SET…NEXT STATION เป้าหมายใหม่ 1580 จุด
HORIZON MARKET VIEW
นับตั้งแต่ต้นปี 2026 (YTD) ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นอย่างโดดเด่น +16.7%YTD อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยปี 2026 (62 ดอลลาร์/บาร์เรล) ยังต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยและ 1SD ของ ปี 2025 (70 ดอลลาร์/บาร์เรล) อีกทั้งในปีนี้ยังเต็มไปด้วยปัจจัยหนุนหลายเรื่อง
• ราคาน้ำมันปีนี้ยัง LAGGARD ปีที่แล้ว โดยราคาน้ำมัน WTI เฉลี่ยปี 2026 อยู่ที่ 62 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนปี 2026 อยู่ที่ 64.7 ดอลลาร์/บาร์เรล
• ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังมี เพิ่มความกังวล SUPPLY SHORTAGE โดยเฉพาะ ความตึงเครียดสหรัฐฯ – อิหร่าน ทั้งนี้ หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหาร อาจทำให้ ทางทหารตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
• TARIFF โมฆะ คาดหนุนเศรษฐกิจดีขึ้น หวัง DEMAND ฟื้นตัว
REGION RADAR
• NVIDIA (NVDA US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 มีรายได้ออกมาแข็งแกร่งที่ระดับ $6.81 หมื่นล้าน +73% YOY (สูงกว่าคาด 3.4%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $1.62 +82% YOY (สูงกว่า คาด 5.8%) หนุนจากธุรกิจ DATA CENTER เติบโต 75% YOY
• TRIP.COM (9961 HK) ผลประกอบการไตรมาส 4/25 บริษัทมี รายได้อยู่ที่ 1.53 หมื่นล้านหยวน +21% YOY (สูงกว่าคาด 3.5%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 4.97 หยวน +14% YOY (สูงกว่าคาด 4.9%) หนุน จากรายได้จองที่พักอยู่ที่ 6.29 พันล้านหยวน +21% YOY
THAI FOCUS
• กกต. รับรอง สส. แบ่งเขตล็อตแรกถึง 396 คน(เร็วกว่าคาด) ช่วยลด ภาวะสุญญากาศทางการเมือง และผลักดันงบประมาณปี 2570 ให้ เดินหน้าได้ตามกรอบเวลาเดิมได้
• ส่วนกนง. มีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ฟื้น ตัวช้าและช่วยลดภาระหนี้ให้ประชาชนและภาคธุรกิจ โดย ASPS ประเมิน การลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จะช่วยขยับค่า P/E ของตลาดขึ้นได้ 0.67 เท่า (จาก 16.00 เป็น 16.67) ผลักดันให้ TARGET SET INDEX ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกราว 60 จุดจากประมาณการเดิม
SYNAPSE STRATEGY
• FUND FLOW เข้า, มูลค่าซื้อขายหนาแน่น, TARIFF ผ่อนคลาย, ราคา COMMODITY ฟื้น, กำไรทยอยออกมาดีกว่าคาด และกนง. ลดดอกเบี้ยเหลือ 1% ทุกปัจจัยล้วยหนุนให้ RISK PREMIUM ลดลง
• ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีจาก 1440 จุด เป็น 1580 จุด อิง MEYG 5% เป็นการเพิ่มจากดอกเบี้ยลดเร็วกว่าคาด 60 จุด และเพิ่มจาก EPS69F สู่ระดับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม 95 บาทต่อหุ้น อีก 80 จุด หุ้นเด่น แนะนำรับ TARIFF โมฆะ TU, ITC, SCGP, COCOCO, RCL, PTTEP, PTT และดอกเบี้ยลง MTC, TIDLOR
HORIZON MARKET VIEW
จับตาแรงผลัก (+) ราคาน้ำมันดิบ
นับตั้งแต่ต้นปี 2026 (YTD) ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นอย่างโดดเด่น +16.7%YTD อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยปี 2026 (62 ดอลลาร์/บาร์เรล) ยังต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยและ 1SD ของปี 2025 (70 ดอลลาร์/บาร์เรล) อีกทั้งในปีนี้ยังเต็ม ไปด้วยปัจจัยหนุนหลายเรื่อง รายละเอียดดังนี้
