วันพุธที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวขึ้นยืนเหนือระดับ 1,500 จุด มีแรงหนุนจากผลการประชุม กนง. มีมติ 4 ต่อ 2ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เหลือ 1.00% โดยมีแรงซื้อหลักมาจากหุ้นกลุ่ม Big-Capน าโดย DELTA ซึ่งหนุนดัชนีราว +17.7 จุด ตามด้วยแรงซื้อในหุ้นกลุ่มไอซีที และขนส่ง ส่งผลให้ดัชนีSET Index ปิดตลาดที่ 1,516.01 จุด +25.61 จุด +1.72% มูลค่าการซื้อขาย 95,599.29 ลบ. ProgramTrading -1,608.67 ลบ. ต่างชาติ-2,324.09 ลบ. TFEX +14,507 สัญญา ตราสารหนี้+1,245.35 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 307.65 จุด หรือ +0.63% โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากนักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเริ่มมีมุมมองบวกเกี่ยวกับประโยชน์ของเทคโนโลยี AI
+ IMF คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริง (Real GDP)ของสหรัฐฯ จะขยายตัว 2.6% ในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เมื่อเดือนม.ค. ที่ระดับ 2.4%
+ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของอิหร่านที่จะบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงยกระดับท่าทีทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่องด้วยการส่งเครื่องบินรบไปประจำการ
+ กนง.มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปีจาก 1.25% เหลือ 1% ต่อปี โดยให้มีผลทันที
+ สสว.คาดปีนี้เอสเอ็มอีโต 2-2.8% จากปัจจัยการส่งออกและการกระตุ้นใช้จ่ายของรัฐ พร้อมผุดแผนติวเข้มสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล เน้นหาตลาดใหม่ช่วยให้เข้าถึงแหล่งทุน
+ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยแนวโน้มสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยปี 69ว่า ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อปี 68 ซึ่งปีนี้ได้เห็นสัญญาณฟื้นตัวกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ปีนับตั้งแต่ปี 65 โดยมีปัจจัยสำคัญจากภาครัฐมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นในการช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน
ปัจจัยลบ
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 21 เซนต์ หรือ 0.32% ปิดที่65.42 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ ามันดิบที่สูงเกินคาด อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมัน WTI ขยับลงเล็กน้อย ขณะที่ราคาน้ ามันเบรนท์ปิดในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน
- รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมปรับขึ้นภาษีศุลกากรสู่ระดับ 15% จากปัจจุบันที่ระดับ10% แต่ยังไม่มีกำหนดการบังคับใช้ โดยจะขึ้นอยู่กับคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
- ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากรวมตัวกันในกรุงโตเกียว เพื่อผลักดันนโยบายที่สุ่มเสี่ยงของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งรวมถึงการเร่งแก้รัฐธรรมนูญ การขยายขีดความสามารถทางทหาร และการส่งเสริมบทบาทของหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีมีโอกาสแกว่ง Sideway ออกข้าง โดยมีแรงหนุนจากกนง.มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย0.25% ต่อปี ขณะที่ปัจจัยในประเทศติดตามการประกาศงบ ที่จะสิ้นสุดพรุ่งนี้ มองกรอบดัชนี 1,500-1,530 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- MSCI Rebalance (ใช้ราคาปิด 27 ก.พ.) : MSCI Thailand เข้า – ออก CPAXT MSCI Global Small Cap เข้าCRC IVL JTS ออก HANA JMT M PLANB
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- หุ้นที่ส่งออกเดือน ม.ค. ออกยังเติบโต : AAI ITC TFG GFPT CPF MALEE CCET
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก กนง. ลดดอกเบี้ย : MTC SAWAD TIDLOR KTC THANI