Market Wrap-Up
- SET วันที่ 25 ก.พ.69 ปิด +25.61 จุด อยู่ที่ 1,516.01 จุด มูลค่าการซื้อขาย 95,599 ลบ.ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 983 ลบ. สถาบันซื้อ 319 ลบ. รายย่อยซื้อ 1,021 ลบ. และต่างชาติขาย 2,320 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 443 ลบ. ซื้อ DELTA,PTT,SCC,BTG,BH และขาย KBANK,KTB,BBL,PTTEP,GULF มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 4,493 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,CNSTAR5023,MSFT01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 11,700 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 72,328 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,245 ลบ
Market View
- DJIA +0.63%, S&P500 +0.81%, Nasdaq +1.26% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี +1.8%,การเงิน +1.68% และซอฟต์แวร์ +2.9% เริ่มฟื้นตัว หลัง ปธ.เฟดสาขาริชมอนด์ชี้ยังไม่ชัดเจนว่า AI จะกระทบต่อการจ้างงาน และคาดจะช่วยให้ตลาดแรงงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ +1.6% อยู่ระหว่างรองบของ Nvidia ซึ่งรายงานยอดขายไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่ $13 B. กำไร/หุ้นที่ $1.62 ซึ่งดีกว่าคาดรายได้ที่ $65.56 B. และกำไร/หุ้นที่ $1.52 โดยได้ปัจจัยหนุนจากรายได้จากธุรกิจ Data Center อยู่ที่ $62.3 B +75% YoY โดยบริษัทคาดการณ์รายได้งวด Q1 นี้อยู่ที่ $78 B +/- 2% สูงกว่าตลาดคาดไว้ที่ $72.78 B ซึ่งยังไม่ได้รวมรายได้จากฝั่งจีนเข้ามา ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจค่ำวันนี้ติดตามผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันศุกร์ US PPI ม.ค. คาด +0.3% & ธ.ค. +0.5% MoM
- Stoxx600 ยุโรป +0.69% ปิดทำ New High โดยกลุ่มการเงิน +2.8% หลัง HSBC +8% รับข่าวการปรับเพิ่มเป้าหมายกำไรปีนี้ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายพิเศษ $9 พัน ล. ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ & สาธารณูปโภคปรับขึ้น นำโดย E.ON ผู้ให้บริการโครงข่ายพลังงานรายใหญ่สุดของยุโรปเพิ่มทุน $5.7 หมื่น ล. ภายในปี 2573 เพื่อรองรับศูนย์ Data Center ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวันพรุ่งนี้ติดตาม CPI ฝรั่งเศส, เยอรมัน ก.พ.
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัขนีนิเกอิ +2.2% ปิดผ่านระดับ 58,000 จุด หลังคลายความกังวลต่อ BOJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยลดลง หลังรัฐบาลเสนอชื่อกรรมการนโยบายการเงินใหม่ 2 รายเข้าสู่บอร์ด BOJ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.72% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม AI เช่น Huagong Tech +4.5%, Victory Giant +9.3% และ Foxconn Industrial +3.6% ขณะที่ Kospi เกาหลีใต้ +1.91% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป Samsung Electronics +1.75%, SK Hynix +1.29% และผู้ผลิตรถยนต์ Hyundai Motor +9.1% รับข่าวเตรียมลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์, รถยนต์ไร้คนขับ และโครงสร้างพื้นฐานด้านไฮโดรเจน
- SET +1.72% ปริมาณการซื้อขาย 5 หมื่น ลบ.รายย่อยซื้อ 1,021 ลบ. สถาบันซื้อ 319 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 983 ลบ. และต่างชาติขาย 2,324 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากหุ้น Big Cap. ในกลุ่มอิเล็ก ฯ, ปิโตเคมี, รับเหมาก่อสร้าง, ไฟแนนท์ และไอซีที หลัง กนง.มีมติ 4 – 2 ลดดอกเบี้ย 0.25% อยู่ที่ 1.0% ซึ่งถือว่าเป็น Positive Surprise เนื่องจากต้องการใช้นโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และหนี้ภาคคร้วเรือน ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 69 – 70 ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ โดย กนง.คาดจะปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้ขึ้นไปที่ระดับ +2% & เดิมคาดที่ +1.5% หลังตัวเลขส่งออกไทย ม.ค. ยังขยายตัวได้ดี กอปรกับคาดจะได้รัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพ ขณะที่ปัจจัยการเมืองนั้น กกต.ได้ประกาศรับรอง สส.แบ่งเขตทั้งหมด 396 เขต และคาดจะรับรอง สส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ในช่วงต้น มี.ค. 69 ซึ่งคาดจะเปิดประชุมสภา ฯ ครั้งแรกภายในกลาง มี.ค.69 ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ การรายงานกำไร บจ. Q4/68 โดยบริษัท 290 แห่งที่ส่งงบแล้วมีกำไรเพิ่มขึ้น +24% & เดิมคาด +18 YoY และดีกว่าตลาดคาด +7.9%
