Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

97


นักลงทุนเบาใจสงครามช่วงสั้น ลุ้น FED ต่อ

HORIZON MARKET VIEW
• สงครามสหรัฐฯ - อิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 18 ซึ่งทางด้านสหรัฐฯ ประกาศว่ายังไม่พร้อมหยุดสงคราม ส่วนอิหร่านยังคงมีขีปนาวุธและโดรนอีกจำนวนมาก ทำให้ความเสียหายจากสงครามที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดย BRENT 103.4 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI 95.9 ดอลลาร์/บาร์เรล
• ทั้งนี้ พัฒนาการใหม่ๆ ของสงครามที่ยังไม่รุนแรง ทำให้ในช่วงสั้นเห็นการดีดตัวของตลาดหุ้นโลกได้ โดยวานนี้ในฝั่งสหรัฐฯ ปรับขึ้น 0.1% ถึง 0.7% และเช้านี้เกาหลีใต้+3.6%, ญี่ปุ่น +1.9%, ไต้หวัน +1.5%
• อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังมีโอกาสผันผวนได้อยู่ หากสงครามยืดเยื้อและสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้น รวมถึงระยะสั้นรอจับตาท่าทีของประชุมของธนาคารกลางต่างๆ เริ่มตั้งแต่FED, BOJ, ECB, BOE

 

REGION RADAR
• ATOUR LIFESTYLE (ATAT US) รายงานผลประกอบการไตรมาส4/25 โดยมีรายได้อยู่ที่ 2.78 พันล้านหยวน +33% YOY (ต่ำกว่าคาด 0.2%) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 493 ล้านหยวน +48% YOY (สูงกว่าคาด 13%) หนุนจากจำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้น 22% YOY
• TENCENT MUSIC (1698 HK) เผยผลประกอบการไตรมาส 4 สูงกว่าคาด โดยมีรายได้อยู่ที่ 8.6 พันล้านหยวน +16% YOY (สูงกว่าคาด 2%) อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ใช้รายเดือนอยู่ที่ระดับ 528 ล้านคน (ต่ำกว่าคาด 4%)

 

THAI FOCUS
• ความตึงเครียดตะวันออกกลางเป็นตัวแปรสำคัญที่ฉุดรั้ง GDP ไทยปีนี้ให้ลดต่ำลงเหลือ 1.3 - 1.6% ซึ่งเดิมค่าเฉลี่ยของหลายสำนักเศรษฐกิจอยู่ที่ 1.8% ส่วนสภาพัฒน์ฯ มองอาจเกิด STAGFLATIONหากสงครามยืดเยื้อ และการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซติดชัด
• บทเรียนในอดีตช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ชี้ให้เห็นว่า ผลกระทบจากสงครามมักมีความล่าช้าในช่วงแรก เนื่องจากมาตรการอุดหนุนของรัฐฯ แต่เมื่ออั้นไม่ไหว ราคาดีเซลจะพุ่งสูงขึ้นตามต้นทุนจริง นำไปสู่การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

 


SYNAPSE STRATEGY หุ้นที่ FUND FLOW ซื้อเด่น วานนี้
• กระแสข่าวรายวันที่เกี่ยวกับสงครามทยอยลดลงทุกวัน ล่าสุดลดลงมาจากจุดสูงสุดตอนเริ่มสงครามถึง 77% และใกล้เคียงกับตอนก่อนเกิดสงคราม ขณะที่ดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลงมาราว 1%WTD หนุนให้FUND FLOW มีโอกาสสลับกลับมาเข้าตลาดหุ้นเอเชียมากขึ้น
• วานนี้ต่างชาติขายหุ้นเอเชียน้อยลง และสลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยแห่งเดียว 2.4 พันล้านบาท แนะหุ้นต่างชาติซื้อเด่นช่วงนี้ชอบ MINT,TRUE, HANA, BJC, SIRI, CENTEL, SCGP รวมถึงหุ้นมีเกาะป้องกัน FED อาจเป็นสายเหยี่ยวมากขึ้น BBL, KTB, SCB


