Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.โกลเบล็ก : Morning Call

122

 


วันจันทร์ที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน โดยระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นหลัก จากความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีได้ทำการโจมตีอิสราเอลในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ขนส่ง และธนาคาร ขณะที่มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มพลังงานไอซีทีและปิโตรฯ ทำให้ช่วงท้ายตลาดดัชนีกลับมายืนในแดนบวก ส่งผลให้ดัชนีSET Index ปิดตลาดที่ 1,449.62 จุด +2.57 จุด +0.18% มูลค่าการซื้อขาย 57,708.29 ลบ. ProgramTrading -1,315.38 ลบ. ต่างชาติ-933.80 ลบ. TFEX +6,556 สัญญา ตราสารหนี้-2,333.66 ลบ.


ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 49.50 จุด หรือ +0.11% ขณะที่ดัชนี S&P500และ Nasdaq ปิดลบ นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อหลังจากปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่โจมตีอิหร่านหากทั้งสองฝ่ายคว้าน้eเหลวในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
+ เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) บรรยายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า FED ยังไม่มีความจeเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัด
เงินเฟ้อจากราคาน้eมันที่พุ่งขึ้น
+ BOI เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและมีการลงทุนเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปี 68 ค าขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทไทยมีจ านวน 1,170 โครงการ คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนโครงการที่ขอรับการส่งเสริมทั้งหมด มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 676,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86%YoY
+นายกฯ นำชื่อครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว พร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาทันที(ราว 7-9 เม.ย.) หลังได้รับโปรดเกล้าฯเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ

 

ปัจจัยลบ
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 3.24 ดอลลาร์ หรือ 3.25% ปิดที่102.88 ดอลลาร์/บาร์เรล และปิดที่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล สร้างความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจลุกลามเป็นวงกว้างและส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือรอบคาบสมุทรอาหรับและทะเลแดง
- ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านกำลังมีความคืบหน้าอย่างมาก แต่ก็ขู่ว่าจะถล่มโรงไฟฟ้า แหล่งน้ำมัน และเกาะคาร์กให้ย่อยยับหากสหรัฐฯ ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้ในเร็ว ๆ นี้ และหากอิหร่านยังคงไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า FED จะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เทียบกับช่วงก่อนเกิดสงครามอิหร่านที่คาดว่า FED จะปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้
- ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะยึดน้ำมันในอิหร่านและเข้าควบคุมเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่านได้ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 แล้ว
- กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า เจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงของจีนประจำฮ่องกงเข้าพบนักการทูตระดับอาวุโสของสหรัฐฯ ประจำฮ่องกง เพื่อประท้วงการออกประกาศเตือนประชาชนของสหรัฐฯ เกี่ยวกับกฎระเบียบด้านความมั่นคงฉบับใหม่ในฮ่องกง
- เช้านี้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลขยับขึ้น 1.80 บาทต่อลิตร น้ ามันเบนซินปรับขึ้น1 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป กดดันต้นทุนค่าขนส่ง

 

แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับความยืดเยื้อของสงครามในตะวันออกกลาง ประกอบกับนักลงทุนยังกังวลเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง มองกรอบดัชนี 1,440-1,461 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- Domestic Play+Yield Play : TRUE ADVANC TISCO BBL KBANK
- ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น : BANPU LANNA AGE BBGI PCE SMO
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก กกพ. ปรับขึ้นค่า Ft : GULF BGRIM GPSC RATCH EGCO
- สินค้าส่งออกเดือน ก.พ. ที่ยังขยายตัว : AAI ITC GFPT CPF TVO

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้