Market Wrap-Up
- SET วันที่ 23 มี.ค.69 ปิด -35.65 จุด อยู่ที่ 1,397.34 จุด มูลค่าการซื้อขาย 61,490 ลบ.ลบ. สถาบันขาย 2,781 ลบ. ต่างชาติขาย 6,257 ลบ.พอรต์โบรกซื้อ 72 ลบ.และรายย่อยซื้อ 8,965 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 5,433ลบ.ซื้อ PTTEP,BANPU,CPN,GPSC,CENTEL, ขาย GULF,KBANK,ADVANC,CPALL,DELTA มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,562 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,CN23,LH โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 7,580 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 4,239 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,867 ลบ.
Market View
- DJIA +1.38%, S&P500 +1.15%, Nasdaq +1.38% ได้แรงหนุนจากกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย +2.46%, วัสดุ +1.5%, กลุ่มสายการบินและธุรกิจเรือสำราญปรับขึ้น หลัง ปธน.ทรัมป์เผยเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไป 5 วัน และอยู่ระหว่างการทำข้อตกลงเจรจากับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI -10.2%, US Bond Yield 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.357% และ VIX Index -2.3% อยู่ที่ระดับ 26.15 ขณะที่ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 72% ที่เฟดจะคงดอกเบี้ยในปีนี้ สัปดาห์นี้ติดตาม US PMI ภาคผลิต & บริการ มี.ค.,จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ มี.ค.
- Stoxx600 ยุโรป +0.61% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเหมืองแร่ +2.6%, การเงิน +2.6% และท่องเที่ยว & สันทนาการ +2.5% หลัง ปธน.ทรัมป์เผยเลื่อนการโจมตีอิหร่านออกไป 5 วัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent -10.9% ส่งผลให้หุ้นกลุ่มพลังงาน -1.7% ขณะที่กลุ่มสายการบิน Air France +3.9% จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ Euro Bond Yield 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 2.978% สัปดาห์นี้ติดตาม PMI ภาคการผลิต & บริการของยูโรโซนและอังกฤษ มี.ค., CPI, PPI, ยอดค้าปลีกอังกฤษ ก.พ.
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ นิเกอิ -3.48% กังวลต่อเส้นตาย 48 ชม.ของปธน.ทรัมป์ที่จะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากไม่ยอดเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เช่นเดียวกับ Kospi เกาหลีใต้ -6.49% กังวลต่อสถานการณ์จะยืดเยื้อ หลังอิหร่านประกาศจะตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงไฟฟ้า, โรงผลิตน้ำจืด และระบบสารสนเทศของกลุ่มพันธมิตรสหรัฐในตะวันออกกลาง ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -3.63% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เช่น Eoptolink Tech -3.5%, Zhongji Innolight -2.0% โดยสัปดาห์นี้ติดตาม PMI ภาคผลิต & บริการญี่ปุ่น, จีน มี.ค.,CPI ญี่ปุ่น มี.ค.และข้อมูลกำไรภาคอุต ฯ จีน ม.ค.–ก.พ.
- SET วานนี้ -2.49% ปริมาณการซื้อขาย 14 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 6,257 ลบ. สถาบันขาย 2,781 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 72 ลบ. และรายย่อยซื้อ 8,965 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มไฟแนนท์, ค้าปลีก, รับเหมาก่อสร้าง, ไอซีที และอิเล็ก ฯ จากความกังวลต่อค่ำขู่ของสหรัฐที่จะปฏิบัติการโจมตีโรงไฟฟ้าในอิหร่าน ซึ่งทางอิหร่านก็เตรียมตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงไฟฟ้า, ระบบผลิตน้ำจืด และระบบไอทีของกลุ่มพันธมิตรของสหรัฐในตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นการยกระดับความรุนแรงของสงคราม ดังนั้นนักลงทุนจึงเลือกขายปรับพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยง กอปรกับ US Bond Yield 10 ปี วานนี้ปรับขึ้นสูงสุดที่ระดับ 4.44% ส่งผลให้ Fund Flow ในตลาด EM เริ่มชะลอตัว อย่างไรก็ตามหลังช่วงปิดตลาด ปธน.ทรัมป์ประกาศเลื่อนการโจมตีอิหร่านออกไป 5 วัน และอยู่ระหว่างความพยายามทำข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน โดยสหรัฐมีเงื่อนไข คือ 1) อิหร่านต้องยุติโครงการนิวเคลียร์ 2) จำกัดขีปนาวุธ 3) หยุดสนับสนุนกลุ่มเฮซบอลลาฮ์, ฮูตี และฮามาส 4) เปิดข่อแคบฮอร์มุซ ขณะที่ข้อเสนอของอิหร่าน คือ 1) ยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน 2) สหรัฐ & อิสราเอลต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม 3) รับประกันความปลอดภัยของอิหร่านในอนาคต ซึ่งยังต้องติดตามผลการเจรจาในสัปดาห์นี้ ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ ก.พาณิชย์จะรายงานตัวเลขส่งออกไทย ก.พ. คาด +14.5% & ม.ค.+24.4% YoY, จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ และ ม.ภาครัฐในการดูแลราคาน้ำมัน & ค่าไฟฟ้า
