Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews: PTTGC เซ็น MoU กับ SCGC ร่วมทุนธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย

732

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (29 เมษายน 2569 )---PTTGC และ SCGC ลงนาม MoU ศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทย มุ่งสร้างความมั่นคงของซัพพลายเชนปิโตรเคมี สนับสนุนอุตสาหกรรมต่อเนื่องของไทย  คาดการศึกษาโครงการร่วมทุนจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/69
    
 
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ประกาศการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ (พอลิเอทิลีนและพอลิโพรพิลีน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของซัพพลายเชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร



นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า “วัตถุประสงค์ของการศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ คือ การสร้างธุรกิจปิโตรเคมีที่มีศักยภาพในระดับแนวหน้าของภูมิภาค ต่อยอดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยที่มีโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการ การผนึกความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน  พร้อมทั้งสร้างความแข็งแกร่งผ่านการบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตลอดจนสามารถพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงได้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรมปลายทางสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง แข่งขันได้ในระดับสากล และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย”


ทั้งนี้   เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (Non-binding Memorandum of Understanding) (หรื อ “MoU”) กับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จํากัด (มหาชน) (“SCGC”) (รวมเรียกว่า “บริษัททั้ง สอง”) เพื่อร่วมศึกษาความเป็นไปได้ทางกลยุทธ์ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ (พอลิเอทิลีน: Polyethylene และพอลิโพรพิลีน: Polypropylene) ในประเทศไทย (หรือ “โครงการร่วมทุน”) 

ขอบเขตของโครงการร่วมทุนจะครอบคลุมธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ของบริษัทฯ ใน ประเทศไทย และธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ของ SCGC ในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิตโอ เลฟินส์ โรงงานผลิตพอลิเอทิลีน (PE) และโรงงานผลิตพอลิโพรพิลีน (PP) ตลอดจนบริษัทร่วมทุนที่เกี่ยวข้อง ของ SCGC ในธุรกิจดังกล่าว           


โครงการร่วมทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้นําในธุรกิจปิโตรเคมีในภูมิภาค ที่มีความสามารถใน การแข่งขันระดับโลกด้วยปัจจัยสนับสนุนจากระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการในประเทศ ซึ่คาดว่าจะ ช่วยส่งเสริมความเป็นเลิศในด้านการดําเนินงาน โดยอาศัยขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นและการเพิ่มประสิทธิภาพด้าน การบริหารจัดการวัตถุดิบ และเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจปลายน้ำที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและมีความ หลากหลายขึ้น อันจะส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น 



ทั้งนี้ MoU ดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้นที้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยการทําธุรกรรม ใดๆ ยังคงขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบสภาพกิจการ การเจรจารายละเอียดเพิ่มเติม การเข้าทําสัญญาที่เกี่ยวข้อง และการได้รับอนุมัติของบริษัททั้งสองและจากหน่วยงานกํากับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการ แข่งขันทางการค้า (หากต้องขออนุญาต) 

บริษัทฯ คาดว่าการศึกษาโครงการร่วมทุนจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยในระหว่างนี้ บริษัททั้งสองจะดําเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายแข่งขันทางการค้า 


หากมีความคืบหน้าที่มีนัยสําคัญเพิ่มเติม บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทย ตามหลักเกณฑ์และข้อกําหนดที่เกี่ยวข้องต่อไป   



ด้านนายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGC กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศไทย พร้อมทั้งเพิ่มความยืดหยุ่น และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลก อีกทั้งยังช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการส่งออกในภูมิภาค สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมปลายน้ำ โดยมีผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงที่หลากหลาย และตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พร้อมทั้งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไทย” 

สำหรับบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้นและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เป็นขั้นตอนเริ่มต้นของกระบวนการศึกษา โดยผลการศึกษาการร่วมทุนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับผลของการตรวจสอบสภาพกิจการ (due diligence) และการได้รับอนุมัติของบริษัททั้งสองและจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (หากต้องขออนุญาต) คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยระหว่างนี้ ทั้งสองบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างเป็นอิสระต่อกัน



---จบ---

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้