Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

48

 

ตลาดหุ้นรอเลือกทาง งงงวยกับสงคราม

HORIZON MARKET VIEW
• สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวลง ซึ่งล่าสุดมีการปรับลดคาดการณ์ GDP GROWTH ใน 4Q68 ของสหรัฐฯ ขยายตัว 0.7%QOQ จากภาคการบริโภคที่อ่อนแอลง
• ประเด็นสงครามสหรัฐฯ –อิหร่าน ยังคงร้อนระอุ ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 16 และไม่มีสัญญาณว่าความขัดแย้งจะลดลง อีกทั้ง สหรัฐฯ ยังยกระดับความรุนแรงมากขึ้น หลังโจมตีเกาะKHARG ของอิหร่าน (รองรับการส่งออกน้ำมันเกือบ 90% ของอิหร่าน และส่งออกน้ำมันได้สูงถึง 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน) ผลักราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่งทะลุ 100 $/BBL.
• ในสัปดาห์นี้มีการประชุมธนาคารกลางสำคัญต่างๆ เริ่มด้วยวันที่ 18 มี.ค. 69 มีกำหนดประชุม FED (คาดคงดอกเบี้ย 3.75%) และต่อมาวันที่ 19 มี.ค. 69 มีกำหนดประชุมECB, BOE, BOJ (คาดคงดอกเบี้ย 2.0%, 3.75%, 0.75% ตามลำดับ)

 


REGION RADAR
• สัปดาห์นี้ (16-20 มี.ค.) มีหุ้นน่าสนใจหลายบริษัทที่เตรียมรายงานงบ อาทิ กลุ่มหุ้นจีน: ALIBABA, TENCENT, XPENG, ATOUR LIFESTYLE, GDS HOLDINGS, VNETและกลุ่มชิปหน่วยความจำ:MICRON
• NVIDIA GTC 2026 เริ่มวันที่ 16-19 มี.ค. นี้ นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม AI และSEMICONDUCTOR เพราะเป็นเวทีที่ JENSEN HUANG ใช้ประกาศ ROADMAP เทคโนโลยีใหม่ของบริษัท


THAI FOCUS
• ประเด็นการเมืองไทยเดินหน้ามาถึงขึ้นตอนประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 15มี.ค. 69 ผ่านมา ก่อนที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 19 มี.ค. 69
• อย่างไรก็ตาม วันที่ 18 มี.ค. 69 จับตา ศาล รธน.จะรับคำร้องคดีบัตรเลือกตั้งปี 2569 ที่อาจขัดรัฐธรรมนูญไว้พิจารณาหรือไม่ หากศาลวินิจฉัยว่า บัตรเลือกตั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะได้ ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงกดดัน SET ได

 

SYNAPSE STRATEGY
• ค่าเงินในภูมิภาคอ่อนค่ารุนแรงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดFUND FLOW ไหลออกทั่วทั้งภูมิภาค (ไต้หวัน, เกาหลีใต้, อินเดีย,อินโดนีเซีย) รวมถึงไทยเช่นกัน ทั้งหุ้น (3.3 หมื่นล้านบาท) และตราสารหนี้ (3.4 หมื่นล้านบาท)
• กลยุทธ์ในวันที่ต่างชาติขายภาพใหญ่ แต่ยังเลือกเก็บหุ้นบางตัวในเดือนนี้อาทิ พลังงาน : PTTEP ค้าปลีก/บริโภค: CPALL, CPNท่องเที่ยว : AOT, MINT, CENTEL และ กลุ่มรับข่าวสงครามไปมากแล้ว: GULF, PTTGC, IVLแนะนำทยอยสะสมได้


HORIZON MARKET VIEW
ความไม่แน่นอนยังไม่ซา
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกถูกแรงเทขายลดความเสี่ยง โดยในฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป -0.3% ถึง -0.9%ส่วนฝั่งเอเชีย -0.1% ถึง -3.1% ท่ามกลางปัจจัยแวดล้อมที่เต็ไปด้วยความไม่แน่นอนเริ่มจากสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวลงซึ่งล่าสุดมีการปรับลดคาดการณ์ GDP GROWTH ใน 4Q68ของสหรัฐฯ ขยายตัว 0.7%QOQ จากภาคการบริโภคที่อ่อนแอลง (CONSUMER SPENDING โตต่ำ) ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาสก่อนหน้าขยายตัว 4.4%QOQ


