Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

156


Sentiment Tracker Sentiment ตลาดหุ้นสหรัฐฯทรงตัว แต่ไทยแข็งแกร่งขึ้น
KEY FINDINGS:

สหรัฐฯ: ดัชนี S&P 500 เคลื่อนไหวผันผวนในช่วง 1 สัปดาห์ตาม News Headline เรื่องสงคราม ขณะที่สัญญาณจาก Sentiment Indicator ค่อนข้างทรงตัว โดยดัชนี CNN Fear & Greed ยังคงอยู่ในโซน Extreme Fear มาตรวัดทรงต้ัวที่จาก 15 จุด ส่วนผลสำรวจ AAII สะท้อนว่าช่องว่างระหว่างมุมมองฝั่งบวกและฝั่งลบแทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

ไทย: ดัชนี SET ปรับขึ้นได้ 1.6% WoW สอดคล้องกับบรรยากาศการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น โดย BLS Greed & Fear Barometer ปรับขึ้นจาก 43 จุดสู่ 46 จุด ซึ่งเป็นการปรับจากโซน Fear เข้าสู่โซน Neutral อีกครั้ง
US MARKET SENTIMENT TRACKER:
ดัชนี S&P 500 เคลื่อนไหวผันผวนในช่วง 1 สัปดาห์ตาม News Headline เรื่องสงคราม ขณะที่สัญญาณจาก Sentiment Indicator ค่อนข้างทรงตัว โดยดัชนี CNN Fear & Greed ยังคงอยู่ในโซน Extreme Fear มาตรวัดทรงตัวที่ 15 จุด โดย Market Breadth ที่ยังคงอ่อนแอ และ Put/Call Ratio ที่กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 0.74 สู่ 0.94 สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มกลับมาเพิ่มการถือสถานะป้องกันความเสี่ยงฝั่งขาลงของตลาดอีกครั้ง
ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนของ AAII ซึ่งสะท้อนว่ามุมมองเชิงบวกต่อตลาดในช่วง 6 เดือนข้างหน้าค่อนข้างทรงตัว โดยแม้ว่าสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่มีมุมมอง Bullish จะเพิ่มขึ้นจาก 32.1% เป็น 33.6% (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 37.5%) แต่สัดส่วนฝั่ง Bearish ก็เพิ่มขึ้นเช่นกันจาก 49.8% เป็น 51.4% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 31.0%) ส่งผลให้ Bull-Bear Spread แทบไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า กล่าวคือ ลดลงเพียง 0.1% จาก -17.7% สู่ -17.8%
THAI MARKET SENTIMENT TRACKER:
สำหรับตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ปรับขึ้นได้ 1.6% WoW สอดคล้องกับบรรยากาศการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น โดย BLS Greed & Fear Barometer ปรับขึ้นจาก 43 จุดสู่ 46 จุด ซึ่งเป็นการปรับจากโซน Fear เข้าสู่โซน Neutral อีกครั้ง องค์ประกอบย่อยที่หนุนมาตรวัดให้ฟื้นตัวขึ้นได้แก่ ความผันผวนที่ปรับลดลง ดัชนี Volume Index ที่ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง และดัชนี Momentum Strength ที่ฟื้นตัวในโซน Positive จากระดับ 4.0 จุดสู่ 8.5 จุด อย่างไรก็ตามการปรับลงของดัชนี Bull-to-Bear กลับเป็นตัวถ่วง ทำให้ Sentiment Indicator ไม่ได้ปรับตัวขึ้นมากนัก
IMPLICATION:
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนตามกระแสข่าวสงคราม แต่การที่ดัชนี CNN Fear & Greed ซึ่งอยู่ในโซน Extreme Fear ยังสามารถทรงตัวได้ กลับเป็นสัญญาณเชิงบวกที่น่าจับตา เพราะสะท้อนว่าตลาดเริ่มตอบสนองต่อข่าวลบด้วยความรุนแรงลดลง เมื่อประกอบกับสัญญาณของ Market Breadth ที่เริ่มทยอยฟื้นตัวระหว่างสัปดาห์ จึงบ่งชี้ว่าแรงขายกำลังค่อย ๆ แคบลง ซึ่งอาจเป็นจุดตั้งต้นของรอบฟื้นตัวใหม่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หากปัจจัยลบเริ่มคลี่คลายและมีข่าวบวกเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทย การที่ดัชนียังสามารถปรับตัวขึ้นได้ ท่ามกลางภาวะที่ตลาดหุ้นโลกยังผันผวน สะท้อนภาพความแข็งแกร่งที่ชัดเจน สอดคล้องกับ Sentiment Indicator ที่ทยอยฟื้นตัวจากโซน Fear เข้าสู่โซน Neutral ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่แข็งแรงกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ ในระยะสั้น SET จึงมีแนวโน้มยืนระยะได้ดีกว่าตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภาพรวม


สรุปภาพตลาดวานนี้ หุ้นไทยย่อ (แต่ไม่ลึก) เนื่องจากมีกลุ่มพลังงานค้ำไว้ PTT PTTEP คู่กับอาหาร CPF TFG FM ธนาคาร TTB SCB พยุงจากแรงขายใน DELTA GULF TRUE CPALL THAI CPN SCC TOP AOT ADVANC เป็นต้น แต่หุ้นบวกสวนตลาดแรงๆ ก็มีให้เห็น เช่น TFG FM TRUBB CFARM APO เป็นต้น


แนวโน้มตลาดวันนี้ Sector Rotations
การหมุนออกจากหุ้น โรงกลั่น ปิโตรฯ น้ำมัน ซึ่งเป็นตัวแทนของหุ้นเชื่อมโยงสภาวะการณ์โลก ถ้าเป็นกรณีปกติ นลท.อาจเริ่มคิดหาหุ้นราคาอยู่ข้างล่างในกลุ่มเชื่อมโยงเศรษฐกิจในประเทศ แต่กลยุทธ์ฟันธงว่าจะ ไม่เป็นการเล่นแบบเดิม สำหรับรอบนี้...
โดยกลุ่มที่คาดว่าจะเล่นแย่กว่าตลาดรอบนี้ได้แก่ หุ้นโรงกลั่นราคาจะกระทบจากเรื่อง แรงกดดันค่าการกลั่น ที่รัฐบาลกำลังพิจารณาหาช่องแก้ไขราคาขายปลีกน้ำมันแพง, หุ้นค้าปลีก หุ้นท่องเที่ยว คาดโดนจำกัดการรีบาวด์ จากค่าเดินทาง ค่าขนส่งพุ่ง, โรงไฟฟ้า ต้นทุนการผลิต ฯลฯ กล่าวโดยสรุป...หุ้นที่มี แรงกดจากมาตรการรัฐ, หุ้นที่กระทบจากต้นทุนแพงขึ้นทุกอย่าง แต่ผลักภาระต้นทุนได้จำกัด
หุ้นบิ๊กแคป เช่น ธนาคาร รีบาวด์รับปันผล แล้วต้องมาดูต่อว่าลงแรงกว่าปันผลหรือไม่ (Sell in May) และอีกไม่กี่กลุ่มที่คาดว่าจะเล่นขึ้นดีกว่าตลาดช่วงนี้ เน้นกลุ่มที่ผลักภาระต้นทุนได้ มีความจำเป็นต้องใช้ เช่น สื่อสารฯ, รพ.ที่ราคาหุ้นอยู่ข้างล่าง, Soft commodity-อาหาร, หุ้นรับกระแสลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน, หุ้นนิคมฯ ได้แรงสนับสนุนจากนโยบายรัฐ ช่วยส่งเสริม: BOI Fast pass ที่จะดึงเงินลงทุนทางตรง เพื่อเร่งกระตุ้น GDP ขณะที่ภาคบริการและบริโภคในประเทศ ถูกกระทบจาก ภาวะเงินเฟ้อ ของแพง


