หลัง TRUMP พูด ... เม็ดเงินกลับทิศสู่แนวทางเดิม
HORIZON MARKET VIEW
• สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 โดย ปธน.ทรัมป์ มองหาปลายทางจากการทำสงครามกับอิหร่าน โดยเดิน 2 เกมพร้อมกันคือ ส่งสัญญาณเปิดทางการเจรจา และข่มขู่เพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ หากอิหร่านไม่ยอมตกลง
• อย่างไรก็ตาม การกล่าวสุนทรพจน์ไพรม์ไทม์จากทำเนียบขาวของทรัมป์เช้านี้ปธน.ทรัมป์แถลงด้วยโทนแข็งกร้าวว่า เป้าหมายหลักทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ “สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในช่วง 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า"พร้อมกับมีการยื่นคำขาดว่า หากไม่มีการบรรลุข้อตกลง สหรัฐฯ จะโจมตีและทำลายโรงไฟฟ้าทุกแห่งของอิหร่าน และจะนำพาอิหร่านกลับไปสู่ยุคหิน ซึ่งเป็นการทำลายความหวังก่อนหน้าเรื่องการยุติสงคราม ทำให้เกิดแรงเทขายในตลาดหุ้น พร้อมกับดันราคาน้ำมันพุ่งแรง
REGION RADAR
• ภาพรวมธุรกิจชิปหน่วยความจำยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในเดือน ก.พ.69 หนุนจากราคาขายชิป DRAM เพิ่มขึ้น 608% YOY ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่ม MEMORY แนะนำเก็งกำไร DR: MICRON01 และ DR:ASEMI24 เป็น ETF ที่ลงทุน SK HYNIX และ SAMSUNG สูงถึง 20%
• MINISO (9896 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 6.25 พันล้านหยวน +33% YOY (สูงกว่าคาด 3%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ 2.8 +9% YOY (สูงกว่าคาด 35%) หนุนจากยอดขายแบรนด์ MINISO ในประเทศจีนเติบโตแข็งแกร่ง
THAI FOCUS
• เดือนมี.ค.69 ราคาน้ำมันดิบ BRENT ปรับขึ้น 41% ส่งผลให้ราคาดีเซลในไทยพุ่งจาก 29.94 เป็น 44.24 บาท/ลิตร(เพิ่มขึ้นกว่า 14 บาท)ส่งผ่านถึงต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้น ผลักดันให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้น
• สศช. ประเมินว่าดีเซลที่ขึ้นมา 14 บาท/ลิตร จะฉุดให้GDP ไทยลดลงประมาณ 0.28% คาดการณ์ว่าแบงก์ชาติ (BOT) อาจต้อง ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ในปี 2022 ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงตามมา
SYNAPSE STRATEGY ราคาน้ำมันดิบ BRENT ปรับตัวขึ้นแรงเช้านี้
• เช้านี้หุ้นย่อแรง และน้ำมัน +5% หลังทรัมป์แถลงยังคงจะโจมตีอิหร่านอยู่ แต่ที่ผ่านมา เสียงสะท้อนจากตลาดหุ้น เรื่องสงครามสหรัฐกับอิหร่าน มีสัญญาณที่ผ่อนคลายขึ้น คือ 1) ราคาน้ำมัน BRENT เริ่มขยับมาเข้าใกล้ WTI ที่ระดับปกติมากขึ้น +4 ถึง 5 เหรียญ,2) สัญญาน้ำมันฟิวเจอร์สสิ้นปีนี้ลงเร็วและวิ่งเข้าใกล้ช่วงก่อนเกิดสงคราม, 3)หุ้นค้าอาวุธทยอยย่อตัวลงมาเรี่อยนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
• แนะนำถือเงินสด 30% ทยอยสะสมหุ้นปันผลสูงที่ย่อ CPF, ICHI,PTT, OR, NER, GULF, BGRIM, GUNKUL, KTB, BBL
HORIZON MARKET VIEW
คำพูดทรัมป์ทำตลาดการเงินผันผวน
สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 โดย ปธน.ทรัมป์ มองหาปลายทางจากการทำสงครามกับอิหร่าน โดยเดิน 2 เกมพร้อมกันคือ ส่งสัญญาณเปิดทางการเจรจา และข่มขู่เพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ หากอิหร่านไม่ยอมตกลง
