์มุซ จึงให้น้ำหนักระดับความขัดแย้งน่าจะผ่านจุดตึงเครียดที่สุดไปแล้ว
ปัจจัยในประเทศมีรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยรูปแบบโครงการจ่ายเงิน 1000 บาท 4 เดือน แบ่งจ่ายเป็น 2 เฟส เฟสแรกคาดเริ่มลงทะเบียน 25 พ.ค. จ่ายเดือนละ 1000 บาท ระหว่าง มิ.ย.-ก.ค. เฟส 2 กำหนดการลงทะเบียนต้องติดตาม แต่ยังจ่ายเดือนละ 1000 บาท ระหว่าง ส.ค.–ก.ย. สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการเบื้องต้นคาด 43.2 ล้านคน แบ่งเป็น 30 ล้านคนสำหรับการจ่ายแบบ 60%/40% และ 13.2 ล้านคนสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการของรัฐฯ แต่อย่างไรก็ตามระยะสั้นมีความเสี่ยงล่าช้าจากฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ (เกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วนในการออก พ.ร.ก.) ทั้งนี้ศาลฯ ต้องวินิจฉัยให้เสร็จภายใน 60 วันหลังจากรับคำร้อง ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อความต่อเนื่องของการขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งนี้หากเทียบคำตัดสินของศาลฯต่อ พ.ร.ก. กู้เงินในอดีต (วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์สมัยคุณอภิสิทธิ์) คำตัดสินออกมาเป็นบวกต่อฝั่งรัฐบาล จึงมองหากมีการอ่อนตัวของราคาหุ้นจากประเด็นนี้จะเป็นจังหวะตั้งรับ โดยเฉพาะหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่าง GULF และ BCPG
Market Summary
SET Index ปิดลบหลังขึ้นไปทดสอบและไม่ผ่านแนวต้าน 1530 จุด ปัจจุบันมาปิดที่ 1507.5 จุด (-0.6%) กลุ่มที่กดดันคือ กลุ่มอิเล็คฯ -2.4% จาก DELTA กลุ่มปิโตรฯ (-4.7%) นำโดย IVL (-6.4%) และน้ำมันอย่าง PTTEP (-2%) และ DELTA -2.5% หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย สวนทางหุ้นกลุ่มที่กระทบสงครามก่อนหน้าเริ่มฟื้นตัว อย่างไฟแนนซ์ (+0.66%) ค้าปลีก (+0.29%) กลุ่มท่องเที่ยว (+0.7%) และกลุ่ม ICT (+1.06%) หลัง ADVANC กำไรดีกว่าคาด และเก็งกำไรงบ TRUE ต่างชาติขายสุทธิกว่า 2.7 พันล้านบาท และสถาบันในประเทศขายสุทธิ 268 ล้านบาท
DAILY Stock Pick
TIDLOR
หุ้น laggard ที่งบไตรมาส 1 เด่น
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 25.00 บาท
TIDLOR ให้ผลตอบแทน -17.1% เทียบกับ SETFIN -13.5% นับตั้งแต่เกิดสงคราม ขณะที่ Valuation น่าสนใจ PE’69เพียง 8.5 เท่า พร้อมเงินปันผลถึง 6.4%
1Q69 รายงานกำไรทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1.6 พันลบ. (+35%YoY, +57%QoQ) หนุนจาก Credit cost ที่ลดลงเป็นหลัก ตามตัวเลข NPL ลดลง 8bps อยู่ที่ 1.49%
Technical View
แนวรับ : 16.50 บาท
แนวต้าน : 17.50 บาท
จุดตัดขาดทุน : 15.90 บาท
WEEKLY Stock Pick
ITC
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 18.60 บาท
บริษัทมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อยอดขายใน 2Q69 จากเดิมลดลง QoQ เป็นใกล้เคียงกับ 1Q69 สะท้อนอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง หนุนกำไร 2Q69 เติบโต YoY
เราคาดว่า ITC จะถูกนำไปคำนวณในดัชนี SET50 ในรอบ 2H69 จากสถิติย้อนหลัง 5 ปี ก่อนเข้าคำนวณดัชนี 1 เดือน หุ้นที่ถูกคำนวณเข้าดัชนี SET50 Index ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยถึง 4.7%
Technical View
แนวรับ : 16.40 บาท
แนวต้าน : 18.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 16.00 บาท
KEY FACTOR
คืนนี้ตลาดจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ของสหรัฐฯเดือน เม.ย. ซึ่งถือเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่สุดของสัปดาห์ เพราะจะเป็นตัวชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งตลาดคาดหวังที่จะเห็นสัญญาณการชะลอตัวแบบไม่รุนแรง โดย Consensus คาดเพิ่มขึ้น +65,000 ตำแหน่ง ชะลอลงแรงจากเดือนก่อนที่ +178,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานคาดลดลงเล็กน้อยสู่ ระดับ 4.2% จาก 4.3% ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวน่าจะช่วยลดความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น และในขณะเดียวกันน่าจะสนับสนุนมุมมองเชิงระมัดระวังของ Fed มากกว่าการเร่งลดดอกเบี้ย เนื่องจากแรงงานยังไม่อ่อนพอให้ต้องรีบผ่อนคลาย แต่ก็ไม่ได้ร้อนแรงจนบีบให้กลับมา hawkish มากขึ้น
EYES ON
ในสัปดาห์ สถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง, รายงานงบฯ 1Q69
8 พ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯม การจ้างงานนอกภาคเกษตร สหรัฐฯ เดือน เม.ย., อัตราว่างงาน สหรัฐฯ เดือน เม.ย.
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ
โทร. 02 658 5000