Daily Strategy
- ประเมินกรอบแนวรับ SET ที่ 1,4,90 - 1,503 แนวต้าน 1,525 – 1,530 ได้แรงหนุนจาก Positive Surprise หลัง กนง.ลดดอกเบี้ย 0.25% ส่งผลบวกต่อ Valuation ของ SET กอปรปัจจัยการเมืองคาดจะได้รัฐบาลใหม่ในช่วงกลาง เม.ย. แนะนำทยอยซื้อกลุ่ม Value เช่น CPALL,ADVANC,TRUE, GULF, STECON, CK, AMATA, WHA / กลุ่มได้ประโยชน์จาก กนง.ลดดอกเบี้ย เช่น KTB, MTC,TIDLOR, AP, SPALI, SC, DIF,CPNREIT
- MINT* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 33.50 บาท) บริษัทตั้งเป้าการเติบโตในช่วง 3 ปี (ปี 69-71) จะมีกำไรจากการดำเนินงานเติบโต 15-20% รายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 6-8% โดยใช้งบลงทุนในปี 69 วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ปรับปรุงโรงแรม และในปี 70-71 มีวงเงินปีละ 1.4 หมื่นล้านบาท ขยายทั้งธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร นอกจากนี้ยังมีแผนนำสินทรัพย์ที่เป็นโรงแรม 14 แห่ง ในยุโรป 12 แห่ง และ 2 แห่งในไทย ขายเข้ากอง REIT มูลค่าราว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และจะนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งไปลดภาระหนี้ โดยตั้งเป้าปีนี้จะลด Net Debt/Equity ที่ 0.75-0.85 เท่าจากสิ้นปี 68 ที่ 0.86 เท่า ส่วน outlook 1Q69 คาดผลประกอบการยังเติบโต YoY ที่ไทยและมัลดีฟส์เป็นช่วง high season แต่ลดลง QoQ จากทางฝั่งยุโรปที่เป็นช่วง low season ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69 ที่ 1.05 หมื่นล้านบาท +16%YoY ส่วนปี 70 คาดกำไรสุทธิ 1.78 หมื่นล้านบาท +13%YoY
- ILM* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 16.98 บาท) แนวโน้มผลประกอบการปกติ 4Q68 ยังมีโอกาสอยู่ในเกณฑ์ดี QoQ YoY แม้จะมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ แต่ยังพอมีปัจจัยช่วยพยุงตามฤดูกาล, ฐานต่ำในช่วง 4Q67, และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อจากภาครัฐฯ ขณะที่การดำเนินงานระยะถัดไป มีโอกาสที่ Flying Tiger Copenhagen จะเป็นตัวเร่งการขับเคลื่อนของรายได้ โดย ILM* วางแผนการขยายสาขา 3 ปี (2568-2570) ของ Flying Tiger ที่ 30 สาขา(งบลงทุนที่ 200 ลบ.) และมีเป้ารายได้ที่ 800 ลบ.(ฐานรายได้ปี67 ของ ILM* อยู่ที่ 9พันลบ.) ปัจจุบัน สำหรับประมาณการณ์ปี69 ตลาดคาดกำไรสุทธิของ ILM* ที่ 769 ลบ. Forward PE ที่ 9x และ Dividend Yield ที่ 7-8%
Daily Key Factors
Oil Update(0) WTI เม.ย. -$0.21 อยู่ที่ $65.42 / บาร์เรล, Brent เม.ย. +$0.08 อยู่ที่ $70.85/บาร์เรล รอผลการเจราข้อตกลงนิวเคลียร์รอบที่ระหว่างสหรัฐ – อิหร่านในวันพฤหัสนี้ที่กรุงเจนีวา ขณะที่ EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 16 ล.บาร์เรล มากกว่าคาดจะเพิ่ม 1.8 ล.บาร์เรล
Gold Update(+)Comex Gold เม.ย.+$49.90 อยู่ที่ $5,226.20 /ออนซ์ ได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.15% อยู่ที่ 97.7 และรอดูผลการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์สหรัฐ – อิหร่าน รวมถึงประเด็นภาษีศุลกากรของ ปธน.ทรัมป์
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +120.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -74.77 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ +163.03 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +32.10 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 31.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.047 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -8 จุด อยู่ที่ 2,121
(+) BitCoin เช้านี้ +3.87% อยู่ที่ 68,473 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
25 ก.พ. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/256
27 ก.พ. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วน
ยานยนต์
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
24 ก.พ. US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (ก.พ.)
25 ก.พ. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ม.ค.)
26 ก.พ. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
27 ก.พ. US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (ม.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, GPSC*, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th