HORIZON MARKET VIEW
พัฒนาการสงครามใหม่ๆ ยังไม่รุนแรง
สงครามสหรัฐฯ - อิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 18 ซึ่งทางด้านสหรัฐฯ ประกาศว่ายังไม่พร้อมหยุดสงคราม ส่วนอิหร่านยังคงมีขีปนาวุธและโดรนอีกจำนวนมาก ทำให้ความเสียหายจากสงครามที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดย BRENT อยู่ที่ 103.4 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 95.9ดอลลาร์/บาร์เรล
ทั้งนี้พัฒนาการใหม่ๆ ของสงครามที่ยังไม่รุนแรง ทำให้ในช่วงสั้นเห็นการดีดตัวของตลาดหุ้นโลกได้โดยวานนี้ในฝั่งสหรัฐฯ ปรับขึ้น 0.1% ถึง 0.7% และเช้านี้เกาหลีใต้ +3.6%, ญี่ปุ่น +1.9%, ไต้หวัน +1.5%


อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยังมีโอกาสผันผวนได้อยู่หากสงครามยืดเยื้อและสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้นพร้อมกับเพิ่มความเสี่ยงภาวะ STAGFLATION รวมถึงระยะสั้นรอจับตาท่าทีของประชุมของธนาคารกลางต่างๆเริ่มตั้งแต่คืนนี้ 19 มี.ค. 69 เวลา1.00 น. ตามประเทศไทย จะมีการประชุม FED ซึ่งจะมีการเผยคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย DOT PLOT ด้วย ขณะที่ FED WATCH TOOL คาด FED จะไม่ลดดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ และมีโทนที่HAWKISH มากขึ้น ต่อด้วยการประชุม ECB, BOE, BOJ คาดคงดอกเบี้ย 2.0%, 3.75%, 0.75% ตามลำดับ


REGION RADAR
ATOUR LIFESTYLE เผยกำไรไตรมาส 4 ออกมาแข็งแกร่ง
ATOUR LIFESTYLE (ATAT US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/25 โดยมีรายได้อยู่ที่ 2.78 พันล้านหยวน+33% YOY (ต่ำกว่าคาด 0.2%) ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 493 ล้านหยวน +48% YOY (สูงกว่าคาด 13%) หนุนจากจำนวนห้องพักที่เพิ่มขึ้น 22% YOY และยอดขายในธุรกิจหมอนและผ้าห่มเติบโตแข็งแกร่ง 52% YOY นอกจากนี้CEO ได้กล่าวว่า “ปี 2025 ถือเป็นการบรรลุแผนกลยุทธ์โดยบริษัทบรรลุเป้าหมาย 2,000 โรงแรมระดับพรีเมียม”

 

TENCENT MUSIC แม้งบไตรมาส 4 สูงกว่าตลาดคาด แต่แนวโน้มปี 2026 ไม่สดใส
TENCENT MUSIC (1698 HK) เผยผลประกอบการไตรมาส 4 สูงกว่าคาด โดยมีรายได้อยู่ที่ 8.6 พันล้านหยวน+16% YOY (สูงกว่าคาด 2%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 1.6 หยวน +9% YOY (สูงกว่าคาด 3%) อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ใช้รายเดือนอยู่ที่ระดับ 528 ล้านคน (ต่ำกว่าคาด 4%) และยอดใช้จ่ายเฉลี่ยรายเดือนต่อผู้ใช้งานอยู่ที่ระดับ 11.9หยวน (ต่ำกว่าคาดที่ระดับ 12.1 หยวน) โดยในปี 2026 บริษัทคาดรายได้ SUBSCRIPTION จะโตเพียงระดับ MIDSINGLE-DIGIT YOY สะท้อนการชะลอตัวจากที่ตลาดคาดว่าจะโตระดับ 10%-12% YOY การชะลอนี้มาจากการแข่งขันและทำโปรโมชั่นราคาที่มากขึ้นเพื่อตอบโต้คู่แข่งจาก SODA MUSIC