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค SET ทะลุผ่านโซนต้าน... เข้าสู่โหมด "กระทิง" (Bullish trend) แต่!สั้นๆ อาจมีสลับพักตัวบ้าง ไม่น่ากังวล
Trend Analysis: หลังจากที่ดัชนีสามารถทะลุ 1450 สำเร็จ เป็นการยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจนที่สุดในรอบ 1 เดือน (เปลี่ยนจาก sideway เป็นขาขึ้น)
Elliott Wave: ดัชนีกำลังอยู่ในช่วงกลางของ Impulse Wave 5 ซึ่งเป็นคลื่นที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเริ่มกลับ ข่าวดีเริ่มเข้ามา โดยมีแนวต้านทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,500 และโซนรับขยับขึ้นเป็น 1,450 จุด (เส้น EMA 10 วัน….ห้ามหลุด!)
Pattern & Indicators: จับตาโครงสร้าง Double Bottom บ่งชี้ดัชนีผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว (เมื่อดัชนีทำ low ที่ 1,331 จุด และไม่ลงต่ำกว่า) ขณะที่เครื่องมือ MACD ตัดขึ้นเหนือน้ำ (เหนือเส้น 0) เป็นวันแรกๆ สะท้อนแรงส่ง (Momentum)
Action Plan: หุ้นแนะนำ (GULF, BBL, KTB, CPAXT, TRUE, WHA, STECON) แนะถือไว้ให้แน่น อย่าปล่อยให้ความผันผวนระยะสั้นทำให้เราตกขบวนคลื่นใหญ่!

 

What to watch กกพ.เคาะค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. ที่ 3.95 บ. ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้พิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็น และเห็นชอบการปรับอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2569 โดยกำหนดค่าเอฟที เรียกเก็บที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
ศาล รธน.ไม่รับคำร้องขอให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวปมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีการวินิจฉัยคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ที่อาจส่งผลให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นไปโดยลับ สืบเนื่องจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลฯ กำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยคดีดังกล่าว โดยให้ยุติหรือชะลอการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเห็นว่า ยังไม่มีเหตุป้องกันความเสียหายหรือความรุนแรงอันใกล้จะถึง จึงไม่เป็นกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะกำหนดมาตรการหรือวิธีการใด ๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธธรรมนูญ นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่า นายภัทรพงศ์ ไม่ใช่ผู้ร้องในคดีนี้ คำร้องดังกล่าวมีลักษณะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินเท่านั้น จึงมีมติไม่รับคำร้องของนายภัทรพงศ์
ทางหลวงเล็งชงครม.ใหม่ แก้กม.เปิดทางนำรายได้ลงทุนมอเตอร์เวย์ผ่าน TFFIF นำร่อง M8
ก่อนหน้านี้ กรมทางหลวงได้จัดทำร่างกฎหมายค่าธรรมเนียมผ่านทางฉบับใหม่เสร็จแล้ว เนื่องจากพ.ร.บ. กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 ไม่ให้นำรายได้จากกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางไปใช้ในการระดมทุน รวมถึงจะต้องปรับบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์เวย์ ให้มีสภาพเป็นนิติบุคคล เพื่อให้สามารถทำนิติกรรมกับกองทุน TFFIF ได้ และได้นำเสนอคณะกรรมการกฤษฏีกา แต่เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาล ดังนั้นหลังจากรัฐบาลชุดใหม่แถลงนโยบายเสร็จเรียบร้อย กรมฯจะนำเสนอเรื่องนี้อีกครั้ง
ซึ่งเชื่อว่า การทำ TFFIF ของกรมทางหลวงจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดภาระงบประมาณในการลงทุน และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และยังทำให้สามารถนำเงินจากกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางไปใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้น


หุ้นแนะนำวันนี้
WHAUP หุ้นขายน้ำขายไฟให้นิคม เชื่อมโยงนิคมอุตสาหกรรมผ่านการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมการผลิตพลังงานหมุนเวียน เช่น แบตสำรองไฟ รถไฟฟ้า โซลาร์ฟาร์ม ดาต้าเซนเตอร์ที่มาพร้อมกับ Direct PPA
แนวรับ 4.40 ต้าน 4.74 Stop loss 4.3