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,390 แนวต้าน 1,410 – 1,420 คาดดัชนีมีโอกาสฟื้นตัว หลังเริ่มมีสัญญาณการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิสราเอล กอปรกับราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลดลง แนะนำทยอยซื้อในกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,SCB,KTB,GULF,CPF,CPAXT /เก็งกำไร THAI,AAV,BA,GPSC,BGRIM จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง
- IVL* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 22.70 บาท)แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวขึ้นจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อ supply chain ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดย IVL ได้ประโยชน์จาก spread integrated PET ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งจากการขาดแคลน feedstock (MEG) ของผู้ผลิตทางฝั่งเอเชีย ส่งผลให้ภาวะอุปทานล้นตลาดก่อนหน้านี้ผ่อนคลายลง นอกจากนี้ IVL ยังมีข้อได้เปรียบจากการกระจายความเสี่ยงของโรงงานไปยังหลายภูมิภาคไม่ได้พึ่งพิงวัตถุติบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ส่วนผลประกอบการในปี 69 ตลาดคาดพลิกเป็นกำไรสุทธิ 1 พันล้านบาท จากปี 68 ที่ขาดทุน 7.3 พันล้านบาท
- ADVANC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 380.0บาท) มองเป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจและการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ(ไม่รวมปันผลพิเศษ) Dividend Payout Ratio ในโซน 80%/ Dividend Yield ในโซน 3-5% ด้านกำไร 4Q68 +YoY, +QoQ มีแรงหนุนทั้งในเชิงรายได้จาก การปลี่ยนอัพแพกเกจมือถือ, การให้บริการลูกค้าองกรณ์(EDS, Cloud), การขาย iPhone17 และ ปัจจัยตามฤดูกาล ขณะที่ฝั่ง Cost กดดันน้อยลงจากค่าใช้จ่ายโครงข่าย ทั้งนี้ ภาพปี69 เรายังมองการเติบโตได้ต่อ กำไร +6%YoY และ ระยะยาวมีมุมมองบวกต่อธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Data Center, Cloud, Virtual Bank
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI พ.ค. -$10.1 อยู่ที่ $88.13 / บาร์เรล, Brent พ.ค. -$12.25 อยู่ที่ $99.94/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งเลื่อนการโจมตีอิหร่านออกไป 5 วัน และอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน กอปรสหรัฐได้ผ่อนคลาย ม.คว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซีย & อิหร่านที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเล
Gold Update(-)Comex Gold เม.ย.-$-167.60 อยู่ที่ $4,407.30 /ออนซ์ ถูกแรงขายจากปิด Long Position จากคาดการณ์เฟดมีโอกาสจะตึงดอกเบี้ยสูง อย่างไรก็ตามสัญญาทองคำเริ่มฟื้นตัว หลัง ปธน.สั่งเลือนการโจมตีอิหร่านออกไป 5 วัน ส่งผลให้ Dollar Index อ่อนค่า -0.69% อยู่ที่ 98.958
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -211.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -189.52 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -22.19 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าตัวอยู่ที่ 32.64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.362 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -16 จุด อยู่ที่ 2,037
(+) BitCoin เช้านี้ +4.38% อยู่ที่ 70,631 ดอลลาร์สหรัฐ
(+)Core CPI ญี่ปุ่น ก.พ. +1.6% ต่ำกว่าคาด +1.7% YoY
Economic Calendar
ในประเทศ
31 มี.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท.แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
สัปดาห์ที่5 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
24 มี.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (มี.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (มี.ค.)
25 มี.ค. US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
26 มี.ค. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio March 2026: NER*, BBGI*, TRUE, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th