สงครามยังยืดเยื้อ แต่ตลาดหุ้นไม่ตอบสนอ
HORIZON MARKET VIEW
• สงครามสหรัฐฯ - อิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 17 พร้อมกับยังไม่มีท่าทีจะสิ้นสุดลง แต่เห็นพัฒนาการดูนิ่งขึ้น (ชั่วคราว) หลังสหรัฐฯ ยังไม่เดินหน้าโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่านในเกาะ KHARG (รองรับการส่งออกน้ำมันเกือบ 90% ของอิหร่าน และส่งออกน้ำมันได้สูงถึง 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน) อีกทั้ง สหรัฐฯ กำลังอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้มีการจัดส่งน้ำมันแก่ส่วนที่เหลือของโลก
• วานนี้ราคาน้ำมันดิบ BRENT ยืนอยู่บริเวณ 100.9 เหรียญฯ/บาเรล ขณะที่ดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้น S&P 500 (VIX INDEX) ย่อตัวลงกว่า 13.5% หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นราว 0.8% - 1.2% ส่วนตลาดหุ้นไทยมีแรงเทขายจากต่างชาติราว 5.2พันล้านบาท และนับตั้งแต่ต้นเดือน 3.9 หมื่นล้านบาท (MTD) ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันให้SET ขยับขึ้นได้ยาก แต่ในวันนี้มีโอกาสเห็นการรีบาวด์ตามตลาดหุ้นโลก
REGION RADAR
• BYD (1211 HK) ได้รับคำสั่งซื้อส่งออกจากโรงงานในบราซิลเพิ่มอีกกว่า 1 แสนคัน กลยุทธ์เน้นบุกตลาดต่างประเทศเพื่อชดเชยยอดขายในจีนที่ชะลอตัวจากสงครามราคา โดยตั้งเป้าส่งออกรวมปีนี้ที่ 1.3ล้านคัน
• HUA HONG SEMICONDUCTOR (1347 HK) บริษัทในเครือเตรียมผลิตชิป AI ระดับ 7NM ที่โรงงานในเซี่ยงไฮ้ถือเป็นก้าวสำคัญที่บริษัทสามารถผลิตชิปต่ำกว่าระดับ 10NM ได้เป็นครั้งแรก สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในยามที่มีข้อจำกัดจากฝั่งตะวันตก
THAI FOCUS
•ราคาน้ำมันโลกพุ่ง หนุนราคาน้ำมันไทยปรับขึ้นตาม ซึ่งรัฐฯ พยายามคุมไว้ไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร ทั้งที่ราคาจริงอยู่ที่48.25 บาท ส่งผลให้สถานะกองทุน ติดลบ 12,605 ล้านบาท (ณ 15 มี.ค. 69) ทำให้ระดับหนี้สาธารณะในอนาคต อาจสูงขึ้นจนชนเพดานกฎหมายที่ 70%
• ส่วน TIMELINE การจัดตั้งรัฐบาลเตรียมได้รัฐบาลใหม่เริ่มทำงานเต็มรูปแบบ พ.ค.69 แต่จุดเสี่ยง คือ ต้องจับตาคำสั่งศาล (17-18 มี.ค.)กรณีฟ้องร้อง กกต. เรื่องบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพการจัดตั้งรัฐบาล
SYNAPSE STRATEGY
• สงครามอิหร่านเข้าสัปดาห์ที่ 3 เกิด OIL SHOCK แต่เริ่มตลาดหุ้นเริ่มไม่ได้ SHOCK ตาม คือ 1. ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ไมทำจุดต่ำสุดใหม่แม้สงครามยังอยู่ 2. ความกลัวของนักลงทุนลดลง สะท้อนจาก VIXINDEX เหลือ 23 จากจุดสูงสุดที่ 35 และทองคำทยอยปรับตัวลงเรื่อยๆ 3. หุ้นขึ้นกระจายตัวไม่กระจุกอยู่แค่กลุ่มพลังงาน
• กลยุทธ์แนะนำเก็งกำไรหุ้น ANTI-COMMODITY ที่ถูกกดมาลึก หวังรีบาวน์สั้นๆ DAL US, NCLH US, BKNG80 หุ้นไทย GULF,GPSC, CBG, IVL, SCGP, SCC, MINT, BH, BDMS
HORIZON MARKET VIEW
ตลาดหุ้น REBOUND แต่อาจมีกรอบจำกัด
สงครามสหรัฐฯ - อิหร่านยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 17 พร้อมกับยังไม่มีท่าทีจะสิ้นสุดลง แต่เห็นพัฒนาการดูนิ่งขึ้น(ชั่วคราว) หลังสหรัฐฯ ยังไม่เดินหน้าโจมตีโครงสร้างพลังงานของอิหร่านในเกาะ KHARG (รองรับการส่งออกน้ำมันเกือบ 90% ของอิหร่าน และส่งออกน้ำมันได้สูงถึง 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน) อีกทั้ง สหรัฐฯ กำลังอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้มีการจัดส่งน้ำมันแก่ส่วนที่เหลือของโลกในแง่มุมของผลตอบแทนของสินทรัพย์ต่างๆ วานนี้ราคาน้ำมันดิบ BRENT ยืนอยู่บริเวณ 100.9 เหรียญฯ/บาเรลขณะที่ดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้น S&P 500 (VIX INDEX) ย่อตัวลงกว่า 13.5% หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นราว 0.8% -1.2% ส่วนตลาดหุ้นไทยมีแรงเทขายจากต่างชาติราว 5.2 พันล้านบาท และนับตั้งแต่ต้นเดือน 3.9หมื่นล้านบาท (MTD) ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันให้ SET ขยับขึ้นได้ยาก แต่ในวันนี้มีโอกาสเห็นการรีบาวด์ตามตลาดหุ้นโลก
อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันดิบโลกยังยืนอยู่ในระดับสูง ต้องจับตาผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชียที่มีการขาดดุลการค้ากลุ่มพลังงานเทียบกับ GDP สูงๆ (นำเข้า > ส่งออก) อาทิ ไทย -7.8%,เกาหลีใต้-5.9%, ฟิลิปปินส์ -4.2%, ญี่ปุ่น -3.9%, จีน -2.4% เป็นต้น
จากแบบจำลอง BECO คาดผลกระทบของ OIL SHOCK เพิ่มขึ้น 20 เหรียญฯ /บาเรล (จาก 83 เป็น 103) เสี่ยงกดดัน GDP สหรัฐฯ ใน 1Q69 ราว -0.05%QOQ ขณะที่ประเทศอื่นๆ กระทบเศรษฐกิจเฉลี่ยราว -0.2%QOQ
REGION RADAR
จับตา 2 หุ้นเด่นฝั่งฮ่องกง เมื่อ BYD ติดปีก บุกตลาดโลก และ HUA HONG ทะลวงขีดจำกัดชิป7NM
การที่ BYD ได้รับคำสั่งซื้อลอตใหญ่ถึง 100,000 คันจากอาร์เจนตินาและเม็กซิโก โดยใช้ฐานการผลิตจากโรงงานในบราซิล ถือเป็นหมากรุกที่ชาญฉลาดและส่งผลบวกอย่างมีนัยฯต่อโครงสร้างธุรกิจ
• หนีสภาวะ RED OCEAN ในประเทศ : ปัจจุบันตลาด EV ในจีนเผชิญกับภาวะชะลอตัวและการหั่นราคา ที่รุนแรงมาก การเร่งรุกตลาดส่งออกจึงเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดี ช่วยลดการพึ่งพายอดขายในประเทศที่อัตรากำไรเริ่มบางลง
• อัตรากำไร (MARGIN) ที่สูงกว่า : โดยทั่วไปแล้ว รถยนต์ EV ที่ส่งออกไปขายต่างประเทศมักจะสามารถตั้งราคาขายและทำอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงกว่าการขายในประเทศจีน การตั้งเป้าส่งออกให้ถึง 1.3 ล้านคันในปีนี้ จึงเป็น KEY DRIVER สำคัญที่จะช่วยพยุงและขยายกำไรสุทธิของบริษัทได้
