สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(17 มีนาคม 2569)------------------บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term Rating) ของบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC ที่ ‘A(tha)’ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-term Rating) ที่ ‘F1(tha)’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่มีประกันและไม่ด้อยสิทธิ ที่ ‘A(tha)’ โดยแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
อันดับเครดิตของ SCCC สะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจในฐานะผู้ผลิตปูนซีเมนต์ระดับภูมิภาคที่มีสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในตลาดหลักที่บริษัทฯดำเนินงาน โดยเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่อันดับสองของประเทศไทยและเวียดนามตอนใต้ และเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศศรีลังกา อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแรงของบริษัทฯ ซึ่งจะช่วยรองรับค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจซึ่งอาจส่งผลกระทบกับบริษัทฯ
แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพสะท้อนถึงความคาดหวังของฟิทช์ว่า สถานะทางการเงินของบริษัทฯ จะยังคงแข็งแกร่งและสอดคล้องกับอันดับเครดิตในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ผลประกอบการที่มีความมั่นคงต่อความผันผวนและความสามารถในการรองรับหนี้สินเพิ่มเติมโดยไม่กระทบต่ออันดับเครดิต (Rating Headroom) ที่อยู่ในระดับสูง จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินเพื่อรองรับค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต
ความสามารถในการรองรับการลงทุนที่สูงขึ้น: ฟิทช์คาดว่า SCCC จะสามารถบริหารแผนค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยฟิทช์ประเมินที่ประมาณ 4.5 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2569–2571 (2568: 3.9 พันล้านบาท) ขณะที่ยังสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินไว้ที่ประมาณ 1.2 เท่า (2568: 1.1 เท่า) ซึ่งต่ำกว่าระดับ 2.3 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ฟิทช์อาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิต และยังคงความสามารถในการรองรับหนี้สินเพิ่มเติม
ความยืดหยุ่นของค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน: ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตจะเป็นสัดส่วนหลักของแผนค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งบริษัทฯสามารถปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ตามสภาวะตลาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนที่จำเป็นและไม่สามารถยกเลิกได้ (Committed capex) จะอยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านบาทต่อปี โดยส่วนใหญ่ใช้เพื่อการบำรุงรักษาและโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวยังมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิตและสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืน ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนขนาดใหญ่ที่อยู่ในแผนการลงทุนของบริษัทฯ ได้แก่ การขยายกำลังการผลิตปูนเม็ดในเวียดนามตอนใต้ ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการอนุมัติการลงทุน ทั้งนี้การตัดตินใจลงทุนจะพิจารณาจากการฟื้นตัวของความต้องการปูนซีเมนต์ในประเทศเวียดนาม
ผลกระทบจากความขัดแย้งในอิหร่าน: ฟิทช์คาดว่าความขัดแย้งในอิหร่านจะไม่ยืดเยื้อ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่สงครามยืดเยื้อและส่งผลให้ราคาถ่านหินยังคงอยู่ในระดับสูง ผลกระทบต่อ SCCC อาจเป็นบวกเล็กน้อย เนื่องจากกำไรที่สูงขึ้นจากธุรกิจถ่านหินจะช่วยชดเชยอัตรากำไรที่ลดลงในธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างของบริษัทฯ
EBITDA margin มีความมั่นคง: ฟิทช์คาดว่า SCCC จะมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท และอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้ (EBITDA margin) จะคงที่ที่ประมาณร้อยละ 20 ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า (2568: ร้อยละ 20) มาตรการลดต้นทุน เช่น การบริหารต้นทุนคงที่ การลดสัดส่วนการใช้ปูนเม็ด และการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกเพิ่มขึ้น จะช่วยชดเชยอัตรากำไรที่ลดลงจากธุรกิจถ่านหิน ภายใต้สมมุติฐานของฟิทช์ว่าราคาถ่านหินจะปรับตัวลดลง
สถานะทางการตลาดและการกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์: สถานะเครดิตโดยลำพังของ SCCC ที่ ‘a(tha)’ สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดในฐานะผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่อันดับสองของประเทศไทย ด้วยชื่อเสียงและตราสินค้าของบริษัทฯ ที่แข็งแกร่งและความยืดหยุ่นในการปรับราคาสินค้า แม้การแข่งขันจะรุนแรงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ยังเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในประเทศศรีลังกาและเป็นผู้ผลิตปูนเม็ดเพียงรายเดียวในศรีลังกา รวมถึงเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่อันดับสองในเวียดนามตอนใต้ สถานะทางการตลาดในต่างประเทศที่เข็มแข็ง และยอดขายส่งออกจากธุรกิจถ่านหิน ช่วยเพิ่มการกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์