อย่างไรก็ตาม การกล่าวสุนทรพจน์ไพรม์ไทม์จากทำเนียบขาวของทรัมป์เช้านี้ ปธน.ทรัมป์แถลงด้วยโทนแข็งกร้าวว่า เป้าหมายหลักทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ “สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงในช่วง 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า"พร้อมกับมีการยื่นคำขาดว่า หากไม่มีการบรรลุข้อตกลง สหรัฐฯ จะโจมตีและทำลายโรงไฟฟ้าทุกแห่งของอิหร่าน และจะนำพาอิหร่านกลับไปสู่ยุคหิน ซึ่งเป็นการทำลายความหวังก่อนหน้าเรื่องการยุติสงคราม ทำให้เกิดแรงเทขายในตลาดหุ้น พร้อมกับดันราคาน้ำมันพุ่งแรง โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้จากที่เปิดบวกเริ่มพลิกกลับมาติดลบราว -2.8% ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สร่วงเกิน 300 จุด ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลง1.4% ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วราว % ยืนหนือ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแต่ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ระบุว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นเพียงผลกระทบ "ระยะสั้น" ที่เกิดจากการโจมตีของอิหร่าน และยืนยันว่าราคาน้ำมันจะกลับมาลดลงอย่างรวดเร็ว
REGION RADAR
FUNDAMENTAL ของกลุ่ม MEMORY ยังแข็งแกร่ง
ภาพรวมธุรกิจชิปหน่วยความจำยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องในเดือน ก.พ. หนุนจากราคาขายชิป DRAMเพิ่มขึ้น 608% YOY ยอดขาย SERVER ODM (ORIGINAL DESIGN MANUFACTURER) ในไต้หวัน+84% YOY และยอดส่งออกชิป DRAM ของเกาหลีใต้ +322% YOY ซึ่งเป็นบวกต่อบริษัท MEMORYอย่าง MICRON, SK HYNIX และ SAMSUNG ELECTRIC
ราคา DRAM ที่มีการปรับเพิ่มขึ้นแรงหนุนโดยรายได้จากธุรกิจ SERVER ODM ของไต้หวันเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในเดือน ก.พ. โดยเพิ่มขึ้น 7% MOM และ 84% YOY ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่ม MEMORYเนื่องจาก SERVER ODM มีการใช้ชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ยอดส่งออกชิปหน่วยความจำ DRAM ของเกาหลีใต้ยังแข็งแกร่งต่อเนื่องในเดือน ก.พ. โดยมียอดส่งออกอยู่ที่ $1.2 หมื่นล้าน +35% MOM และ 322% YOY แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นใน DR:MICRON80 และ DR: ASEMI24 ซึ่งเป็น ETF ที่มีสัดส่วนการลงทุนใน SK HYNIX และ SAMSUNG สูงถึงระดับ 20%
MINISO ยอดขายกล่องสุ่ม ART TOY โตแข็งแกร่ง
MINISO (9896 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 6.25 พันล้านหยวน+33% YOY (สูงกว่าคาด 3%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 2.8 +9% YOY (สูงกว่าคาด 35%) หนุนจากยอดขายแบรนด์ MINISO ในประเทศจีนเติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากแบรนด์ใหม่อย่าง TOP TOY ที่โตแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน +112% YOY อีกทั้งบริษัทระบุว่าในปี 2026 คาดรายได้จะเติบโตในระดับ HIGHTEENS DIGIT หนุนจากการเปิดสาขาใหม่ 510-550 สาขาและคาดรายได้ในไตรมาส 1/26 จะเติบโต 25% YOY
THAI FOCUS
แม้สถานการณ์สงครามดูผ่อนคลายลง ...แต่ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจเริ่มเห็นผ่านเงินเฟ้อ