รายงานพื้นฐานวันนี้

Refining (Tactical Idea)
ความเสี่ยงจากการหั่นค่าการกลั่น
กระทรวงพลังงานเตรียมกดราคาหน้าโรงกลั่น (ex-refinery) เพื่อลดภาระราคาน้ำมันก่อนช่วงสงกรานต์ โดยรัฐมนตรีพลังงานจะประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานวันที่ 7 เม.ย. และมีแผนปรับสูตรราคาน้ำมัน โดยจะนำราคาน้ำมันดิบ Dubai มาประกอบการพิจารณา พร้อม “cap ค่าการกลั่น” เช่น ที่ระดับ 3–4 บาท/ลิตร (ใกล้เคียงระดับปกติ 2–3 บาท/ลิตร หรือ Singapore GRM ~US$5/bbl) ซึ่งจะเป็น sentiment เชิงลบต่อกลุ่มโรงกลั่น (BCP, IRPC, SPRC, TOP) จากการถูกจำกัด upside ของ margin
ในเชิงพื้นฐาน แม้การ cap GRM จะทำให้เสียโอกาสจาก margin ที่สูงผิดปกติในช่วงนี้ แต่ยังไม่กระทบประมาณการกำไรปี 2026 อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสมมติฐานหลักของเราใช้ GRM ที่ US$5/bbl อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม sensitivity ชี้ว่าหาก GRM ต่ำกว่าสมมติฐานทุก US$1/bbl จะกดกำไรสุทธิปี 2026 ของ BCP −9%, IRPC −237%, SPRC −45% และ TOP −24% สะท้อน downside risk ที่สูง โดยเฉพาะ IRPC และ SPRC
Tactical action: แนะนำ take profit กลุ่มโรงกลั่น และ switch ไป upstream อย่าง BANPU และ PTTEP ซึ่งมีความเสี่ยงจากการแทรกแซงของรัฐต่ำกว่า และยังได้อานิสงส์จากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง

Chemical Sector
Spread ยังดี มี Upside ต่อเนื่อง
ราคาปิโตรเคมีและสเปรดปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จาก supply disruption ในตะวันออกกลาง หลังการปิดช่องแคบ Hormuz กระทบการขนส่งน้ำมันดิบ, วัตถุดิบ และ LNG ขณะที่ผู้ผลิตในเอเชียบางส่วนประกาศ force majeure ทำให้ supply หายจากระบบ ส่งผลให้สเปรดปรับตัวขึ้นแรง โดย HDPE-Naphtha เพิ่มขึ้น 58%, LLDPE +41%, LDPE +29% และ PP +37% ขณะที่ PET spread เพิ่มขึ้นถึง 85% สะท้อนภาวะ supply ตึงที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลาย product แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การฟื้น supply ต้องใช้เวลา ทำให้สเปรดมีแนวโน้มยืนสูงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และหนุนให้กำไรกลุ่มปิโตรเคมีมี upside อย่างมีนัยสำคัญ
โดยภายใต้ scenario 2 (HDPE spread เฉลี่ย 380 เหรียญ/ตัน vs base case 350 เหรียญ/ตัน และ PET 280 เหรียญ/ตัน vs 260 เหรียญ/ตัน) จะมี upside ต่อกำไรปี 2026 ของ IVL และ PTTGC ราว 26–36% และภายใต้ scenario 3 (HDPE 410 เหรียญ/ตัน, PET 300 เหรียญ/ตัน) upside จะเพิ่มเป็น 53–68% ตามลำดับ
Investment action: ปรับมุมมองกลุ่มจาก “เท่ากับตลาด” เป็น “มากกว่าตลาด” โดยเลือก IVL และ PTTGC เป็นหุ้นเด่น แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาแล้ว (IVL +9%, PTTGC +27%) แต่ valuation ยังไม่ถึงกับแพง โดย IVL ซื้อขายที่ PBV ราว 1.1 เท่า (ต่ำกว่าเฉลี่ยระยะยาว 1.6 เท่า) และ PTTGC ที่ประมาณ 0.5 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 1.0 เท่า) สะท้อนว่าตลาดยังไม่ได้ price-in การฟื้นตัวของสเปรดและกำไร จึงมีโอกาสถูก re-rate จากการปรับประมาณการกำไรขึ้น

