ภาวะตลาด: SET Index วันศุกร์แกว่งตัว รอข่าวใหม่เกี่ยวกับสงครามสหรัฐ-อิหร่าน และตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐ ปิดตลาดดัชนี -6.92 จุด ปิดที่ 1410.37 มูลค่าซื้อขายกลับสู่ระดับปกติที่ 6.3 หมื่นลบ. นักลงทุนสถาบันในปท.นำซื้อสุทธิ +2.8 พันลบ. รายย่อยซื้อสุทธิ +4.7 พันลบ. ต่างชาติขายสุทธิ -6.6 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
- สหรัฐ: การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.พ.แย่กว่าคาด โดยลดลง -9.2 หมื่นตา แหน่ง (ตลาดคาดเพิ่ม 5.8 หมื่นตำแหน่ง) อัตราว่างงานเพิ่มเป็น 4.4% (ตลาดคาด 4.3%) เป็นผลจากการนัดหยุดงานของกลุ่ม Healthcare และอากาศที่หนาวจัด
- สหรัฐ: อนุมัติขายระเบิด 12,000 ลูกให้อิสราเอล นักวิเคราะห์ประเมินว่าสงครามตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อกว่าที่เคยประเมินไว้
- สหรัฐ: กังวลเศรษฐกิจอาจเริ่มชะลอตัว ขณะที่เงินเฟ้อสูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน เฟดดำเนินนโยบายการเงินได้ยากขึ้น
- สหรัฐ: กำลังเตรียมระบบคืนภาษีนำเข้าคาดจะเปิดใช้ได้ภายใน 45 วัน หลังศาลฎีกาล้มภาษีทรัมป์ สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ (CBP) ระบุว่า จนถึงวันพุธที่ผ่านมา (4 มี.ค.) CBP ได้จัดเก็บภาษีศุลกากรจากผู้นำเข้ากว่า 330,000 ราย จากรายการนำเข้ามากกว่า 53 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ตลาดหุ้นสหรัฐวันศุกร์ร่วงต่อ จากวิตกเงินเฟ้อสูงขึ้น ขณะที่ภาคแรงงานชะลอตัวลง สัญญาน้ำมันพุ่งต่อ 8.5-12.2 US$ เป็น 90.9-92.7 US$/bbl อุปทานน้ำมันตึงตัวขึ้นมากหลังการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซชะงักงัน ขณะเดียวกันกำลังหาแหล่งนำเข้าน้ำมันเพิ่ม เช่น จากสหรัฐ ฯลฯ สัญญาทองคำพุ่งขึ้น +80 US$ เป็น 5,158.70 US$/ออนซ์ จากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
- ดัชนีค่าเงิน US$ อ่อนเป็น 98.85; เงินบาทอยู่ที่ 31.78 Bt/US$ ส่วน US bond yield 10 ปีถอยสู่ 4.13% ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ทรงตัวที่ 133.8 ดัชนี Baltic Dry Index อ่อนสู่ 2,010
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
-กลุ่มพลังงานต้นน้า & โรงกลั่น & กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ได้อานิสงค์จากการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน กลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP กลุ่มโรงกลั่น (BCP, TOP, SPRC, IRPC, PTTGC) ที่ค่าการกลั่นพุ่งขึ้นในระยะสั้น และอาจจะมีกำไรสต๊อกน้ำมันดิบก้อนใหญ่ในสิ้นไตรมาสถ้าสงครามยังไม่จบเร็ว ส่วน PTT ได้อานิสงค์จากการถือหุ้นใน PTTEP และโรงกลั่น รวมถึงกลุ่มขนส่งและโลจิกติกส์ที่อัตราค่าระวางเรือปรับขึ้นแรง (PSL, TTA, RCL, LEO, WICE, SJWD, III เป็นต้น)
- กลุ่มเกี่ยวกับท่องเที่ยว ปิโตรเคมี อุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง ได้รับผลกระทบจากน้ำมันแพงและอัตราค่าขนส่งพุ่ง หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่ถูกกระทบได้แก่ สนามบิน (AOT) สายการบิน (AAV, BA, THAI) โรงแรม (ERW, CENTEL, MINT) ปิโตรเคมี (IVL, PTTGC, SCC) ปูนซีเมนต์ เหล็ก ฯลฯ (SCC, SCCC, TPIPL, GSTEEL เป็นต้น)
- การเมืองไทย: พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนา ตั้งรัฐบาลที่มี 291 เสียง มีรัฐมนตรี 26 ตำแหน่ง คุม 14 กระทรวง
กลยุทธ์: ยังมีความไม่แน่นอน จึงควรระวังการแกว่งตัว/ผันผวน...เน้นหุ้นที่กาไรยังเติบโตได้ และหุ้น Value Play…ระยะสั้นดัชนีตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสแกว่งตัว/ผันผวนจากสงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนว่าจะยืดเยื้อ แค่ไหน ระยะสั้นให้แนวรับไว้ที่ 1400, 1380, 1360 ส่วนแนวต้าน 1420-1430, 1450, 1470-1480 ตามลำดับ สำหรับหุ้นแนะนำ เดือนมี.ค.2026 มี 2 ธีม คือ 1. ธีมหุ้นที่กำไรเติบโตได้ดีในปี 2026 (Growth Play) หุ้นเด่นเป็น COM7, GULF, PTTEP และหุ้น Value Play หุ้นเด่นเป็น ADVANC, SCB
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: PTTEP – ระยะสั้นได้อานิสงค์บวกจากราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรง (สัดส่วนผลิตภัณฑ์ liquid คิดเป็นประมาณ 30%) ประกอบกับปริมาณการผลิตการผลิตก๊าซในปี 2026 สูงขึ้นด้วย บริษัทมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่จำกัด การเติบโตของปริมาณการผลิตมีเสถียรภาพ ราคาก๊าซที่มั่นคงและให้ Dividend yield ที่ดีประมาณ 6% ต่อปี แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมายปี 26F ที่ 169 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829