นอกจากนี้ประเด็นสงครามสหรัฐฯ –อิหร่าน ยังคงร้อนระอุยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 16และไม่มีสัญญาณว่าความขัดแย้งจะลดลง ซึ่งสหรัฐฯ – อิสราเอลโจมตีเป้าหมายในอิหร่านกว่า 15,000 จุดตั้งแต่เริ่มสงคราม อีกทั้ง สหรัฐฯ ยังยกระดับความรุนแรงมากขึ้น หลังโจมตีเกาะ KHARG ของอิหร่าน (รองรับการส่งออกน้ำมันเกือบ 90% ของอิหร่าน และส่งออกน้ำมันได้สูงถึง 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน)ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ยืดเยื้อ ผลักราคาน้ำมันดิบ BRENT (+) พุ่งทะลุ 100 $/BBL. รวมถึง BOND YIELD สหรัฐฯ(+) เพราะกังวลเงินเฟ้อสูงขึ้นและ FED ไม่ลดดอกเบี้ย พร้อมกับหนุนเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างDOLLAR (+) แต่เป็นลบ (-) ต่อราคาทองคำ, ตลาดหุ้น
ขณะที่ประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1) การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในอิหร่าน อาจทำให้น้ำมันพุ่งแตะ 200 เหรียญฯ/บาเรล, 2) ระยะเวลาขัดขวางการเดินเรือมผ่านช่อแคบฮอร์มุซ โดย BLOOMBERG คาดว่าหากช่องแคบฮอร์มุซปิด 1 เดือน จะดันราคาน้ำมันดิบอบู่บริเวณ105เหรียญฯ/บาเรล และในกรณีเลวร้ายหากปิดนาน 3 เดือน อาจดันราคาน้ำมันพุ่ง 164 เหรียญฯ/บาเรล, 3) การตอบรับเข้าร่วมของแต่ละประเทศต่างๆ ในการป้องกันการปิดช่อแคบฮอร์มุซ


อีกประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ คือ การประชุมธนาคารกลางสำคัญต่างๆ เริ่มด้วยวันที่ 18 มี.ค. 69 มีกำหนดประชุม FED (คาดคงดอกเบี้ย 3.75%) ซึ่งจะมีการเผย DOT PLOT หากมีแนวโน้ม HAWKISH มากขึ้นจากความกังวลเงินเฟ้อสูงกว่ากรอบเป้าหมาย เนื่องด้วยผลกระทบของสงคราม ผลักราคาน้ำมันพุ่ง อาจทำให้BOND YIELD สหรัฐฯ ขยับขึ้น, DOLLAR แข็งค่า, กดดันเงินบาทอ่อนค่า รวมถึงตลาดหุ้น (-) และต่อมาวันที่ 19มี.ค. 69 มีกำหนดประชุม ECB, BOE, BOJ (คาดคงดอกเบี้ย 2.0%, 3.75%, 0.75% ตามลำดับ)


REGION RADAR


สัปดาห์การรายงานผลประกอบการของหุ้นจีน
สัปดาห์นี้ (16-20 มี.ค.) มีหุ้นน่าสนใจหลายกลุ่มที่เตรียมรายงานงบ อาทิ กลุ่มหุ้นจีน: ALIBABA, TENCENT,XPENG, ATOUR LIFESTYLE, GDS HOLDINGS, VNET กลุ่มชิปหน่วยความจำ: MICRON กลุ่มอุปกรณ์กีฬา: LULULEMON และกลุ่มพลังงานนิวเคลียร์: OKLO

NVIDIA จัดงาน GTC ประจำปี 2026 เริ่มวันนี้
NVIDIA GTC 2026 เริ่มวันที่ 16-19 มี.ค. นี้นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม AI และSEMICONDUCTOR เพราะเป็นเวทีที่ JENSEN HUANG ใช้ประกาศ ROADMAP เทคโนโลยีใหม่ของบริษัทตั้งแต่ชิป AI รุ่นถัดไป รวมถึงความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งมักสะท้อนทิศทางการลงทุนด้าน AI INFRASTRUCTURE ในอีกหลายปีข้างหน้า สำหรับนักลงทุนแล้วงานนี้จึงเปรียบเสมือน “AISUPER BOWL” ที่บอกได้ว่าการลงทุนใน DATA CENTER, AI CHIPS และ ECOSYSTEM จะไปในทิศทางไหน โดยเฉพาะประเด็นที่ตลาดจับตา อาทิการเปิดตัวชิป AI สำหรับ INFERENCE รุ่นใหม่ การพัฒนาแพลตฟอร์ม AI สำหรับ DATA CENTER และทิศทางของเทคโนโลยีอย่าง ROBOTICS ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก นอกจากนี้ การประกาศ ROADMAP ของผลิตภัณฑ์และพันธมิตรใหม่ในงาน GTC มักมีผลต่อ ทั้ง SUPPLY CHAIN ของ AI ตั้งแต่ผู้ผลิตชิป ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงผู้ให้บริการคลาวด์ ส่งผลให้งาน GTC กลายเป็นหนึ่งในงานที่นักลงทุนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก


