Market Wrap-Up
- SET วันที่ 17 มี.ค.69 ปิด +28.86 จุด อยู่ที่ 1,433.88 จุด มูลค่าการซื้อขาย 71,255 ลบ.ลบ. ต่างขาติซื้อ 2,431 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 571 ลบ. สถาบันซื้อ 2,318 ลบ. และรายย่อยขาย 5,321 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 691 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTTEP,PTT,SCC,BBL,DELTA และขาย GULF,BH,MINT,ADVANC,BDMS มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,900 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,CN23,MINT โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 21,312 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 24,373 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,892 ลบ.
Market View
- DJIA +0.10%, S&P500 +0.25%, Nasdaq +0.47% ได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน +1.02% หลังราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ปิด +2.9% อยู่ที่ $96.21/บาร์เรล หลังอิหร่านยังโจมตีท่าเรือใน UAE ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบิน & ท่องเที่ยวก็เริ่มฟื้นตัว นำโดย Delta Airlines +6%, American Airlines +3.5% จากคาดการณ์รายได้ไตรมาสปัจจุบันยังเติบโตได้ดี ส่วนกลุ่มการเงินใน S&P500 +0.5% จากฟื้นตัวของหุ้นกลุ่ม Private Credit เช่น Blackstone +4.6%, Apollo Global +5.3% ค่ำวันนี้ติดตามผลการประชุมเฟดซึ่งคาดจะคงดอกเบี้ย และอาจจะเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปหลัง ต.ค. & เดิมคาด ก.ค. นี้ รวมถึง Fed Dot Plot และประมาณการณ์เศรษฐกิจสหรัฐ
- Stoxx600 ยุโรป +0.67% นำโดยกลุ่มสาธารณูปโภค +1.6%, กลุ่มพลังงาน Shell +1.7% หลังราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ +3.2% อยู่ที่ $103.42/บาร์เรล โดยวันพรุ่งนี้ติดตามผลการประชุม ECB คาดจะยังคงดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 0% ซึ่ง LSEG ชี้มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ภายในปีนี้ รวมถึ้งถ้อยแลงของ ปธ.ECB คริสติน ลาการ์ด และการประชุม BOE อังกฤษซึ่งคาดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% เช่นกัน
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัชนีนิเกอิ -0.09% ได้แรงหนุนจากกลุ่มขนส่งทางทะเลและเหมืองแร่ ขณะที่กลุ่มโละที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, ผลิตภัณฑ์เซรามิกปรับลดลง หลังอิหร่านได้ปล่อยให้เรือบางลำสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +1.63% ได้แรงหนุนจาก Samsung Electronics +2.7% หลังบริษัทประกาศเพิ่มกำลังการผลิตหน่วยความจำ HBM เป็น 3 เท่าในปีนี้ และเปิดตัว HBM4E ในงานประชุม GTC และ Hyundai Motor +3.1% จากความร่วมมือกับ Nvidia ในด้านยานยนต์แห่งอนาคต ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.85% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยีจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และ ปธน.ทรัมป์ประกาศเลื่อนเดินทางเยือนจีนออกไปประมาณ 1 เดือน สัปดาห์นี้วันพฤหัสติดตามผลการประชุม BOJ คาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% และวันศุกร์ ธ.กลางจีนเผย LRP 1 ปี, 5 ปี คาดจะคงไว้ที่ 3.0% และ 3.5% ตามลำดับ
- SET +2.05% ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 1 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,431 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 571 ลบ. สถาบันซื้อ 2,318 ลบ. และรายย่อยขาย 5,321 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มปิโตรเคมี +8.3% นำโดย PTTGC +7.8% ที่สามารถใช้วัตถุดิบ Ethane จาก PTT และ Naphtha จากโรงกลั่นของตัวเอง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาของต้นทุนวัตถุดิบที่อยู่ในระดับสูง ส่วน IVL +10.9% ได้ประโยชน์จากสเปรด PET +40% WoW ทางด้านกลุ่มโรงกลั่นก็ปรับขึ้นจากคาดการณ์กำไรในงวด Q1/69 มีโอกาสได้กำไรจากสต็อคน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ขณะที่เม็ดเงินลงทุนเลือกกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยจากปัญหาราคาพลังงาน เช่น อิเล็กทรอนิกส์ และไอซีที ส่วนผลกาประชุม ครม.วานนี้มีมติทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน และกำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 33 บาท/ลิตร ซึ่งยังพอช่วยบรรเทาราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งทางสภาพัฒน์เผยหากสถานการณ์ยืดเยื้อ 1 เดือน และราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น $10/บาร์เรล คาดจะส่งผลกระทบต่อ GDP ไทยราว -0.2% ประเด็นที่ต้องติดตามวันพรุ่งนี้ คือ การโหวตเลือกนายก ฯ และคาดจะได้ ครม.ใหม่เข้าบริหารราชการได้ช่วงต้นเดือน เม.ย
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,420 – 1,430 แนวต้าน 1,440 – 1,450 คาดได้หนุนจากกำไรของกลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมีในงวด Q1/69 มีโอกาสสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ และรอผลการประชุม ธ.กลางหลัก ๆ แนะนำทยอยซื้อ ADVANC,TRUE,KBANK,SCB,KTB,GULF เป็นกลุ่ม Value Stock / เก็งกำไร PTTGC,IVL ได้ประโยชน์จากสเปรดผลิตภัณฑ์ปรับสูงขึ้น
- TFG* (ซื้อเมื่ออ่อนตัว / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 5.85 บาท) ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้โตต่อเนื่อง 10-15% จากการขยายกำลังการผลิตในเวียดนาม และธุรกิจไก่ในประเทศ พร้อมตั้งงบประมาณไว้ที่ 4 พันล้านบาท ทั้งการขยายสาขา Thai Foods Fresh Market (2.35 พันล้านบาท) จาก 615 สาขาในปี 68 เป็น 850 สาขา ภายในสิ้นปี 69 ซึ่งช่องทางค้าปลีกมี margin ที่สูง รองรับการเนื้อสัตว์ภายในกลุ่มที่ปัจจุบันไม่มีการขายหมูเป็นแล้ว คาดสัดส่วนรายได้ของร้าน retail เพิ่มเป็น 50% จาก 38% ในส่วนต่างประเทศมีแผนรุกตลาดเวียดนามขยายฐานลูกค้า โดยบริษัทจะเริ่มก่อสร้างโรงอาหารสัตว์ และขยายธุรกิจไก่ เพิ่มเติมจากธุรกิจสุกรที่มีอยู่แล้ว ขณะเดียวกันแนวโน้มวัตถุดิบในปี 69 ทำสัญญาล็อกราคาวัตถุดิบไว้แล้วประมาณ 60-70% ช่วยบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุน คาด GPM ในปี 69 ลดลงจากฐานที่สูงของปีก่อนตามราคาเนื้อสัตว์ แต่ยังอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 15% และมีเสถียรภาพมากขึ้นจากธุรกิจ retail ทั้งนี้ในปี 69-70 อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรสุทธิ 2 พันล้านบาท -16%YoY และ 6.7 พันล้านบาท +8%YoY
- TMAN* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 16.73 บาท) กำไรสุทธิปี68 อยู่ที่ 523 ลบ. +16%YoY โดยหักตัดรายการพิเศษบวก(ค่าสินไหมทดแทนจากอัคคีภัย) กำไรจะ +6% หนุนด้วยรายได้ +13%YoY โตได้เด่นผ่านลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาล และลูกค้ากลุ่มค้าปลีก ส่วนการดำเนินงานในช่วง 1Q69 คาดว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดีตามสภาพอากาศที่มีฝุ่นมากและรับรู้รายได้จากธุรกิจ DBU ใหม่ ด้าน TMAN* เอง ตั้งเป้าหมายรายได้ปี69 +10-15%/เป้ารายได้ปี72 ที่ 4,000 ลบ. ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ TMAN* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 515 ลบ.(-2%YoY/แต่หากตัดรายการพิเศษในปี68 ออกจะ +8%YoY) และ 569 ลบ.(+10%YoY)
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI เม.ย. +$2.71 อยู่ที่ $96.21 / บาร์เรล, Brent พ.ค. +$3.21 อยู่ที่ $103.42/บาร์เรล หลังอิหร่านโจมตีท่าเรือฟูไจราห์ของ UAE ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันต้องหยุดชะงัก ขณะที่ชาติพันธมิตรของสหรัฐยังตอบปฏิเสธคำขอให้ส่งเรือรบร่วมคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
Gold Update(+)Comex Gold เม.ย.+$6.00 อยู่ที่ $5,008.20 /ออนซ์ โดยนักลงทุนยังรอผลการประชุมเฟดวันที่ 17 – 18 มี.ค. ซึ่งเฟดมีโอกาสตรึงดอกเบี้ยสูงต่อไป หลังเงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นคามราคาน้ำมันดิบ
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +25.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +74.97 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -40.0 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -9.43 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 32.36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.204 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -14 จุด อยู่ที่ 2,024
(-) BitCoin เช้านี้ -1.88% อยู่ที่ 73,862 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
18 มี.ค. ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท.แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ต่างประเทศ
18 มี.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ก.พ.)
US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ก.พ.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
19 มี.ค. EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป
US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC
US ยอดขายบ้านใหม่(ม.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio March 2026: TFM*, CRC, GPSC*, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th