 

MOSHI (Event Head-up)
โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น
โตสวนกระแส
MOSHI ยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นค้าปลีก lifestyle ที่เติบโตโดดเด่น จากการขยายสาขาต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารสินค้าให้สอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภค โดยในช่วงปี 2023-25 บริษัทมี CAGR ของรายได้ 25% และกำไรสุทธิ 39% สำหรับปี 2026 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้เติบโต 15-20% พร้อมแผนเปิดสาขาใหม่ 35 แห่ง และเพิ่มสัดส่วนสินค้านำเข้าเพื่อหนุน GM
แนวโน้มการเติบโตยังอยู่ในทิศทางที่ดี แม้ภาวะการบริโภคชะลอตัว โดย 1Q26 SSSG อยู่ที่ 2-3% ปรับดีขึ้นจาก 1.6% ใน 4Q25 (ม.ค. +7-8% ก่อนชะลอใน ก.พ.-มี.ค.) อย่างไรก็ตาม การเปิดสาขาใหม่ 6 แห่งยังช่วยหนุนยอดขายรวม ขณะที่แรงกดดันด้านต้นทุนยังจำกัด โดย logistics คิดเป็น ~1.5% ของ COGS และ inventory เพียงพอถึงกลางปี 2026 ทำให้ยังไม่เห็นแรงกดดันต่อ margin ในระยะสั้น
ในระยะถัดไป การเติบโตจะยังขับเคลื่อนโดยการขยายสาขาและการปรับ product mix ไปสู่สินค้าที่มี margin สูงขึ้น รวมถึงการออกสินค้าใหม่ราว 1,000 SKUs ต่อเดือน ซึ่งจะช่วยหนุน GM และ operating leverage ในระยะกลาง
Investment action: Consensus คาดกำไรปี 2026 เติบโต 15% YoY ขณะที่หุ้นซื้อขายที่ PER 15.4 เท่า (-1SD จากค่าเฉลี่ย) สะท้อน valuation ที่ยังไม่แพง และมีโอกาส re-rate หากบริษัททำได้ตามแผน
Event: ขอเชิญเข้าร่วมงาน MOSHI virtual conference “From Policy to Pocket” ในวันที่ 7 เม.ย. 2026 เวลา 10:00–10:50 น. โดยผู้บริหารจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์ปี 2026 แนวโน้ม SSSG และแผนการเติบโตในระยะถัดไป


สรุปประเด็นจาก Quick take

GULF
กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์
ขายหุ้น Pak Lay 51% รับเงิน US$144.78m
GULF ลดสัดส่วนถือหุ้นโรงไฟฟ้า Pak Lay (770MW) จาก 100% เหลือ 49% โดยขายให้กลุ่ม J-Power ที่มูลค่า US$144.78m
View from fundamental: เรามีมุมมอง Neutral ต่อประเด็นดังกล่าว แม้ว่าอาจมี negative sentiment จากการปรับลดราคาเป้าหมายของตลาดในระยะสั้น แต่ positive sentiment จากกำไรพิเศษ และขีดความสามารถในการลงทุนที่เพิ่มขึ้น รยมทั้ง partnership ที่มีความแข็งแกร่งขึ้น น่าจะส่งผลบวกต่อ GULF ในระยะยาว


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน



 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

Thebizinsideสื่อใหม่ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง วันนี้ แสดงความยินดีกับการเปิดตัวสื่อใหม่ Thebizinside เครือ นายกล้วยหอม ออนไลน์ เจ้าของ...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้