THAI FOCUS
จับตาการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่
ประเด็นการเมืองไทยเดินหน้ามาถึงขึ้นตอนประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.69 ผ่านมา อย่างไรก็ดี ระหว่างทางก่อนที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค. 69 ยังต้องจับตา 2 เรื่อง ได้แก่
1. ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัด 17 มี.ค.ฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง คดีฟ้องประธาน กกต.กับพวกรวม 8คน ปมสั่งพิมพ์บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด
2. ศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุม 18 มี.ค. พิจารณาว่าจะรับคำร้องคดี “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตร
เลือกตั้ง” ไว้พิจารณาหรือไม่
ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ ศาล รธน. จะรับคำร้องคดีบัตรเลือกตั้งปี 2569 ที่อาจขัดรัฐธรรมนูญไว้พิจารณาหรือไม่ หากศาลวินิจฉัยว่า บัตรเลือกตั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะได้ ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงกดดันตลาดหุ้นไทยได


SYNAPSE STRATEGY
มรสุมเดือน มี.ค.69 บาทอ่อน หุ้นร่วง เจาะพอร์ตต่างชาติทิ้งบอนด์ แต่ช้อนซื้อหุ้นกลุ่มไหน?
สถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกในเดือนนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยสินทรัพย์ทางเลือกอย่างคริปโตเคอร์เรนซี (BITCOIN, ETHEREUM) และสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันดิบ (WTI, BRENT) ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ตรงกันข้ามกับ ตลาดหุ้นเอเชียที่เผชิญแรงเทขายอย่างหนักรวมถึงตลาดหุ้นไทย (SET INDEX) ที่ปรับตัวลดลงถึง -7.8% (MTD) ปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นภูมิภาค คือ การอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่น เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะ เงินบาทไทยที่อ่อนค่าลงถึง -3.76%กลายเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่าแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากเงินวอนของเกาหลีใต้ (-3.94%)ค่าเงินในเอเชียที่อ่อนค่าแรง ส่งผลให้ทิศทางของ FUND FLOW ในเดือนนี้มีแรงเทขายในตลาดหุ้นเกือบทั้งภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน, เกาหลีใต้, อินเดีย และอินโดนีเซีย ส่วนประเทศไทย นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิเช่นกันทั้งในตลาดหุ้นขายสุทธิสูงถึง 33,506 ล้านบาทและตลาดตราสารหนี้ขายสุทธิไปแล้วกว่า 34,046 ล้านบาท(MTD

 

แม้ภาพรวมจะเป็นการเทขายตลาดหุ้นไทย แต่หากเจาะลึกลงไปในรายตัว จะพบว่านักลงทุนต่างชาติมีการปรับพอร์ตโดยเลือกซื้อหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือได้อานิสงส์จากเทรนด์โลก โดย 15 อันดับหุ้นที่ต่างชาติซื้อสะสมมากที่สุด (MTD) มีกลุ่มที่น่าสนใจ ดังนี้:
1. กลุ่มพลังงาน (ENERGY): โดดเด่นที่สุด นำโดย PTTEP ซึ่งมียอดเงินทุนไหลเข้าสูงสุดอันดับ 1 กว่า 4.6พันล้านบาท สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% ในเดือนนี้ นอกจากนี้ยังมีTOPและ SPRC ที่ถูกซื้อสุทธิ
2. กลุ่มค้าปลีกและการบริโภคในประเทศ (COMMERCE): หุ้นที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศยังคงเป็นหลุมหลบภัยที่ดี นำโดย CPALL CPN KAMART
3. กลุ่มท่องเที่ยวและเดินทาง (TOURISM & TRANSPORT): หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในอนาคต เช่น AOT, MINT และ CENTEL
4. กลุ่มที่รับแรงกดดันจากสงครามมาแล้วระดับหนึ่ง : GULF PTTGC IVLเนื่องจากธุรกิจมีความเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทานโลกโดยตรง

 


จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

DELTAพาSETทะลวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นใหญ่ หน้าเดิม อย่าง DELTA ก็นำพา SET ทะลุ ทะลวง บวกไป 20 บาท .....

ฝ่า1,600จุด By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองหุ้นไทย คงใช้หุ้นใหญ่ ไม่กี่ตัว ตีฝ่า วงล้อม ให้ ฝ่าดัชนีตลาดไปที่ 1,600 จุด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้