• กลยุทธ์ LOCALIZATION ทลายกำแพงภาษี : การตั้งโรงงานในบราซิลและใช้เป็นฐานส่งออกไปยังประเทศในแถบละตินอเมริกา เป็นการหลีกเลี่ยงผลกระทบจากกำแพงภาษีนำเข้าที่ชาติตะวันตก (เช่นสหรัฐฯ และยุโรป) กำลังเพ่งเล็งรถยนต์นำเข้าจากจีนโดยตรง นอกจากนี้ เม็กซิโกยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่อาจใช้เป็นสปริงบอร์ดในการเจาะตลาดอเมริกาเหนือในอนาคตได้อีกด้วย
ส่วนอีก 1 หุ้นอย่าง HUA HONG SEMICONDUCTOR ที่มีการขยับเข้าสู่กระบวนการผลิตชิประดับ 7 นาโนเมตร (7NM) ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ จากเดิมที่มักจะถูกมองว่าเป็นผู้ผลิตชิปรุ่นเก่าที่ระดับ 28NMขึ้นไป
• ยกระดับ VALUATION และศักยภาพการทำกำไร : การก้าวข้ามขีดจำกัดระดับต่ำกว่า 10NMทำให้ HUA HONG สามารถขยับขึ้นไปแข่งขันในตลาดชิปขั้นสูงที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่า ซึ่งโดยปกติแล้วธุรกิจ FOUNDRY ที่ผลิตชิปขั้นสูงได้มักจะได้รับการประเมินมูลค่าจากตลาดที่สูงกว่าผู้ผลิตชิปรุ่นเก่า
• จับเทรนด์ AI ที่กำลังเติบโตระเบิด : เป้าหมายในการผลิตชิป 7NM ครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่ "ชิป AI" ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการสูงที่สุดในตลาดเทคโนโลยีปัจจุบัน หากทำได้สำเร็จและได้ YIELD ที่น่าพอใจ บริษัทจะมีรายได้ใหม่ก้อนใหญ่เข้ามารองรับทันที
• ผู้ชนะจากการพึ่งพาตนเอง : ภายใต้แรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ และการกีดกันการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงจากสหรัฐฯ จีนมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องพึ่งพาซัพพลายเชนภายในประเทศการที่ HUA HONG สามารถพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงได้ จะทำให้บริษัทกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของบริษัทเทคโนโลยีในจีน (เช่น BAIDU, ALIBABA, TENCENT) ที่ต้องการผลิตชิป AI โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงงานในไต้หวันหรือเกาหลีใต้เพียงอย่างเดียว
THAI FOCUS
สถานการณ์สำคัญในประเทศ : กองทุนน้ำมันติดลบ และจับตาการตั้งรัฐบาลใหม่
หลังจากที่เกิดภาวะสงครามในตะวันออกกลาง และการขนส่งน้ำมันทางเรือผ่านช่องแคป HORMUZ ทำได้ยาก หนุนให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้นทะลุ 100 เหรียญฯ/บาร์เรล และเกิด SUPPLY SHORTAGEโดยเฉพาะแถบเอเชีย ซึ่งกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศโดยตรง โดยเฉพาะดีเซล ซึ่งรัฐบาลมีความพยายามที่จะตรึงราคาดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร (ปัจจุบันอยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร) ซึ่งในความเป็นจริง ถ้ารัฐไม่เข้ามาช่วย ราคาดีเซลจะพุ่งไปถึง 48.25 บาทต่อลิตร เพื่อให้ราคาอยู่ในระดับนี้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องจ่ายเงินชดเชยให้สูงมาก โดยในช่วงกลางเดือน มี.ค.69 ต้องชดเชยสูงถึงประมาณ 18-20บาทต่อลิตร ทำให้สถานะของกองทุนน้ำมันฯ ล่าสุด (ณ วันที่ 15 มี.ค.69) -12,605 ล้านบาท
