Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.โกลเบล็ก : Morning Call

150

 

 

วันจันทร์ที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวลงแรงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่รนนแรงขึ้น หลังอิสราเอลและสหรัฐได้ทำการโจมตีอิหร่านช่วงวันหยนดสนดสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังไม่มีสัญญาณที่ความรนนแรงจะชะลอลง ทำให้มีแรงขายสินทรัพย์เสี่ยง มีแรงขายมากกระจายอยู่ในทุก Sector นำโดย กลน่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน ไอซีที และขนส่ง ส่งผลให้ดัชนี SET Indexปิดตลาดที่ 1,466.51 จุด -61.75 จุด -4.04% มูลค่าการซื้อขาย 113,077.79 ลบ. Program Trading-2,772.61 ลบ. ต่างชาติ-656.51 ลบ. TFEX +61,410 สัญญา ตราสารหนี้-17,452.51 ลบ.

 


ปัจจัยบวก
+ ปธน.ทรัมป์สั่งกองทัพเรือคน้มกันเรือน้ำมันที่เดินทางผ่านอ่าวเปอร์เซียช่องแคบฮอร์มนซ์
+ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่านที่ทวีความรนนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ ามันพน่งสูงขึ้นและกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ
+ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมประกาศรับรองสส.แบบบัญชีรายชื่อภายในวันนี้ (4 มี.ค.) และก าหนดให้เข้ารับหนังสือรับรองเสร็จสิ้นภายใน 6 มี.ค. ซึ่งจะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลเป็นลำดับต่อไป
+/- ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน แต่เป็นผลลบต่อกลุ่มที่ต้นทุนอิงกับพลังงาน เช่น ปิโตรเคมีวัสดุก่อสร้าง และการขนส่ง


ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 403.51 จนด หรือ -0.83% จากความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจจะยืดเยื้อและส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น
- ดัชนี MSCI Asia Pacific ร่วงลง 1.6% โดยตลาดหน้นญี่ปน่น เกาหลีใต้และออสเตรเลีย เปิดลบตามกัน หลังจากช่วงท้ายการซื้อขายในตลาดสหรัฐฯมีแรงรีบาวด์ช่วยลดความเสียหายบางส่วนจากแรงเทขายทั่วโลก ภายหลังปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ให้ความมั่นใจเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ช่วยคลายวิตกได้บางส่วน อย่างไรก็ดีดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวลงราว 1%
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. พุ่งขึ้น 3.33 ดอลลาร์ หรือ 4.67%ปิดที่ 74.56 ดอลลาร์/บาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2568 เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลาง หากยืดเยื้อจะกระตน้นให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและลดโอกาสที่ FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้
- ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าสหรัฐฯจะตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปนในทนกช่องทาง หลังจากสเปนปฏิเสธไม่ยอมให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในประเทศในการโจมตีอิหร่าน
- ธปท.ประเมินผลกระทบจากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่านต่อประเทศไทยว่าหากราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้น 10 เหรียญสหรัฐฯต่อบาเรลล์จะมีผลต่อ GDP ประมาณ 0.1-0.15% และมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อให้เพิ่มสูงขึ้น 0.4-0.5%

 


แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงต่อได้จากความกังวลเรื่องสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่เริ่มขยายวงกว้างไปยัง เลบานอน อิรัก และกาตาร์ โดยผลของสงครามทำให้ต้องปิดน่านฟ้าและน่านน้ำทำให้ราคาน้ำมันปรับตัว ขึ้นกดดันต้นทนนการขนส่งและสินค้าในไทย คาดกรอบดัชนีในวันนี้ 1,430-1,455 จุด

 


กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- หุ้นที่ส่งออกเดือน ม.ค. ออกยังเติบโต : AAI ITC TFG GFPT CPF MALEE CCET
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก กนง. ลดดอกเบี้ย : MTC SAWAD TIDLOR KTC THANI
- ราคาน้ำมันขึ้นจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน : PTT PTTEP TOP IRPC BCP

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้