Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

35

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 27 มี.ค.69 ปิด +4.13 จุด อยู่ที่ 1,447.05 จุด มูลค่าการซื้อขาย 63,398 ลบ.ลบ. พอรต์โบรกซื้อ 821 ลบ ต่างชาติซื้อ 3,300 ลบ. สถาบันขาย 2,297 ลบ. และรายย่อยขาย 1,824 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,920 ลบ.ซื้อ PTTEP,CPALL,GULF,PTT,SCB และขาย TRUE,DELTA,BBL,HANA,KBANK มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,284 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,CNSTAR5023,DOHOME โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 1,682 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 23,267 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 451 ลบ.

Market View

  • DJIA -1.73%, S&P500 -1.67%, Nasdaq -2.15% นำโดยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย -3.05%, สถาบันการเงิน -2.49% และกลุ่มซอฟท์แวร์ & ธุรกิจเรือสำราญปรับลดลง จากความกังวลสงครามสหรัฐ – อิหร่านมีแนวโน้มยืดเยื้อ หลัง ปธน.ทรัมป์ประกาศเลื่อนการโจมตีอิหร่านออกไป 10 วัน ในวันที่ 6 เม.ย. และได้ส่งทหารเข้าไปตะวันออกกลางราว 7 หมื่นคน ขณะที่เฟดอาจจะไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -0.9%, S&P-2.1%, Nasdaq -3.2% WoW โดย DJIA & Nasdaq ปรับลดลงอยู่ในโซนปรับฐาน หลังดัชนีปรับลดลง -10% จากจุดสูงสุด ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ ม.มิชิแกนเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ มี.ค. ลดลงอยู่ที่ 53.3 & คาด 55.5 ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน และคาดการณ์เงินเฟ้อสหรัฐ 1 ปี ข้างหน้า มี.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 3.8% & ก.พ. 3.4% YoY สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐ เช่น ตัวเลขเปิดรับสมัครงาน ก.พ., ADP จ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ, ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร & อัตราว่างานสหรัฐ มี.ค. และวันศุกร์ตลาดปิดทำการในวัน Good Friday
  • Stoxx600 ยุโรป -95% จากแรงขายกลุ่มสื่อ -2.7% โดยหุ้น CTS Eventim -23% หลังคาดการณ์กำไรปีนี้มีแนวโน้มลดลง และ Stoxx600 +0.4% WoW โดยนักลงทุนกังวลเงินเฟ้อจะสูงขึ้น หากภาวะสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ขณะที่ LSEG คาดมีโอกาส 57% ที่ ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 30 เม.ย. หลัง ปธ. ECB คริสติน ลาการ์ด เผยยังคงเป้าหมายในการควบคุมเงินเฟ้อไว้ที่ 2.0 สัปดาห์นี้ติดตาม CPI เยอรมัน & ฝรั่งเศส มี.ค., UK GDP Q4/68 และวันศุกร์หยุดในวัน Good Friday
  • MSCI Asia Pacific X Japan -2.3% WoW โดยนิเกอิปิดทรงตัว WoW หลัง รมว.คลังญี่ปุ่นนายซัตสึกิ คาตายามะ เตือนมีโอกาสใช้ ม.สกัดกั้นการอ่อนค่าของเงินเยน ขณะที่นักลงทุนยังรอประเมินผลการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -9% WoW จากแรงขายหุ้นผู้ผลิตชิป เช่น Samsung Electronics , SK Hynix ที่ปรับลดลงตาม Nasdaq ของสหรัฐ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -1.1% WoW ถูกกดดันจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง แม้ว่ารายงานกำไรของบริษัทอุต ฯ รายใหญ่ของจีน ม.ค. – ก.พ. +15.2% & ธ.ค. +5.3% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ติดตาม Tokyo CPI มี.ค.และดัชนีผู้ผลิตรายใหญ่ญี่ปุ่น Q1/69 , PMI ภาคการผลิต & บริการจีน มี.ค. และยอค้าปลีกจีน ก.พ.
  • SET +0.98% WoW ปริมาณการซื้อขาย/เฉลี่ย 5 หมื่น ลบ. +0.96% WoW ต่างชาติซื้อ 2,011 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,765 ลบ. สถาบันขาย 2,408 ลบ. และรายย่อยขาย 1,368 ลบ. WoW โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มวัสดุ +5.3%, บรรจุภัณฑ์ +4.6%, ขนส่ง +3.4% WoW หลังราคาน้ำมันดิบช่วงต้นสัปดาห์ก่อนปรับลดลง ตอบรับสหรัฐเริ่มยื่นข้อเสนอหยุดยิงให้กับอิหร่าน กอรปเรื่อขนส่งน้ำมันของไทย 2 ลำสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยลดความกังวลต่อภาวะขาดแคลนน้ำมันที่ใช้เป็นวัตถุดิบในอุต ฯ ปิโตรเคมี ขณะที่กลุ่ม Domestic Play เช่น ไฟแนนท์, ค้าปลีก ปรับลดลงหลังรัฐบาลประกาศขึ้นราคาขายน้ำมันดีเซล, เบนซิน 6 บาท/ลิตร ส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งทาง สศช. ประเมินราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นทุก ๆ 1 บาท/ลิตร จะส่งผลลบต่อ GDP -0.02% และหากสถานกาณ์ในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อเกิน 3 เดือน อาจส่งผลให้ประมาณการณ์ GDP ไทยปีนี้ชะลอตัวอยู่ที่ 1.4 – 1.6% & เดิมคาด +1.9% YoY ซึ่งจะเป็น Downside Risk ต่อประมาณการณ์กำไร บจ. ปีนี้ด้วย