อันดับเครดิตสะท้อนสถานะเครดิตโดยลำพัง: อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ SCCC ที่ ‘A(tha)’ สะท้อนถึงสถานะเครดิตโดยลำพังของบริษัทฯ ฟิทช์ประเมินว่าสถานะทางเครดิตของบริษัทแม่ในลำดับสูงสุด ซึ่งได้แก่ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด หรือ BBTV อยู่ในระดับใกล้เคียงกับ SCCC และไม่ได้จำกัดสถานะเครดิตโดยลำพังของบริษัทลูก ตามหลักเกณฑ์การจัดอันดับของฟิทช์ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูก (Parent and Subsidiary Linkage Rating Criteria) สถานะเครดิตโดยลำพังของ SCCC พิจารณาจากสถานะทางธุรกิจในฐานะผู้ผลิตปูนซีเมนต์ระดับภูมิภาคขนาดเล็กที่มีสถานะทางการตลาดแข็งแกร่งในตลาดหลัก และการกระจายความเสี่ยงไปสู่ธุรกิจถ่านหิน
การกำหนดอันดับเครดิตโดยสรุป
SCCC มีอันดับเครดิตในระดับเดียวกับบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP (A(tha)/Stable; สถานะเครดิตโดยลำพัง: a(tha)) ซึ่งเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน กระแสเงินสดของ SCCC มีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากกว่า SCGP เนื่องจาก SCCC มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ SCGP ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีความทนทานมากกว่า ซึ่งสร้างกระแสเงินสดได้สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนหนี้สินของ SCCC ที่ต่ำกว่า SCGP ได้ช่วยชดเชยสถานะทางธุรกิจที่อ่อนแอกว่า ส่งผลให้อันดับเครดิตอยู่ในระดับเดียวกัน
SCCC มีขนาดธุรกิจใหญ่กว่าบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG (A-(tha)/Stable) ซึ่งเป็นผู้ผลิตฉนวนยางกันความร้อน/เย็นจากยางสังเคราะห์ประเภท EPDM รวมถึงผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์และชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับรถยนต์ ทั้งในเชิงรายได้และ EBITDA แม้ EPG จะมีธุรกิจปลายทางและกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายกว่า แต่ถูกลดทอนโดยสถานะผู้นำตลาดของ SCCC ในธุรกิจปูนซีเมนต์ในประเทศไทย ศรีลังกา และเวียดนามตอนใต้ สถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งกว่าของ SCCC และระดับอัตราส่วนหนี้สินที่ใกล้เคียงกัน ส่งผลให้อันดับเครดิตของ SCCC สูงกว่า EPG อยู่หนึ่งอันดับ
สมมติฐานที่สำคัญของฟิทช์ที่ใช้ในการประมาณการ
- รายได้ลดลงร้อยละ 2 ในปี 2569 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1-2 ในปี 2570-2571;
- ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยสอดคล้องกับสมมติฐานราคาถ่านหินของฟิทช์สำหรับดัชนี Newcastle 6000 ดังต่อไปนี้ 90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตันในปี 2569-2570 และ 85 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตันในปี 2571-2572;
- EBITDA margin คงที่ระดับร้อยละ 20 ในปี 2569-2571;
- ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนรวม 1.3 หมื่นล้านบาทในช่วงปี 2569-2571;
- อัตราการจ่ายเงินปันผลต่อกำไรสุทธิ (Dividend Payout) อยู่ในระดับร้อยละ 90
ปัจจัยที่อาจมีผลกับอันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยลบ:
- การที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือการมีค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนโดยใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้ในระดับสูง รวมถึงการจ่ายเงินปันผลจำนวนมาก ส่งผลให้ EBITDA net leverage อยู่ในระดับสูงกว่า 2.3 เท่า อย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยบวก:
- ฟิทช์ไม่คาดว่าจะมีการปรับเพิ่มอันดับเครดิตในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจาก SCCC มีขนาดธุรกิจที่ค่อนข้างเล็กและการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจที่ต่ำกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทที่มีอันดับเครดิตสูงกว่า
สภาพคล่อง
SCCC มีสภาพคล่องอยู่ในระดับที่ดี โดยมีหนี้ที่จะครบกำหนดชำระในปี 2569 จำนวน 6.5 พันล้านบาท หนี้ส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนจากธนาคาร ฟิทช์เชื่อว่าเงินกู้ยืมระยะสั้นดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะได้รับการต่ออายุ เนื่องจากบริษัทฯ มีวงจรเงินสดที่สม่ำเสมอ สภาพคล่องยังได้รับการสนับสนุนจากวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนประเภทไม่สามารถยกเลิกได้ (Committed revolving credit facilities) ประมาณ 6 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีความสามารถในการรีไฟแนนซ์ที่แข็งแกร่ง โดยได้รับการสนับสนุนจากความสามารถในการเข้าถึงตลาดตราสารหนี้ในประเทศและแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน