ภาวะตลาด: SET Index วันศุกร์พักฐาน ปิดตลาดลดลง -14.20 จุด ปิ ดที่ 1479.71 มูลค่าซื้อขาย 9.0 หมื่นลบ. การลดลงนำโดยหุ้นใหญ่อย่าง DELTA, CPALL, ADVANC, PTTEP, THAI ฯลฯ อย่างไรก็ดี ยังคงมีแรงซื้อหุ้นแบงค์ เช่น KTB, BBL, KBANK, TTB ซึ่งจ่ายปันผลสูง และ BBL, KTB, TTB ถือหุ้น THAI รวมถึงการซื้อหุ้น TRUE ผนวกหุ้นขนาดกลาง-เล็กอย่าง NYT, PSL เป็นต้น ต่างชาติซื้อสุทธิต่อ +645 ลบ. ส่วนสถาบันในปท.ขายสุทธิ -2.2 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
- สหรัฐ: ดัชนี PCE สูงกว่าคาด โดยดัชนี PCE ทั่วไปเดือนธ.ค.เพ่มิ ขึ้นเป็น 2.9% ส่วน PCE พ้นื ฐานเพิ่ม 3.0% y/y ด้านจีดีพี 4Q25 (ประมาณการครั้งแรก) โต 1.4% ต่า กว่าตลาดคาดที่ 2.5% เป็นผลจากขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น , มีชัตดาวน์ยาวนานเป็นประวัติการณ์ และบริษัทรถยนต์สหรัฐบันทึกตัดจำหน่ายผลขาดทุนจำนวนมาก
- สหรัฐ: ศาลฎีกาสหรัฐมีมติ 6-3 ประกาศยกเลิกภาษีทรัมป์ ...แต่ทรัมป์ ใช้มาตรา 122 เก็บภาษีนำเข้าเป็ น 15% ทั่วโลก ความเสี่ยง/ไม่แน่นอน คือรัฐบาลสหรัฐจะต้องคืนภาษีที่เรียกเก็บไปก่อนหน้านี้หรือไม่ โดยขณะนี้หลายบริษัทขนาดใหญ่เรียกร้องขอคืนภาษีราว 1.3-1.7 แสนล้านUS$ และทรัมป์ จะใช้กฎหมายมาตราอื่นเพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มอีกหรือไม่ อย่างไรก็ดี เป็นบวกระยะสั้นกับภาคส่งออกของไทย ถ้าอัตราภาษีนำเข้าไปสหรัฐลดลงเป็น 15% จากปัจจุบันที่ 19% (ดูรายละเอียดเพิ่ม ใน Trading Strategy ด้านใน)
- สหรัฐหนุนให้อินเดียนำข้าน้ำมันจากเวเนซูเอลาแทนรัสเซีย แลกกับการลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดีย
- ยูโรโซน: ดัชนี PMI ขั้นต้นเดือนก.พ. ปรับตัวดีขึ้นเป็ น 51.9...หนุนโดยภาคการผลิตฟื้นตัว ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นต้นพุ่งขึ้นแตะระดับ 50.8 ในเดือนก.พ. จากระดับ 49.5 ในเดือนม.ค. ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการขั้นต้นขยับขึ้นสู่ระดับ 51.8 ในเดือนก.พ. จากระดับ 51.6 ในเดือนม.ค.
- ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้น นำโดยกลุ่มบริการสื่อสาร และหุ้นบลูชิพ เช่น Alphabet, Amazon สัญญาทองคำพุ่งขึ้น +83.50 US$ เป็ น 5,080.90 US$/ออนซ์ หลังจีดีพี 4Q25 สหรัฐโตต่ำกว่าคาด และทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลกหลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีทรัมป์ด้านสัญญาน้ำมันดิบทรงที่ 66.4-71.7 US$/bbl นักลงทุนจับตาสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่าน
- ดัชนีค่าเงิน US$ ทรงที่ 97.8; เงินบาทแข็งขึ้นเป็น 31.05 Bt/US$ ส่วน US bond yield 10 ปีปรับขึ้นเป็น 4.09% ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ทรงที่ 116.2 ดัชนี Baltic Dry Index เพ่มิ เล็กน้อยเป็น 2,043
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- ติดตามผลประชุมกนง.วันที่ 25 ก.พ.26 ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ส่วนมุมมองเศรษฐกิจยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยธปท.จะคงตัวเลขคาดการณ์การเติบโตจีดีพีปีนี้ไว้ที่ 1.5% (คาดไว้เมื่อธ.ค.25) ส่วนของ DBS Group Research คาดไว้ที่ 1.6% โดยประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะลด 1 ครั้งที่ 0.25% ซึ่งน่าจะเป็นช่วง 2H26F
- ขึ้นเครื่องหมาย XD หุ้น ADVANC วันศุกร์ที่ 27 ก.พ.นี้ โดยบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล 27.41 บาท/หุ้น...ซึ่งอาจจะทำให้ตลาดอ่อนตัวได้ โดยหากปัจจัยอื่นคงที่ ผลกระทบจาก XD หุ้น ADVANC ต่อ SET จะอยู่ที่ -6.44 จุด หรือลดลงประมาณ -0.436%
กลยุทธ์: พักฐานหลังวิ่งขึ้นมาแรง ไม่หลุด 1450 ยังไม่เสียทรง…การที่ดัชนีปรับขึ้นไปสูงสุด 236 จุดเม่อื 19 ก.พ.26 หรือ +18.8% ภายใน 1 เดือนกว่าๆนับว่าเป็นการพุ่งขึ้นที่เร็วและแรง ทำให้ต้องมีการพักฐานบ้าง โดยการอ่อนตัวมีแนวที่ไม่ควรหลุด คือ 1450 หากหลุดควรลดพอร์ตตาม แต่ถ้าไม่หลุด ก็มีโอกาสที่จะแกว่งขึ้นต่อ แนวรับ 1470-1460, 1450 แนวต้าน 1485, 1495-1500 หรือสูงกว่า
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้ MINT – ยังมีโมเมนตัมดีต่อใน 1Q26F ข้อมูล on-the-book ชี้ว่า 1Q26F RevPAR ในตลาดหลักยังเติบโตแข็งแกร่ง คาดการณ์กำไรหลักในปี 2026F-2027F ขยายตัว +9% และ +6% ตามลำดับ ด้าน Valuation ยังน่าสนใจ โดยมี EV/EBITDA ปีนี้ต่ำที่ 4.7 เท่า, P/BV ที่ 1.5 เท่า (Mean-1.2SD) และมีปัจจัยกระตุ้นจากการทำ REIT IPO และ Food IPO คงคำแนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 36.50 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829