Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : BTG แนะนำ "ซื้อ" ปรับราคาเป้าหมายขึ้นสู่ 27.50 บาท

101

 

Company Note
BETAGRO
ราคาปศุสัตว์เริ่มฟื้นตัว ต้นทุนอยู่ในกรอบ และ Valuation น่าดึงดูด

BTG เข้าสู่จุดเปลี่ยนของวัฏจักรราคาปศุสัตว์อย่างชัดเจน โดยราคาสุกรซึ่งแตะจุดต่ำสุดในเดือน ก.พ.26 ที่ประมาณ 52 บาท/กก. ได้ปรับตัวขึ้นแรงมาอยู่ที่ราว 67.5 บาท/กก. หรือเพิ่มขึ้น 30% จากปัจจัยซัพพลายตึงตัวหลังมาตรการภาครัฐฯ มีมาตรการช่วยควบคุมปริมาณสุกร ผลกระทบโรคระบาด และสภาวะอากาศที่ร้อนส่งผลน้ำหนักสุกรที่ลดลง ขณะที่ราคาไก่ยืนแข็งแกร่งจากดีมานด์การส่งออกที่เพิ่มขึ้น และราคาไข่ทยอยปรับขึ้นตามฤดูกาล ในด้านต้นทุน บริษัทสามารถล็อคราคาวัตถุดิบหลักล่วงหน้าออกไปถึง 6 เดือน ครอบคลุมไปถึง 3Q26F ทำให้ต้นทุนอยู่ต่ำกว่า Spot Price ในปัจจุบัน

ด้านความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งระหว่างประเทศมีผลกระทบต่อ BTG อยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากโครงสร้างธุรกิจแบบ Vertically Integrated ลดความผันผวนของต้นทุนนำเข้า ขณะที่ความตึงเครียดในยุโรปกลับเป็นปัจจัยหนุนคำสั่งซื้อส่งออกไก่แปรรูปให้เต็มยาวถึง 3Q26 เป็นโอกาสด้านรายได้สำหรับ BTG นอกจากนี้ การได้รับการรับรองส่งออกเนื้อหมูไปมาเลเซียคาดสร้างรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจ Pet Food ที่เติบโตต่อเนื่องช่วยกระจายพอร์ตและยกระดับคุณภาพกำไรโดยรวม ประกอบกับ Valuation ที่ยังเทรดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มและ Dividend Yield ที่น่าดึงดูดราว 5.8%

คาดการณ์ผลประกอบการ 1Q26F กำไรทรงตัวจาก 4Q25

เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26F อยู่ที 1,055 ล้านบาท (-44%YoY, +3% QoQ) โดยยอดขายคาดชะลอลงเล็กน้อยประมาณ 5% QoQ มาอยู่ที่ 28,440 ล้านบาท จากปริมาณขายที่ลดลงตามฤดูกาล ด้านอัตรากำไรขั้นต้นคาดทรงตัวที่ประมาณ 15% ใกล้เคียง 4Q25 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ล็อคไว้ในระดับต่ำยังคงเป็นปัจจัยหนุน แม้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์จะปรับขึ้น 30-50% แต่มีสัดส่วนเพียงราว 4-5% ของต้นทุนขาย จึงมีผลกระทบจำกัด ด้าน SG&A ต่อยอดขายคาดทรงตัวที่ราว 10.9% ขณะที่มีรายการพิเศษบวกเล็กน้อยจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนราว 50 ล้านบาท โดยรวม 1Q26F ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัว ก่อนที่ Momentum จะเพิ่มขึ้นชัดเจนในไตรมาสถัดไป


ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์: ผลกระทบจำกัด บริษัทบริหารรับมือได้เชิงรุก