• ราคาน้ำมันปีนี้ยัง LAGGARD ปีที่แล้ว โดยราคาน้ำมัน WTI เฉลี่ยปี 2026 อยู่ที่ 62 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนปี 2026 อยู่ที่ 64.7 ดอลลาร์/บาร์เรล
• ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังมี เพิ่มความกังวล SUPPLY SHORTAGE โดยเฉพาะความตึงเครียด สหรัฐฯ – อิหร่าน ทั้งนี้ หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหาร อาจทำให้ทางทหารตอบโต้ด้วยการปิด ช่องแคบฮอร์มุซ (จุดยุทธศาสตร์สำคัญ เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก) ซึ่ง BLOOMBERG ประเมินผลกระทบว่าราคาน้ำมันเสี่ยงพุ่งสู่ระดับ 100 – 108 ดอลลาร์/บาร์เรล
• TARIFF โมฆะ การแบกรับต้นทุนน้อยลง คาดหนุนเศรษฐกิจดีขึ้น หวัง DEMAND ฟื้นตัว เมื่อพิจารณา ข้อมูลในอดีต พบว่า การบริโภคน้ำมันทั่วโลกมีแนวโน้มการเติบโตชะลอตัวลง ในช่วงที่ IEEPA RECIPROCAL TARIFF มีผลบังคับใช้ในเดือน ส.ค. 2025 โดยใน 2H25 +1.1%YOY ส่วนใน 2H24 +1.4%YOY และ 2H23 +1.7%YOY
REGION RADAR
NVIDIA งบไตรมาส 4 กลับมาเติบโตในอัตราเร่ง อีกทั้งแนวโน้มรายได้แข็งแกร่ง
NVIDIA (NVDA US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 มีรายได้ออกมาแข็งแกร่งที่ระดับ $6.81 หมื่นล้าน +73% YOY (สูงกว่าคาด 3.4%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $1.62 +82% YOY (สูงกว่าคาด 5.8%) หนุนจาก ธุรกิจ DATA CENTER เติบโต 75% YOY นำโดยชิป BLACKWELL และ BLACKWELL ULTRA ขณะที่ชิป HOPPER และ AMPERE รุ่นเก่าที่เปิดตัวมาแล้วกว่า 6 ปียังขายหมดสะท้อนความต้องการด้าน COMPUTE ที่ แข็งแกร่ง อีกทั้งบริษัทคาดรายได้ในไตรมาส 1 ปีบัญชี 2026 อยู่ที่ระหว่าง $7.65 - $7.95 หมื่นล้าน (สูงกว่าตลาด คาดที่ $7.28 หมื่นล้าน) ซึ่งยังไม่รวมรายได้จากจีน นอกจากนี้ CEO ระบุว่า “ความต้องการด้านการประมวลผล กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด”
TRIP.COM รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 แข็งแกร่ง หนุนจากการท่องเที่ยวในจีนที่ดีขึ้น
TRIP.COM (9961 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2025 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 1.53 หมื่นล้าน หยวน +21% YOY (สูงกว่าคาด 3.5%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 4.97 หยวน +14% YOY (สูงกว่าคาด 4.9%) หนุนจาก รายได้จองที่พักอยู่ที่ 6.29 พันล้านหยวน +21% YOY (สูงกว่าคาด 2.0%) และรายได้จากแพ็กเกจทัวร์อยู่ที่ 1.06 พันล้านหยวน +21% YOY (สูงกว่าคาด 8.0%) สะท้อนภาพรวมสะท้อนว่าดีมานด์การเดินทางยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่พักและแพ็กเกจทัวร์
THAI FOCUS
ดับเบิลเซอร์ไพรส์ การเมืองคลายล็อก - กนง.หั่นดอกเบี้ย หนุนตลาดทุนไทยไปต่อ
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญจากบิ๊กเซอร์ไพรส์ ของ 2 หน่วยงานหลักระดับประเทศ ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งการเคลื่อนไหวที่เร็วกว่าคาด เริ่มที่ กกต. มีมติประกาศรับรองรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส. แบบแบ่งเขตล็อตแรกจำนวน 396 คน จาก ทั้งหมด 400 คน (จาก 10 พรรคการเมือง) ซึ่งการรับรองผลที่รวดเร็วนี้ส่งผลดีต่อไทม์ไลน์การเมืองในการจัดตั้ง รัฐบาล ซึ่งจะช่วยลดภาวะสุญญากาศทางการเมืองทำให้คาดว่ากระบวนการเปิดประชุมสภาฯ เลือก นายกรัฐมนตรี และจัดตั้ง ครม. จะเสร็จสิ้นได้เร็วขึ้น (เดิมคาดว่ารัฐบาลใหม่จะเริ่มบริหารประเทศได้ในช่วง กลางเดือน มิ.ย.69) บวกกับการจัดทำงบประมาณปี 2570 เดินหน้าได้ตามกรอบเวลา ทำให้มีเม็ดเงินจากภาครัฐ อัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องและตรงจุด ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน GDP
