วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน โดยในช่วงเปิดตลาดดัชนีปรับตัวลงจากความกังวลสถานการณ์ความไม่แน่นอนในภูมิตะวันออกกลางที่ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แรงขายกดดันหลักมาจากหุ้นกลุ่มขนส่งอย่างไรก็ตามมีแรงซื้อกลับเข้ามาระหว่างวัน นำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และไอซีที ทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นแรงในช่วงบ่าย ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,429.80 จุด +22.46 จุด +1.60%มูลค่าการซื้อขาย 64,497 ลบ. Program Trading -1,698 ลบ. ต่างชาติ-2,422 ลบ. TFEX +1,969 สัญญาตราสารหนี้-702 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะระบายน้ำมันจ านวน 172 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เริ่มต้นในสัปดาห์หน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อฉุดราคาพลังงาน
ให้ต่ำลง หลังจากราคาพุ่งขึ้นเนื่องจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
+ กพท.หารือหน่วยงานด้านพลังงานจากวิกฤตตะวันออกกลาง ย้ำปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยังเพียงพอ ส่วนน้ำมันดิบมีสำรองประมาณ 3 เดือน
+ รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า โควตาตำแหน่งรัฐมนตรีรัฐบาลอนุทิน 2มีความชัดเจนเพิ่มขึ้น
+ กรมรางศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟฟ้าใหม่ทั้งระบบใน 2 แนวทาง "แบ่งโซนพื้นที่-ตามระยะเวลาเดินทาง" คาดสรุปผลศึกษาและเสนอรูปแบบค่าโดยสารใหม่ต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณาได้ภายในปลายปี 69
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 739.42 จุด หรือ -1.56% เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นหลังจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างความกังวลว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้นและลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 8.48 ดอลล าร์ หรือ 9.72% ปิดที่95.73 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากอิหร่านยกระดับการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทั่วตะวันออกกลาง ขณะที่ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านประกาศกร้าวว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ทำให้ตลาดกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืเยื้อในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก และอาจทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย
- รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า กองทัพเรือสหรัฐยังไม่พร้อมคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซในขณะนี้ พร้อมกับกล่าวว่าสหรัฐฯ กำลังมุ่งเน้นในการนำทรัพยากรทางทหารไปทำลายขีดความสามารถในการโจมตีของอิหร่าน
- รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มดำเนินการสอบสวนทางการค้าเพื่อประเมินว่าประเทศจีน ญี่ปุ่นไทย และประเทศอื่น ๆ อีกกว่า 10 ประเทศ ใช้แนวทางปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนในการนำมาตรการภาษีศุลกากรเป็นวงกว้างกลับมาใช้ใหม่ หลังจากมาตรการเดิมถูกศาลฎีกาสั่งให้เป็นโมฆะเมื่อเดือนที่แล้ว
- โฆษกศูนย์บัญชาการทหารของอิหร่านเตือนว่าทั่วโลกควรเตรียมรับมือกับราคาน้ ามันดิบที่จะพุ่งขึ้นแตะระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าระดับปัจจุบันกว่าสองเท่า หลังจากกองก าลังทหารของอิหร่านโจมตีเรือสินค้า
- จีนสั่งให้โรงกลั่นน้ำมันระงับการส่งออกเชื้อเพลิงส าเร็จรูปในเดือนมี.ค. ทันทีเพื่อรักษาเสถียรภาพของอุปทานพลังงานภายในประเทศ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านการขาดแคลนที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโลก โดยมีแรงกดดันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ผลักดันให้ราคาน้ ามันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปคาดกรอบดัชนีในวันนี้ 1,400-1,435 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก กนง. ลดดอกเบี้ย : MTC SAWAD TIDLOR KTC THANI
- ราคาน้ำมันขึ้นจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน : PTT PTTEP TOP IRPC BCP
- Domestic Play+Yield Play : TRUE ADVANC TISCO BBL KBANK