วันพุธที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยได้แรงหนุนจากความคาดหวังสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านใกล้ยุติ หลังสหรัฐส่งสัญญาณพร้อมที่จะยุติการโจมตีอิหร่าน ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยง โดยแรงซื้อหนุนหลักมาจากหุ้น DELTA ซึ่งหนุนดัชนีราว +13.8 จุด ตามด้วยหุ้นกลุ่มขนส่ง ธนาคาร และค้าปลีก ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,470.99 จุด +22.85 จุด +1.58%มูลค่าการซื้อขาย 82,878.01 ลบ. Program Trading +4,333.57 ลบ. ต่างชาติ +4,009.57 ลบ. TFEX+21,080 สัญญา ตราสารหนี้-3,107.93 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 224.23 จุด หรือ +0.48% หลังจากปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าการทำสงครามกับอิหร่านจะยุติลงในไม่ช้านี้ ทำให้นักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.26 ดอลลาร์ หรือ -1.24% ปิดที่100.12 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีข่าวว่าสหรัฐฯ จะยุติการทำสงครามกับอิหร่านในไม่ช้านี้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากรายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว
+ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า กองทัพสหรัฐฯ จะถอนตัวจากอิหร่านภายในเวลา 2-3 สัปดาห์และอาจกลับไปเพื่อโจมตีแค่เฉพาะจุด หากจำเป็น
+ ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ร่วงลง 2.8% สู่ระดับ 24.54 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์
+ ISM เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.7 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2565 จากระดับ52.4 ในเดือนก.พ. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 52.5
+ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)กำลังเตรียมพร้อมช่วยสหรัฐฯ และพันธมิตรในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วยการใช้กำลังทหาร
+ อังกฤษจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดระหว่างประเทศในสัปดาห์นี้ เพื่อฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
ปัจจัยลบ
- ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า ประธานาธิบดีอิหร่านได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ทำการหยุดยิง แต่สหรัฐฯ จะหยุดยิงก็ต่อเมื่อมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซก่อน มิฉะนั้น สหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไป
- อิหร่านปฏิเสธคำกล่าวของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ปธน.อิหร่านทำการเรียกร้องต่อสหรัฐฯ ขอให้มีการหยุดยิง โดยระบุว่าเป็นข่าวเท็จและไม่มีมูลความจริง
- รัฐบาลมาเลเซียประกาศว่าเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" แล้ว เพื่อรับมือกับการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานทั่วโลกที่ยังคงยืดเยื้อ
- ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ วิจารณ์องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ(นาโต) อย่างดุเดือดอีกครั้ง โดยส่งสัญญาณว่าอาจนำสหรัฐฯ ถอนตัวจากนาโตเนื่องจากไม่พอใจที่นาโตปฏิเสธเข้าร่วมท าสงครามกับอิหร่าน
- กกร.ลดเป้า GDP ปี 2569 โตเหลือ 1.2-1.6% จาก 1.6-2% เหตุสงครามยืดเยื้อหลังราคาน้ำมันพุ่ง กดดันเงินเฟ้อโต 2-3% ต้นทุนเพิ่ม นักท่องเที่ยวต่างชาติหาย 1 ล้านคน ด้าน IAA มองเศรษฐกิจปีนี้โต 1.72%
- กบน.เคาะลดเงินชดเชย ดันราคาดีเซล พุ่ง 3.50 บาท/ลิตร ค่าไฟ-ค่าโดยสารเด้งพรวด กกพ.เคาะค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค.3.95 บาท/หน่วย
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้ยังแกว่งตัวผันผวน โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าจะยุติได้อย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ขณะที่ราคาพลังงานในประเทศยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าครองชีพในภาพรวมทยอยปรับตัวสูงขึ้น มองกรอบดัชนี 1,450-1,477 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- Domestic Play+Yield Play : TRUE ADVANC TISCO BBL KBANK
- ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น : BANPU LANNA AGE BBGI PCE SMO
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก กกพ. ปรับขึ้นค่า Ft : GULF BGRIM GPSC RATCH EGCO
- หุ้นเด่น IAA : ADVANC AMATA BDMS GULF KTB TRUE