แม้ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความขัดแย้งระหว่างประเทศจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ตลาดให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่จากการวิเคราะห์ผลกระทบต่อ BTG โดยตรงพบว่าอยู่ในระดับจำกัดและสามารถบริหารจัดการได้ ในด้านต้นทุน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้เส้นทางเดินเรือต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) กระทบค่าระวางเรือขาเข้าของวัตถุดิบนำเข้า โดยเฉพาะกากถั่วเหลือง อย่างไรก็ดี บริษัทได้รับมือเชิงรุกด้วยการขยายระยะเวลาล็อคราคาวัตถุดิบจากเดิม 3 เดือนเป็น 6 เดือน ครอบคลุมถึง 3Q26 ในระดับราคาที่ต่ำกว่า Spot Price ปัจจุบัน รวมถึงปรับสูตรอาหารสัตว์โดยเพิ่มสัดส่วนข้าวสาลีทดแทนข้าวโพดตามความคุ้มค่าเชิงราคา ในด้านรายได้ ภาวะสงครามและความไม่แน่นอนในยุโรปกลับเป็นปัจจัยหนุนความต้องการนำเข้าโปรตีนจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเนื้อไก่แปรรูปและไก่ปรุงสุกจากไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากออเดอร์ส่งออกของ BTG ที่เต็มยาวถึง 3Q26 และบางส่วนต่อเนื่องถึง 4Q26 ขณะที่บริษัทสามารถคัดเลือกลูกค้าที่ให้ Margin สูงได้มากขึ้นในช่วงที่ Demand แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ผลกระทบสุทธิจากสงครามและราคาน้ำมันที่ผันผวนต่อกำไรสุทธิยังไม่มีนัยสำคัญ บริษัทมีต้นทุนค่าขนส่งในประเทศคิดเป็น 2% ของรายได้ และต้นทุนแพคเกจจิ้งคิดเป็น 4-5% ของต้นทุน ซึ่งคาดว่าจะส่งผ่านต้นทุนให้กับลูกค้าได้

แนวโน้ม 2Q26F และปี 2026F: Momentum ชัดขึ้นในครึ่งปีหลัง หนุนฐานกำไรที่มั่นคง

เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26F จะดีขึ้นต่อเนื่องจาก 1Q26F หนุนโดยราคาสุกรเฉลี่ยที่ปรับขึ้นมาอยู่เหนือ 67.5 บาท/กก. รวมถึงราคาไก่ที่ยืนแข็งจากซัพพลายตึงตัว และการรับรู้รายได้ส่งออกเนื้อหมูมาเลเซียที่จะเริ่มเห็นได้ชัดขึ้น สำหรับภาพรวมปี 2026F เราคาดกำไรสุทธิที่ 5,918 ล้านบาท ลดลงราว 11% YoY จาก 6,685 ล้านบาทในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่ได้ประโยชน์จากราคาสุกรพุ่งสูงผิดปกติและต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำพร้อมกัน ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการ Normalization ของวัฏจักรมากกว่าการอ่อนแอของพื้นฐาน โดยยอดขายทั้งปีคาดเพิ่มขึ้นราว 2% YoY สู่ 124,468 ล้านบาท หนุนจากธุรกิจ International & Export และ Pet Food ที่เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ EBITDA Margin คาดทรงตัวที่ราว 10.6% และ Net Margin ที่ 4.8% บริษัทยังมี Upside หากต้นทุนข้าวโพดจากนโยบายนำเข้าสหรัฐมีความชัดเจน และราคาปศุสัตว์ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด

Valuation และคำแนะนำ: ปรับราคาเป้าหมายขึ้นสู่ 27.50 บาท สะท้อน Re-rating ที่ค้างอยู่

เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นสู่ 27.50 บาท จากเดิมที่ 22.30 บาท โดยเปลี่ยนวิธีการประเมินมูลค่าจาก PER -1SD ที่ 7.3x มาอิง PER Average ที่ 9.0x บน EPS ปี 2026F ที่ 3.06 บาท เพื่อสะท้อนการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ การฟื้นตัวของราคาปศุสัตว์ที่ชัดเจน ออเดอร์ส่งออกที่แน่นหนาถึง 2H26 และการเปิดตลาดใหม่ในมาเลเซีย ซึ่งทำให้ความเสี่ยง Downside ต่อฐานกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบัน BTG เทรดที่ PER 2026F เพียง 7.6x ซึ่งยังมี Discount จาก Average อยู่ราว 16% โดยไม่ได้สะท้อนวัฏจักรฟื้นตัวที่กำลังเกิดขึ้น นอกจากนี้ Dividend Yield ที่คาดราว 5.8% สำหรับปี 2026F ยังช่วยเพิ่มศักยภาพผลตอบแทนรวม คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมี Upside จากราคาปัจจุบันราว 18.5% ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ราคาปศุสัตว์ที่อ่อนกว่าคาด โรคระบาดในปศุสัตว์ และความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

แดนบวก By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นหุ้นใหญ่ หุ้นโรงไฟฟ้า อย่าง GULF GPSC ปรับตัวขึ้น SCC บวก ทำให้ดัชนีตลาดเช้าวันนี้..

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้