THAI FOCUS
ประเมินความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยท่ามกลางมรสุมราคาน้ำมันและภัยเงียบ STAGFLATION
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง(อาทิ อิหร่าน-สหรัฐฯ) ทำให้เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ จากการประเมินของหลากหลายสถาบันเศรษฐกิจ (เช่น กระทรวงการคลัง, สศช.,ธปท., IMF, WORLD BANK) คาดการณ์ว่า GDP GROWTH ของไทยปีนี้ จะเติบโตเฉลี่ยในระดับที่ค่อนข้างต่ำที่ประมาณ 1.8% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้แสดงความกังวลว่า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อกินเวลา 1 -3 เดือน จะกลายเป็นแรงกดดันให้GDP ไทยเติบโตลดลงเหลือเพียง 1.3 -1.6% เท่านั้นซึ่งหากย้อนกลับไปดูวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนในช่วงต้นปี 2565 ราคาน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ได้ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นในทันที (อยู่ที่ราว 29-31 บาท/ลิตร) เนื่องจากกลไกการอุดหนุนของรัฐผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่การอุดหนุนนั้นมีขีดจำกัด เมื่อเวลาผ่านไป ราคาก็ต้องถูกสะท้อนต้นทุนจริง ทำให้ราคาดีเซลพุ่งไปแตะระดับเกือบ 35 บาท/ลิตร ผลที่ตามมา คือ อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งทะยาน ส่งผลให้กนง. ต้องตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (จาก 0.5% เป็น 0.75% ในเดือน ส.ค. 2565) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ วัฏจักรนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผลกระทบจากสงครามอาจเกิดผลกระทบล่าช้าในช่วงแรก แต่สุดท้ายจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและประชาชนแน่นอน

 


สภาพัฒน์ฯ ได้ประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งดังกล่าว โดยมีสมการตั้งต้น คือ ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นทุก 1 บาท จะกดให้ GDP ไทยลดลง 0.02% โดยแบ่งฉากทัศน์ความรุนแรงออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
• สมมติฐานที่ 1: จบเร็วใน 1 เดือน (ผลกระทบจำกัด) หากสถานการณ์คลี่คลายได้เร็ว เศรษฐกิจโลกจะแค่ชะลอตัวชั่วคราว อัตราเงินเฟ้อไทยอาจเพิ่มขึ้นราว 1% ตลาดทุนมีความผันผวน และเงินบาทอาจอ่อนค่าลงบ้างเป็นบางช่วง
• สมมติฐานที่ 2: ยืดเยื้อ 3 เดือน (เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ STAGFLATION) หากความขัดแย้งกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะทำให้ห่วงโซ่อุปทานชะงัก หลายประเทศอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย สำหรับประเทศไทย มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะ STAGFLATION (CPI ขึ้น +GDP ลง)โดยเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงถึง 2%
• สมมติฐานที่ 3: สงครามขนาดใหญ่และยาวนาน (WORST CASE SCENARIO) แม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย แต่หากสงครามลุกลามบานปลาย ราคาน้ำมันดิบโลกอาจทะลุ 120 เหรียญฯ/บาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้เงินเฟ้อของไทยพุ่งทะลุกรอบเป้าหมายที่ 3%


SYNAPSE STRATEGY
กระแสข่าวสงครามลดลง นักลงทุนเบาใจขึ้น
กระแสข่าวรายวันที่คำเกี่ยวกับสงครามในระบบที่ BLOOMBERG ตรวจจับมาทยอยลดลงทุกวัน ล่าสุดลดลงมาจากจุดสูงสุดตอนเริ่มสงครามต้นเดือน มี.ค. ถึง 77% และใกล้เคียงกับตอนก่อนเกิดสงคราม

 

ขณะที่ดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลงมาราว 1%WTD หนุนให้ FUND FLOW มีโอกาสสลับกลับมาเข้าตลาดหุ้นเอเชียมากขึ้น จะได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติม ต่างกับก่อนหน้าที่ตลาดหุ้นผันผวนและยังต้องขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอีก

และวานนี้เริ่มมีสัญญาณ FUND FLOW ที่ดีขึ้น คือ ต่างชาติขายสุทธิหุ้นเอเชียน้อยลง และสลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยแห่งเดียวในภูมิภาค ด้วยมูลค่า2.4 พันล้านบาท


กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ แนะหุ้นต่างชาติซื้อเด่นช่วงนี้ ชอบ MINT, TRUE, HANA, BJC, SIRI, CENTEL, SCGPรวมถึงหุ้นมีเกาะป้องกัน FED อาจเป็นสายเหยี่ยวมากขึ้น BBL, KTB, SCB

 

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: ทีทีบี จับมือ Schroders เสริมแกร่ง Wealth Ecosystem

ทีทีบี เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Wealth Ecosystem ด้วยแนวคิด Holistic Wealth Solutions พร้อมผนึกกำลังกับ Schroders..

DELTAพาSETทะลวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นใหญ่ หน้าเดิม อย่าง DELTA ก็นำพา SET ทะลุ ทะลวง บวกไป 20 บาท .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้