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,410 -1,420 แนวต้าน 1,440 คาดดัชนี SET เช้านี้มีโอกาสปรับฐานลงจากความกังวล หลังราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นจากความเสี่ยงสงครามในตะวันออกกกลางอาจจะยืดเยื้อ หากสหรัฐตัดสินใจยกพลขึ้นบก แนะนำซื้อเก็งกำไร เช่น PTTEP, BANPU / กลุ่มพลังงานทดแทน  เช่น GUNKUL,TSE, BBGI,UBE, PCE, VPO / กลุ่มอาหาร CPF, TFG, BTG, FM        
  • PTTEP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย00 บาท)ได้รับ sentiment บวกจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แหล่งผลิตในโอมานไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนกาชาใน UAE ยังไม่ได้เริ่มผลิต ในส่วนของ PTTEP คาดกำไร 1Q69 ปรับตัวขึ้น QoQ จากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ลดลง แนวโน้มกำไรปกติปี 69 ยังแข็งแกร่ง ประมาณการมี upside จากสมมติฐานน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยที่อาจปับตัวสูงขึ้นกว่าคาด โดยทุกๆ US$1/bbl ที่ปรับขึ้นส่งผลบวกต่อกำไร PTTEP ประมาณ 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดในมือสูง สามารถคาดหวังต่อ Dividend Yield ในระดับสูงราว 6-7% ต่อปี

NER*(ซื้อ/ ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 5.64 บาท) เก็งกำไรตาม Sentiment จากราคายางที่ดีขึ้น QoQ โดย ราคายางในปัจจุบันเทียบกับ ณ สิ้นปี 68 อิง SICOM, TSR20 อยู่ที่ 198 cent/kg. +10% / RSS3 อยู่ที่ 239 cent/kg +11% ส่วนการดำเนินงานช่วงปี2569 นี้ ทาง NER ตั้งเป้ารายได้ที่ 3.2 หมื่นลบ. +6%YoY หนุนด้วยราคายางที่ฟื้นตัว ขณะที่ โรงงานใหม่ที่เสร็จปลาย 4Q68  ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 8.7 แสนตัน ทั้งนี้ตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของNER* จะอยู่ที่ 1,902 ลบ.(+1%YoY) และ 2,223 ลบ.(+17%YoY) ตามลำดับ มี Dividend Yield สูงที่ 7-10% ต่อปี

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI พ.ค. +$5.16 อยู่ที่ $99.64 / บาร์เรล, Brent พ.ค. +$4.56 อยู่ที่ $112.57/บาร์เรล กังวลภาวะสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ หลังซาอุ ฯ & UAE อาจเข้าร่วมปฏิบัติทางทหารกับสหรัฐ กอปรกับสหรัฐอาจมีแผนยกพลขึ้นบกบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เช้านี้ WTI Futures +3.4% อยู่ที่ $103/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีได้เข้าร่วมโจมตีไปยังทางใต้ของอิสราเอล

 

Gold Update(+)Comex Gold เม.ย.+$116.20 อยู่ที่ $4,492.50 /ออนซ์ หลัง Commerzbank คาดสงครามอิหร่านมีโอกาสยุติในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และเฟดอาจจะกลับมาลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้ และอาจลดดอกเบี้ยรวม 0.75% จนถึงช่วงกลางปีหน้า

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ขายสุทธิ -1297.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +60.69 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโดฯ -1,323.29 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -34.68 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 32.95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.42 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +17 จุด อยู่ที่ 2,031

(-) BitCoin เช้านี้ -0.41% อยู่ที่ 66,206 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

27 มี.ค.     สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

31 มี.ค.     ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

สัปดาห์ที่1 ดัชนีความเชื่อมันผู้บริโภค

(เม.ย.)

 

ต่างประเทศ

26 มี.ค.     US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

31 มี.ค.     CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน (มี.ค.)

EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มี.ค.)

US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (มี.ค.)

US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (ก.พ.)

01 เม.ย.    US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)(มี.ค.)

US ดัชนียอดขายปลีก (ก.พ.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (มี.ค.)

02 เม.ย.    US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

03 เม.ย.    US อัตราการว่างงาน (มี.ค.)

                US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (มี.ค.)

                US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (มี.ค.)

                US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (มี.ค.)

 

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio March 2026: NER*, BBGI*, TRUE, PTTEP, KLINIQ

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้