ในฝั่งของนโยบายการเงิน กนง. มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ส่งผลให้อัตรา ดอกเบี้ยของไทยลดลงอยู่ที่ระดับ 1.00% ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก (สูงกว่าเพียง สวิตเซอร์แลนด์และญี่ปุ่นเท่านั้น) สาเหตุมาจากเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวช้าและเติบโตต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่ถูกกดดันจากการแข่งขันที่สูงและกำลังซื้อของประชาชนที่ยังคงอ่อนแอ โดยเป้าหมาย ครั้งนี้ เพื่อลดภาระทางการเงิน ซ่อมแซมงบดุลให้กับภาคธุรกิจและลดภาระหนี้ให้กับประชาชน
ฝ่ายวิจัยฯประเมินว่า การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จะช่วยขยับค่า P/E ของตลาดขึ้นได้อีก 0.67 เท่า (จาก 16.00 เป็น 16.67) ผลักดันให้ TARGET SET INDEX ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกราว 60 จุด โดยมีเป้าหมายใหม่ที่ ระดับ 1,500 จุด (จากเดิม 1,440 จุด) ซึ่งนับจากนี้คงต้องจับตาดูว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถออกนโยบายกระตุ้น เศรษฐกิจ ให้สอดรับกับนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลงแล้วได้ดีเพียงใด หากทั้งสองเครื่องยนต์ทำงานประสานกัน เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีโอกาสเดินหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง
SYNAPSE STRATEGY
SET…NEXT STATION เป้าหมายใหม่ 1580 จุด
หลากหลายปัจจัยหนุนให้เดือน ก.พ. 69 ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นดีร้อนแรง 14.4% สูงสุดเมื่อเทียบกับเดือน ก.พ. ของปีอื่นๆ ตลอด 35 ปี ที่ผ่านมา ดังนี้
▪ FUND FLOW ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย 5.6 หมื่นล้านบาท (YTD) เป็นการซื้อกลับเพียง 5% ของแรงขาย ตลอด 12 ปี ที่ผ่านมา กว่า 1 ล้านล้านบาท
▪ มูลค่าซื้อขายหนาแน่นปี 2026 (YTD) กลับมาหนาแน่น เฉลี่ย 5.77 หมื่นล้านบาท เติบโตจากช่วงเวลา เดียวกันของปีก่อนถึง 35%
▪ TARIFF ผ่อนคลาย ดีต่อเศรษฐกิจไทยที่พึงพึงการส่งออกเป็นหลัก
▪ ราคา COMMODITY ฟื้น จากความไม่สงบตะวันออกกลาง และคามต้องการใช้น้ำมันน่าจะเพิ่มขึ้นหลัง TARIFF ผ่อนคลาย ดีต่อตลาดหุ้นไทยที่มีหุ้นอิงราคา COMMODITY ถึง 1 ใน 3
▪ กำไรทยอยออกมาดีกว่าคาด โดยดีกว่าคาดมาและ 4 ไตรมาสติด ในงวด 4Q68 ที่ประกาศออกมาแล้ว ดีกว่าคาด 8%
▪ กนง. ลดดอกเบี้ยเหลือ 1% ถือว่าเป็นการลดเร็วกว่าที่ตลาดคาด
และทุกปัจจัยล้วยหนุนให้ RISK PREMIUM ลดลง ทำให้ฝ่ายวิจัยฯ ทำการปรับเพิ่มเป้าหมาย อิง MEYG 5% เป็น การเพิ่มจากดอกเบี้ยลดเร็วกว่าคาด 60 จุด และเพิ่มจาก EPS69F จาก 90 บาท/หุ้น สู่ระดับค่าเฉลี่ย อุตสาหกรรม 95 บาทต่อหุ้น โดยกำไรและ OUTLOOK เริ่มทยอยเห็นทิศทางที่ดีขึ้น ปกติหนุนเป้าหมาเพิ่มไตรมา สละ 20 จุด รวมหนุนดัชนีอีก 80 จุด ส่งผลให้เป้าหมายดัชนีเดิมที่ 1440 จุด เพิ่มขึ่นเป็น 1580 จุด
สำหรับหุ้นเด่นวันนี้ แนะนำ TARIFF โมฆะ TU, ITC, SCGP, COCOCO, RCL, PTTEP, PTT และดอกเบี้ยลง MTC, TIDLOR
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์