เดือน มี.ค.69 ราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่ปรับตัวขึ้นแรง41%ได้ส่งผ่านมายังระบบเศรษฐกิจไทย เนื่องด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพาการนำเข้าพลังงานระดับสูง โดยไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางสูงถึง 52% ของการนำเข้าพลังงานทั้งหมด นอกจากนี้ ไทยยังขาดดุลในกลุ่มพลังงานสูงถึง -7.8%ของ GDP ซึ่งถือว่าสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย อีกทั้งไทยมีข้อจำกัดทางการคลังที่แคบลง โดยมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ในเดือน ม.ค.26 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 66% (สูงกว่าในอดีตปี2022 ที่มีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่อยู่ระดับ 60%) ซึ่งตีความได้ว่า รัฐบาลมีขีดความสามารถและพื้นที่ทางการคลังในการใช้เงินอุดหนุนเพื่อตรึงราคาน้ำมัน (เช่น ดีเซล หรือ แก๊สโซฮอล์) ได้น้อยลงกว่าในอดีต
ดังนั้นจึงเห็นการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในไทยโดยเฉพาะดีเซล ที่ปรับขึ้นมาจาก 29.94 บาท/ลิตร มาสู่ระดับ 44.24 บาท/ลิตร หรือปรับขึ้นมากว่า 14 บาท/ลิตรซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตราเงินเฟ้อเนื่องจากต้นทุนภาคการขนส่ง โลจิสติกส์ และต้นทุนการผลิตสินค้าในทุกภาคอุตสาหกรรมจะปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้น และกดดันกำลังซื้อของประชาชนทันทีโดย สศช.ประเมินว่าราคาดีเซลขึ้น 1 บาท/ลิตร GDP ไทยจะลดลง 0.02%(ล่าสุดปรับขึ้นมา 14 บาท/ลิตร กดดัน GDPลดลง 0.28%) ซึ่งล่าสุดเห็นสัญญาณของเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น ผ่านเงินเฟ้อของฝั่งยุโรปในเดือน มี.ค.69 ที่ปรับตัวสูงขึ้นราว 1% ทุกประเทศจากเดือน ก.พ.69
ซึ่งหากเปรียบเทียบกับตอนสงครามรัสเซีย-ยูเครน (22 ก.พ. 2022) ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (เส้นสีส้มแตะจุดสูงสุดที่ $127.98) นำไปสู่การพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อไทย (เส้นสีแดง) ที่สูงถึง7.86%YOY ทำให้ช่วงกลางปี 2022 ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก0.50% เป็น 0.75% เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งหลังจากนั้นจะเห็นว่าทั้งเงินเฟ้อและ GDP มีทิศทางที่ลดต่ำลง(ตามเส้นลูกศรประสีแดงและน้ำเงินในกรอบสีชมพู) ดังนั้นสงครามรอบนี้อาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทิศทางเงินเฟ้อ และกรอบนโยบายการเงินคล้ายคลึงกับตอนสงครามรัสเซีย-ยูเครน
SYNAPSE STRATEGY
ตลาดหุ้นยังผันผวน แต่อาจเป็นจังหวะทยอยสะสม
เช้านี้ตลาดหุ้นย่อแรง -1% ถึง 2%และราคาน้ำมัน +5% หลังทรัมป์แถลง ยังคงจะโจมตีอิหร่านอยู่ ถ้ายังไม่เปิดช่องแคบฮอมุช แต่ช่วงที่ผ่านมา เสียงสะท้อนจากตลาดหุ้น เรื่องสงครามสหรัฐกับอิหร่าน มีสัญญาณที่ผ่อนคลายขึ้น ดังนี้
• ราคาน้ำมัน BRENT เริ่มขยับมาเข้าใกล้ WTI ที่ระดับปกติมากขึ้น +4 ถึง 5 เหรียญ
• สัญญาน้ำมันฟิวเจอร์สสิ้นปีนี้ลงเร็วและวิ่งเข้าใกล้ช่วงก่อนเกิดสงคราม
• หุ้นค้าอาวุธทยอยย่อตัวลงมาเรี่อยนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
กลยุทธ์แนะนำถือเงินสด 30% ทยอยสะสมหุ้นปันผลสูงที่ย่อตัวลงมาจากความผันผวนจากปัจจัยภายนอก อย่าง CPF, PTT, OR, NER, GULF, BGRIM, ICHI, CBG, GUNKUL, KTB, BBL
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์