ส่วนระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยล่าสุดอยู่ระดับ 66% ซึ่งถือว่าขยับเข้าใกล้ "เพดานหนี้" ที่กฎหมายกำหนดไว้สูงสุดที่ 70% ซึ่งถ้ารัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม จะยังกู้ได้อีกเท่าไหร่? คำตอบ ขึ้นอยู่กับการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) หากเศรษฐกิจไทยไม่เติบโตเลย (โต 0%) รัฐบาลจะยังสามารถกู้เงินเพิ่มได้อีกราวๆ 7.7 แสนล้านบาทก่อนจะชนเพดาน แต่ถ้าเศรษฐกิจโตได้บ้าง ก็จะมีช่องว่างให้กู้ได้มากขึ้น จึงจะเห็นว่ารัฐบาลมีพื้นที่จำกัดในการใช้จ่ายเงินหรือกู้ยืมเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ
ส่วนเรื่องการเมืองไทย TIMELINE การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่กำลังเดินหน้าและอาจจะเสร็จสิ้นเร็วกว่ากำหนดการเดิม โดยมีกำหนดการสำคัญดังนี้
• กลางเดือน มี.ค. 69 : เริ่มต้นด้วยรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา (14 มี.ค.) ตามด้วยการเลือกประธานสภาฯ(15 มี.ค.) และที่สำคัญที่สุดคือ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค.
• เดือน เม.ย. 69 : คาดว่าจะสามารถจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในช่วงต้นเดือน และถวายสัตย์ปฏิญาณพร้อมแถลงนโยบายในช่วงปลายเดือน
• เดือน พ.ค. 69 : รัฐบาลใหม่เริ่มบริหารประเทศอย่างเต็มรูปแบบอย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการจัดตั้งรัฐบาลที่ดูราบรื่น ยังมีคดีร้อนที่ต้องจับตา คือ กรณีการฟ้องร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องการพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ และศาลรัฐธรรมนูญ มีกำหนดนัดพิจารณาและฟังคำสั่งในช่วงวันที่ 17-18 มี.ค.69 ซึ่งผลของคดีอาจสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองได้
SYNAPSE STRATEGY
3 สัญญาณ OIL SHOCK แต่ตลาดหุ้นไม่ค่อย SHOCK หวังรีบาวน์
สงครามอิหร่านเข้าสัปดาห์ที่ 3 เกิด OIL SHOCK แต่เริ่มตลาดหุ้นเริ่มไม่ได้ SHOCK ตาม โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้
1. ความกลัวของนักลงทุนลดลง สะท้อนจาก VIX INDEX เหลือ 23 จากจุดสูงสุดที่ 35 (ช่วงก่อนสงครามอิหร่านสหรัฐ อยู่ที่ 19)รวมถึงสินทรัพย์ปลอดภัย อย่าง ราคาทองคำทยอยปรับตัวลงเรื่อยๆ
2. ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ไมทำจุดต่ำสุดใหม่ แม้สงครามยังอยู่ อาทิ DOW JONES, S&P500, DAX, NIKKEIฯลฯ
3. หุ้นขึ้นกระจายตัวไม่กระจุกอยู่แค่กลุ่มพลังงาน รวมถึงหุ้น ANTI-COMMODITY เริ่มฟื้นแรงในวานนี้
กลยุทธ์แนะนำเก็งกำไรหุ้น ANTI-COMMODITY ที่ถูกกดมาลึก หวังรีบาวน์สั้นๆ DAL US, NCLH US,BKNG80 หุ้นไทย GULF, GPSC, CBG, IVL, SCGP, SCC, MINT, BH, BDMS
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์